โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างชาติแห่ถือพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ พุ่งทะลุ 9 ล้านล้านดอลล์ในมี.ค. เพิ่มขึ้น 3 เดือนติด

efinanceThai

เผยแพร่ 19 พ.ค. 2568 เวลา 07.47 น.

ต่างชาติแห่ถือพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ พุ่งทะลุ 9 ล้านล้านดอลล์ในมี.ค. เพิ่มขึ้น 3 เดือนติด

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -19 พ.ค. 68 14:47 น.

กระทรวงการคลังสหรัฐฯ เปิดเผยว่า การถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ โดยนักลงทุนต่างชาติ พุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในเดือนมี.ค. แตะระดับ 9.05 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน สะท้อนถึงความต้องการถือครองพันธบัตรสหรัฐฯ ที่ยังคงแข็งแกร่ง เพียงไม่กี่เดือนหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เข้ารับตำแหน่ง

การถือครองพันธบัตรดังกล่าว ปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 233,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากเดือนก.พ. ที่อยู่ที่ระดับ 8.81 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และเพิ่มขึ้นเกือบ 12% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว

อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์บางรายเตือนว่า แนวโน้มดังกล่าวอาจเปลี่ยนแปลงในเดือนเม.ย. หลังรัฐบาลทรัมป์ ประกาศมาตรการภาษีขนาดใหญ่เมื่อวันที่ 2 เม.ย. ซึ่งส่งผลให้ภาษีนำเข้าจริงโดยเฉพาะสินค้าจากจีน ปรับตัวพุ่งสูงขึ้นอย่างมาก ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าว นำไปสู่แรงเทขายพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปี พุ่งขึ้นมากกว่า 0.70% ไปแตะใกล้ 4.6% ในช่วงวันที่ 3–11 เม.ย. ซึ่งนักวิเคราะห์ระบุว่าแรงเทขายอาจมาจากนักลงทุนต่างชาติด้วย ก่อนที่ในเวลาต่อมา ประธานาธิบดีทรัมป์ จะชะลอการบังคับใช้ภาษีเป็นเวลา 90 วัน และตลาดพันธบัตรเริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้น แม้นักลงทุนต่างชาติยังคงระมัดระวังในการถือครองสินทรัพย์ของสหรัฐฯ ก็ตาม

ทั้งนี้ สหราชอาณาจักร แซงหน้าจีน ขึ้นเป็นผู้ถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ รายใหญ่อันดับ 2 ด้วยมูลค่า 779,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งโดยทั่วไป สหราชอาณาจักรเป็นประเทศที่นักลงทุนมักฝากเก็บรักษาหลักทรัพย์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกองทุนเฮดจ์ฟันด์ เช่นเดียวกับประเทศอื่น ๆ อย่าง หมู่เกาะเคย์แมน และบาฮามาส

ขณะที่ญี่ปุ่น ยังคงเป็นผู้ถือครองรายใหญ่ที่สุดของโลก โดยถืออยู่ 1.13 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในเดือนมี.ค. เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากเดือนก.พ.ที่ 1.126 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ด้านจีน ลดการถือครองลงมาเหลือ 765,400 ล้านดอลลาร์ ในเดือนมี.ค. จาก 784,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐในเดือนก.พ. โดยถือเป็นแนวโน้มขาลงตั้งแต่ปี 2018 ซึ่งในเดือนธ.ค.ปีที่แล้ว จีนถือพันธบัตรอยู่ที่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนก.พ. 2009 โดยอยู่ที่ 759,000 ล้านดอลลาร์

ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี เริ่มเดือนมี.ค.ที่ 4.18% และจบเดือนที่ 4.425%

นอกจากนี้ เมื่อแยกเป็นรายหลักทรัพย์ พบว่า เดือนมี.ค. มีเงินไหลเข้าสุทธิในพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ทั้งระยะกลางและระยะยาว อยู่ที่ 123,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่หุ้นกู้ มีมูลค่าการซื้อในหมู่นักลงทุนต่างชาติ อยู่ที่ 60,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนพันธบัตรอื่น ๆ ที่ออกโดยหน่วยงานรัฐบาล ถูกขายออกไป 10,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ มีเงินไหลเข้า 10,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงจาก 24,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในเดือนก.พ.

ที่มา Reuters

รายงาน โดย สิริพงศ์ สิริชุมศรี เรียบเรียง โดย สิริพงศ์ สิริชุมศรี
อีเมล์. siripong@efinancethai.comอนุมัติ โดย Supak Hopuengju
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...