ฮุน เซน ชี้ปิดด่านชายแดนไทยกระทบหนักกว่า เตือนชาวกัมพูชาอย่าขยายความขัดแย้ง
ฮุน เซน เตือนชาวกัมพูชาไม่ขยายความขัดแย้งเรื่องพรมแดนไปสู่เรื่องความเกลียดชังทางเชื้อชาติ ชี้ปิดด่านชายแดนไทยกระทบหนักกว่าเพราะเกินดุลการค้า เผยไทยต้องรับผิดชอบเพราะเป็นการดำเนินการฝ่ายเดียว
8 มิ.ย. 2568 เว็บไซต์ Khmer Times รายงานว่า สมเด็จฯฮุน เซน ประธานวุฒิสภา ออกมาโพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดียเมื่อคืนวันที่ 7 มิถุนายน 2568 เตือนประชาชนกัมพูชาอีกครั้ง ไม่ให้ยกระดับข้อพิพาทชายแดนระหว่างกัมพูชา-ไทย ไปสู่ประเด็นในด้านอื่นๆ โดยเฉพาะการปลุกปั่นให้เกิดความเกลียดชังทางเชื้อชาติ
ฮุน เซนโพสต์ข้อความดังกล่าวหลังจากที่ดวงชัย หรือดวง โอตดม โชรวิน บุตรชายคนโตของดวง งีบ นักธุรกิจชื่อดังของกัมพูชา โพสต์ข้อความเรียกร้องให้ชาวกัมพูชาเลิกใช้ผลิตภัณฑ์ของไทย
“ก่อนหน้านี้ ผมเห็นว่าดวงชัยโพสต์ข้อความที่มีเนื้อหาหลักคือการเรียกร้องให้หยุดใช้สินค้าจากไทย ผมและนายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต ได้ร้องขอซ้ำแล้วซ้ำว่า โปรดอย่าขยายข้อพิพาทจนลุกลามไปยังด้านอื่นๆ หรือปลุกปั่นให้เกิดความเกลียดชังทางชาติพันธุ์”
ฮุน เซน กล่าวต่อไปว่า เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา กองทัพไทยได้ปิดด่านปอยเปตก่อนเวลาซึ่งเป็นการดำเนินการฝ่ายเดียว ดังนั้นประเทศไทยต้องรับผิดชอบอย่างเต็มที่ต่อการกระทำนี้ สำหรับพลเมืองกัมพูชา สิ่งสำคัญคือต้องมีสติ มีความสุขุม และหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดเหตุการณ์ใดๆ
“ผมขอเตือนทั้งชาวกัมพูชาและชาวไทยว่า หากไม่มีสินค้าไทยในตลาดกัมพูชา นั่นไม่ใช่เพราะชาวกัมพูชาร่วมกันคว่ำบาตรสินค้า แต่มันเป็นผลจากการปิดพรมแดน เพราะเมื่อผู้คนไม่สามารถผ่านเข้าออกได้ สินค้าก็ไม่สามารถผ่านได้เช่นกัน”
เขาระบุว่า ตามสถิติการค้าปี 2567 กัมพูชาส่งออกสินค้ามูลค่ากว่า 1,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐมายังประเทศไทย (ราว 3.6 หมื่นล้านบาท) ในขณะที่ไทยส่งออกสินค้ามูลค่ากว่า 5,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐมายังกัมพูชา (ราว 1.7 แสนล้านบาท) ซึ่งหมายความว่าการส่งออกของไทยเกินดุลกัมพูชาไปกว่า 4,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.3 แสนล้านบาท)
ขณะที่ในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ กัมพูชาส่งออกสินค้ามูลค่ากว่า 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 6.5 พันล้านบาท) มายังประเทศไทย ในขณะที่ไทยส่งออกสินค้ามูลค่ากว่า 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 4.9 หมื่นล้านบาท) มายังกัมพูชา
“หากสินค้าที่นำเข้าไม่เข้าสู่กัมพูชาอีกต่อไป คนไทยควรแก้ไขปัญหานี้โดยตรงกับรัฐบาลของตนเอง เพราะผู้ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือคนไทยเอง”
“สำหรับชาวกัมพูชา หากไม่มีสินค้าจากไทยในตลาด โปรดอย่ากล่าวโทษรัฐบาลกัมพูชา เพราะการขาดแคลนสินค้าเป็นผลโดยตรงจากการตัดสินใจของไทยในการปิดพรมแดน ผมขอเรียกร้องให้พี่น้องชาวกัมพูชายังคงความสุขุม สุภาพ อดทน และมีความมั่นคงในท่าที พร้อมกับหลีกเลี่ยงการกระทำใดๆ ที่จะเปิดโอกาสให้ชาวต่างชาติดูหมิ่นศักดิ์ศรีของเรา”
อ้างอิง : khmertimeskh.com