โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

มองโอกาสการลงทุน ‘หุ้นแบงก์’ 2568

The Bangkok Insight

อัพเดต 09 พ.ค. 2568 เวลา 05.29 น. • เผยแพร่ 09 พ.ค. 2568 เวลา 05.24 น. • The Bangkok Insight

มองโอกาสการลงทุน "หุ้นแบงก์" 2568 เมื่อ Downside Risk ยังอยู่ ต้องดูอะไร?

การลงทุนในธีมหุ้นธนาคารไทย (Banking Sector) ว่ากันว่าต้อง เข้าใจให้ลึก ก่อนจะกลัวให้มาก” เพราะช่วงต้นปี 2568 ดูจะไม่ง่ายนักสำหรับตลาดหุ้นไทย แม้หุ้นธนาคารจะปรับตัวได้ดีกว่าตลาด แต่หลังจากนี้อาจจะเจอกับความผันผวนของเศรษฐกิจไทย ที่ถูกปรับลดประมาณการเติบโตของ GDP ลงเหลือแค่ 1.6% ต่ำที่สุดในอาเซียน จากการประเมินของธนาคารโลก

เมื่อมองไปที่หุ้นกลุ่มใหญ่ซึ่งเป็นดัชนีชี้นำเศรษฐกิจอย่าง“กลุ่มธนาคาร”หลายคนจึงเกิดคำถามว่า ยุคทองของแบงก์ผ่านไปแล้วหรือไม่? แต่ก่อนจะมีข้อสรุปดังกล่าว บทความนี้จะพาไปเจาะลึกว่า แท้จริงแล้วหุ้นธนาคารไทยกำลังเผชิญกับอะไรอยู่ มีปัจจัยไหนที่ต้องเข้าใจ ก่อนตัดสินใจลงทุน สรุปจากบทวิเคราะห์รายอุตสาหกรรม บล. อินโนเวสท์ เอกซ์ (InnovestX) ณ เดือนพฤษภาคม 2568

หุ้นแบงก์

ประมาณการกำไรอ่อนแอลง

ไตรมาส 1/2568 กลุ่มธนาคารไทย มีกำไรรวม 65,960 ล้านบาท เป็นไตรมาสที่ดีที่สุดของปีนี้ แต่คาดว่าแนวโน้มกําไรสุทธิจะลดลง ต่อเนื่องในอีก 3 ไตรมาสที่เหลือ เนื่องจาก NIM จะลดลง และ ECL จะเพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง เป็นผลมาจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว

ทั้งนี้ คาดว่ากำไรรวมของธนาคารไทยในไตรมาส 2/2568 จะอยู่ที่ประมาณ 60,490 ล้านบาท ปรัวตัวลดลง 2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน YoY และปรับตัวลดลง 8% QoQ จากช่วงไตรมาสที่ผ่านมา

แม้กำไรอาจลด แต่ยังจ่ายเงินปันผลในระดับเดิม

แม้คาดว่ากําไรจะลดลง แต่เชื่อว่าธนาคารส่วนใหญ่ (ยกเว้น KKP) จะสามารถจ่ายเงินปันผลในระดับเดิมได้ โดยได้รับการสนับสนุนจากอัตราส่วนความความเพียงพอของเงินกองทุนที่แข็งแกร่งและความต้องการใช้เงินทุนน้อยลงท่ามกลางสินเชื่อที่ชะลอตัว

ธนาคารส่วนใหญ่ให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลปี 2568 ที่น่าสนใจ เช่นSCB 8.77%, TISCO 7.89%, KBANK 7.52%, TTB 7.21% และ KTB 7.09% อย่างไรก็ตาม ยังมี Downside Risk ต่อ Dividend Per Share (DPS) หรือ เงินปันผลต่อหุ้น เนื่องจากความเสี่ยงด้านคุณภาพสินทรัพย์ ซึ่งเป็นผลมาจากสงครามการค้า

ความเสี่ยงคุณภาพสินทรัพย์ยังอยู่ในระดับที่ควบคุมได้

แม้หลายฝ่ายกังวลถึงคุณภาพลูกหนี้ โดยเฉพาะในกลุ่มสินเชื่อเช่าซื้อและรายย่อย แต่ข้อมูลจริงกลับสะท้อนภาพที่ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิด คาดว่า Credit Cost ของกลุ่มจะลดลง 6 bps ในปี 2568 ซึ่งรวมการปรับลด GDP เข้ามาแล้ว

แต่ก็ยังมีเรื่องน่ากังวลจาก NIM ลดลงแรง โดยคาดว่า NIM ของกลุ่มธนาคารจะลดลง 28 bps ในปี 2568 ซึ่งส่งผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น คือ ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์สู่ระดับต่ำสุดใหม่ และปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำมากกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินกู้

ส่วนอัตราผลตอบแทนจากการให้สินเชื่อ แย่กว่าคาดในไตรมาส 1/2568 ส่วนหนึ่งเกิดจากการปรับอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (EIR) ของเงินกู้ภายใต้มาตรการ"คุณสู้ เราช่วย" การกลับรายการดอกเบี้ยค้างรับของสินเชื่อที่กลับมาเป็น NPL อีกครั้ง และการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนสินเชื่อมามีสินเชื่อที่ให้ผลตอบแทนต่ำมากขึ้น แต่ยังคาดว่าจะมีการลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้น้อยกว่าการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย

หุ้นแบงก์

หุ้นแบงก์ ไม่ได้เหมือนกันหมด ต้องเลือกให้เป็น

ธนาคารแต่ละแห่งมีโครงสร้างรายได้ พอร์ตสินเชื่อ และระดับความเสี่ยงที่ต่างกันมาก การเลือกลงทุนในกลุ่มนี้จึงต้องวิเคราะห์รายตัว ไม่ใช่เหมารวมทั้งกลุ่ม ข้อสังเกตสำคัญ คือแม้ปีนี้จะเห็นการหดตัวของกำไรในหลายแบงก์ แต่ก็เกิดจากการตั้งสำรองเชิงรุก และสภาวะเศรษฐกิจที่โตช้า มากกว่าความผิดพลาดเชิงโครงสร้าง ดังนั้น การเลือกหุ้นที่ตั้งรับได้ดี จึงสำคัญกว่าการตามกระแส

หุ้นแบงก์หลายตัวเทรดต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี (P/BV < 1 เท่า) แปลว่า Upside ยังเปิดกว้างหากเศรษฐกิจฟื้น Valuation ไม่แพง แต่ต้องเข้าใจว่าไม่ได้มี Discount มากนัก รวมทั้ง Downside Risk ต่อคุณภาพสินทรัพย์ยังไม่ได้สะท้อนในราคาหุ้นอย่างเต็มที่ ซึ่งเป็นสิ่งที่นักลงทุนต้องกลับไปทำการบ้านกันต่อ

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...