“พระร่วง” ไปเมืองจีน คือ เจ้านครอินทร์ เมืองสุพรรณ
พระร่วง ไปเมืองจีน คือ เจ้านครอินทร์ เมืองสุพรรณ
พระร่วง ที่ไปเมืองจีน แล้วได้ช่างจีนทำเครื่องสังคโลก คือ เจ้านครอินทร์ เมืองสุพรรณ ไม่ใช่พ่อขุนรามคำแหง กรุงสุโขทัย มีหลักฐานประวัติศาสตร์โบราณคดีสนับสนุนคับคั่ง
“พระร่วง” คือ รามคำแหง
เรื่องเดิมสรุปว่า “พระร่วง” คือพ่อขุนรามคำแหง กรุงสุโขทัย ไปเมืองจีน 2 ครั้ง แล้วได้ช่างจีนทำเครื่องสังคโลกที่เมืองสุโขทัย ซึ่งเป็นพระนิพนธ์ของสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ มากกว่า 100 ปีมาแล้ว (พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2457) และทรงพระนิพนธ์ อธิบายตอนหนึ่ง ดังนี้
1 เมื่อแรกอ่านพงศาวดารเหนือว่าพระร่วงไปเมืองจีน สมเด็จฯ ไม่เชื่อ
2 ต่อมาได้เห็นจดหมายเหตุจีน ระบุว่าสยามไปเมืองจีน สมเด็จฯ จำต้องเชื่อด้วยอัศจรรย์ใจว่าพ่อขุนรามคำแหงไปเมืองจีนจริงๆ
พระนิพนธ์ของสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เฉพาะตอนที่กล่าวถึงเรื่อง “พระร่วง” ไปเมืองจีน จะคัดมาดังนี้
“ข้อที่ว่าพระร่วงได้เสด็จออกไปถึงเมืองจีน เห็นน้อยคนจะเชื่อ ข้าพเจ้าคนหนึ่งไม่เคยเชื่อ
จนกระทั่งมาแลเห็นจดหมายเหตุจีนว่าเมื่อ พ.ศ. 1837 พระเจ้ากรุงสยามได้เสด็จออกไปถึงราชสำนักพระเจ้ากรุงจีนดังนี้ จำต้องเชื่อด้วยอัศจรรย์ใจว่าจริงอย่างเนื้อเรื่องที่กล่าวในพงศาวดารเหนือ
และเป็นความจริงที่พระเจ้าขุนรามคำแหงเสด็จออกไปเมืองจีน จึงไปเอาช่างจีนเข้ามาทำถ้วยชามสังคโลก เมื่อราว พ.ศ. 1838”
(“ตำนานหนังสือพระราชพงศาวดาร” พระนิพนธ์ของ สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ในหนังสือ พระราชพงศาวดาร ฉบับพระราชหัตถเลขา เล่ม 1 กรมศิลปากร จัดพิมพ์ พ.ศ. 2542 หน้า 46)
“พระร่วง” ไปเมืองจีน ไม่ใช่ “รามคำแหง”
ดร. สืบแสง พรหมบุญ เป็นนักวิชาการไทยคนแรกที่พบตั้งแต่ พ.ศ. 2513 (และพิมพ์เผยแพร่ทั่วประเทศ พ.ศ. 2525)ว่าพ่อขุนรามคำแหงไม่ได้ไปเมืองจีน แต่ที่เชื่อกันว่าพ่อขุนรามคำแหงไปเมืองจีน เนื่องจากการแปลเอกสารจีนเป็นภาษาไทยมีข้อผิดพลาด “เพราะการแปลข้อความผิดพลาดก็เป็นได้”
(จากหนังสือ ความสัมพันธ์ในระบบบรรณาการระหว่างจีนกับไทย ของ สืบแสง พรหมบุญ (กาญจนี ละอองศรี แปลจากวิทยานิพนธ์ปริญญาเอก โดย สืบแสง พรหมบุญ เสนอต่อมหาวิทยาลัยวิสคอนซิน (เมดิสัน) สหรัฐฯ พ.ศ. 2513) มูลนิธิโครงการตำราฯ พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2525)
ดร. สืบแสง พรหมบุญ ปริญญาตรีจากคณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ, ปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยวิสคอนซิล สหรัฐ, อาจารย์ประจำคณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ, อาจารย์ประจำและคณบดีคณะศิลปศาสตร์ ธรรมศาสตร์, และอธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต ฯลฯ (ถึงแก่อนิจกรรม 25 มีนาคม 2555)
เจ้านครอินทร์ เมืองสุพรรณ ทำสังคโลก
ศรีศักร วัลลิโภดม บอกไว้นานแล้ว (ก่อน พ.ศ. 2527) ว่าเจ้านครอินทร์ เมืองสุพรรณ รับเทคโนโลยีก้าวหน้าจากจีน ผลิตเครื่องเคลือบสังคโลกและเครื่องปั้นดินเผาส่งไปขายกับต่างประเทศตามหมู่เกาะที่ใกล้เคียง เช่น อินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์, และมาเลเซีย นับเป็นสิ่งใหม่ๆ ที่นอกเหนือไปจากการส่งสินค้าประเภทต่างๆ เป็นสินค้าออก
ในระยะนี้เมืองบางเมืองในราชอาณาจักรได้กลายเป็นเมืองอุตสาหกรรม เช่น เมืองในเขต อ. ชันสูตร จ. สิงห์บุรี, เมืองสุโขทัย ศรีสัชนาลัย, และพิษณุโลก เป็นต้น
การผลิตเครื่องปั้นดินเผาไปขายต่างประเทศ น่าจะริเริ่มในสมัยสมเด็จพระนคริน ทราธิราช เพราะในสมัยที่ยังทรงดำรงพระยศเป็นเจ้านครอินทร์ เมืองสุพรรณ นั้น ได้เคยเสด็จไปเมืองจีน เมื่อเสวยราชย์แล้วก็ยังทรงติดต่อกับประเทศจีน ทรงขอช่างปั้นจากจีนมาสอนและทำเครื่องถ้วยชามในเมืองไทย โดยเหตุที่พระองค์ทรงเป็นใหญ่เหนือรัฐสุโขทัยด้วยในขณะนั้น คงทรงเลือกเมืองสุโขทัยและศรีสัชนาลัยเป็นแหล่งอุตสาหกรรม เพราะเป็นแหล่งที่มีดินดีเหมาะแก่การทำเครื่องสังคโลก
เหตุนี้ตำนานพงศาวดารจีนเรียกพระองค์ว่าเป็นพระร่วงที่เคยเสด็จไปเมืองจีน และนำช่างจีนเข้ามาสอนการทำสังคโลกในเมืองไทย (หนังสือ กรุงศรีอยุธยาของเรา ของ ศรีศักร วัลลิโภดม สำนักพิมพ์มติชน พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2527)
“พระร่วง” ไปเมืองจีน คือเจ้านครอินทร์ เมืองสุพรรณ
พิเศษ เจียจันทร์พงษ์ ผู้เชี่ยวชาญประวัติศาสตร์โบราณคดีของกรมศิลปากร เป็นนักปราชญ์คนแรกที่พบว่า “พระร่วง” ไปเมืองจีน คือเจ้านครอินทร์ เมืองสุพรรณ แล้วเขียนบทความเชิงวิชาการบอกไว้ตั้งแต่ พ.ศ. 2522 (ศิลปวัฒนธรรม ปีที่ 1 ฉบับที่ 3 พ.ศ. 2522 หน้า 19-21)
รัฐราชการรวบอำนาจรวมศูนย์สืบทอดอย่างเคร่งครัดและเข้มแข็งต่อระบอบ “เจ้าขุนมูลนาย” อำนาจนิยม จึงต่อต้านการเปลี่ยนแปลงสู่สิ่งใหม่ที่ถูกต้องและก้าวหน้า
ดังนั้น แม้หลักฐานวิชาการประวัติศาสตร์โบราณคดีและอื่นๆ กองท่วมหัวยืนยันสอดคล้องตรงกันว่า “พระร่วง” ไปเมืองจีน ไม่ใช่พ่อขุนรามคำแหง กรุงสุโขทัย เพราะแท้จริงคือเจ้านครอินทร์ เมืองสุพรรณ
แต่รัฐราชการรวบอำนาจรวมศูนย์ที่เกี่ยวข้องข้อมูลข่าวสารประวัติศาสตร์โบราณคดีและต่อต้านการเปลี่ยนแปลง ไม่เคลื่อนไหวปรับเปลี่ยนใดๆ ให้ถูกต้องตามหลักฐานวิชาการเช่นเดียวกับเรื่องอื่นๆ อีกมากที่มีผิดพลาดแต่ไม่แก้ไข
หมายเหตุ : ยังไม่แก้ไข อ่านได้ที่ องค์ความรู้ ส่งเสริมการอ่านผ่านออนไลน์ เรื่อง “วันพ่อขุนรามคำแหงมหาราช 17 มกราคม” […ทรงเจริญสัมพันธ์ไมตรีกับมหาอำนาจอย่าง “จีน” แล้วยังโปรดให้นำช่างปั้นถ้วยชามจากจีนมาสอนคนไทย ผลิตเป็น อุตสาหกรรมส่งออกไปยังประเทศจีน มลายู และอินเดีย ถ้วยชามที่ผลิตขึ้นนี้เรียกว่า “ชามสังคโลก”]
อ่านเพิ่มเติม :
- พ่อขุนรามคำแหงไปเมืองจีน เอาเทคโนโลยีทำถ้วยชามกลับมาสุโขทัยจริงหรือ?
- ความสัมพันธ์ “เจ้านครอินทร์” กับราชสำนักจีน หนุนวงศ์สุพรรณครองอยุธยา
- “ฮ่องเต้หย่งเล่อ” ขู่ “เจ้านครอินทร์” ให้ส่งตัวราชทูตจัมปาคืนเมือง
- มหาสมบัติเจ้านครอินทร์ ทองเหลือใช้ (?) แห่งกรุวัดราชบูรณะ
สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่
เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 2 กรกฎาคม 2568
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “พระร่วง” ไปเมืองจีน คือ เจ้านครอินทร์ เมืองสุพรรณ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com