โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชัวร์ก่อนแชร์ : ยาลดความดันกินแล้วเป็นโรคไต จริงหรือ ?

ชัวร์ก่อนแชร์

อัพเดต 19 พ.ค. 2568 เวลา 06.12 น. • เผยแพร่ 18 พ.ค. 2568 เวลา 23.11 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

บนสื่อสังคมออนไลน์แชร์ข้อว่าผู้ป่วยกินยาลดความดันเลือดเป็นประจำ อาจทำให้เกิดโรคไต ไตเสื่อม ไตวาย จริงหรือ ?

🎯 ตรวจสอบข้อเท็จจริงและคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ รศ.นพ.สุรศักดิ์ กันตชูเวสศิริ สาขาวิชาโรคไต ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี

มีคนเข้าใจว่ากินยาลดความดันเลือดสูง จะทำให้สะสม ทำให้เกิดไตวาย ตับวาย ไม่เป็นความจริง

ยาลดความดันเลือดสูงมีการใช้กันมานานแล้วในต่างประเทศก็ไม่มีปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้

ในทางตรงกันข้าม ยาลดความดันเลือดสูง “ชะลอ” ไม่ให้เกิดไตเสื่อม ไตวาย ซึ่งเป็นยาที่ต้องกิน ถ้าผู้ป่วยความดันเลือดสูงกินยาสม่ำเสมอ ความดันเลือดอยู่ในเกณฑ์ปกติ ไตไม่ต้องทำงานหนัก โอกาสเป็นโรคไตวายก็น้อยลง

ยาลดความดันเลือดสูง มีกลไกการทำงานอย่างไร ?

ปกติความดันเลือดสูงเป็นตัวเร่งการทำงานของไต ทำให้ไตขับปัสสาวะออกมา ขับของเสียออกมา

การลดความดันเลือดด้วยการกินยา จะทำให้ความดันเลือดต่ำอยู่ในเกณฑ์ปกติ ไตทำงานได้ปกติ ก็จะไม่ทำให้ไตเสื่อม ไตวาย เพราะการที่มีความดันเลือดสูงทำให้หลอดเลือดเสื่อมด้วย หลอดเลือดที่ไตก็เสื่อมตามความดันเลือดที่สูงขึ้น

“ความดันเลือดสูง” อาการแบบไหนที่ต้องกินยา ?

คนที่มีความดันเลือดสูงบางคนไม่มีอาการ

ผู้ป่วยบางคนมีอาการเพราะความดันเลือดสูงมาก ๆ จะมีอาการปวดศีรษะ วิงเวียน มึนงง เดินเซ บางคนก็สับสน เวลาที่ไปโรงพยาบาลก็จะได้รับการตรวจวัดความดันเลือด จะรู้ว่าตัวบนสูงหรือไม่สูง

ตัวบน 120 มิลลิเมตรปรอท ตัวล่าง 80 มิลลิเมตรปรอท

ถ้าค่าความดันเลือดตัวบนสูงมากกว่า 120 มม.ปรอท แสดงว่าเริ่มความดันเลือดสูงแล้ว อาจจะยังไม่ต้องกินยา เพียงแต่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ เรื่องการกินอาหาร และการออกกำลังกาย

ใครที่วัดความดันเลือดได้ค่าตัวบนมากกว่า 140 มม.ปรอท ควรจะต้องกินยา และให้แพทย์ปรับยาตามอาการและผลค่าความดันเลือด และไม่ควรซื้อยากินเอง

ยาลดความดันเลือดสูงต้องปรับให้เหมาะสมตามขนาดโดยแพทย์ และปรับตามความดันเลือดที่สูงขึ้น

ผู้ป่วยความดันเลือดสูง “ไม่กินยา” ได้หรือไม่ ?

ผู้ป่วยความดันเลือดสูงถ้าใช้วิธีรักษาตามธรรมชาติ นั่นคือ กินอาหารที่ถูกต้อง ไม่กินเค็มมากเกินไป ออกกำลังกายสม่ำเสมอเพื่อให้เหงื่อออกมาก ๆ หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ทุกชนิด และไม่สูบบุหรี่

การกินผักและผลไม้มาก ๆ ก็จะช่วยเรื่องความดันเลือดสูงได้ เพราะมีทั้งสารต้านอนุมูลอิสระ เกลือแร่ โพแทสเซียม แมกนีเซียมต่าง ๆ ทำให้ความดันเลือดลดลงโดยวิธีธรรมชาติ และอาจลดการกินยาลงได้ แต่ก็ขึ้นกับการดูแลของแพทย์ในการปรับลดยาให้เหมาะสมในผู้ป่วยแต่ละคน

ในคนที่กินยาลดความดันเลือดสูงเพราะเป็นความดันเลือดสูง และเข้าใจผิดไปกินอาหารเสริมหรือสมุนไพรเพื่อลดความดันเลือดก็จะหยุดยาแผนปัจจุบันที่กินประจำ ก็อาจจะมีความเสี่ยงได้รับอันตราย

ผู้ป่วยความดันเลือดสูงที่หยุดกินยาลดความดัน บางคนมีความดันเลือดสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ถ้าสูงมากจนกระทั่งมีโรคแทรกซ้อน เช่น หลอดเลือดในสมองแตก อัมพาต หัวใจวายได้

ดังนั้น การลดยาความดันเลือด หรือปรับขนาดการใช้ยาลดความดันเลือด ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์จะปลอดภัยที่สุด

เรื่องอาหารเสริมไม่แนะนำ กินผักและผลไม้ กินเนื้อสัตว์ กินธัญพืชต่าง ๆ ให้ครบถ้วนจะดีกว่า เพราะอาหารเหล่านี้จะช่วยลดความดันเลือดได้โดยธรรมชาติจะดีกว่า

รวมถึงลดกินอาหารเค็ม เครื่องปรุงรสชนิดต่าง ๆ (ซีอิ๊วขาว น้ำปลา ผงชูรส ซุปก้อน) มีผลทำให้ความดันเลือดสูงขึ้น

ยาลดความดันเลือดสูงได้รับการพิสูจน์แล้วทั่วโลก ใช้กันมาหลายสิบปี โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคไตรับรองว่าปลอดภัย

ผู้ป่วยโรคไตจะต้องกินยาลดความดันเลือด เพราะความดันเลือดสูงมักจะเป็นมากและค่อนข้างรุนแรง ถ้าหยุดยาลดความดันเลือดสูงจะอันตรายมาก

แนะนำว่าควรจะกินยาอย่างสม่ำเสมอ บางคนกินเช้าและเย็น บางคนกินวันละครั้งมื้อเช้า ขึ้นกับว่าเป็นมากหรือน้อย ซึ่งแพทย์เจ้าของไข้จะปรับขนาดยาลดความดันเลือดสูงให้เหมาะสม

ความดันเลือดถ้าอยู่ในเกณฑ์ปกติได้ คือ ตัวบน 120-130 มม.ปรอท จะทำให้การเป็นโรคไตน้อยลงได้มาก ซึ่งเป็นข้อมูลที่พิสูจน์แล้วทั่วโลก ทางการแพทย์ก็รับรองว่าควรจะให้ความดันเลือดของผู้ป่วยโรคไตอยู่ในเกณฑ์ปกติเพื่อป้องกันการเกิดไตวาย

การเข้าใจถึงกลไกของยา ทำให้ไม่เสียโอกาสในการรักษาโรค และ/หรือ อาการที่เจ็บป่วย

สัมภาษณ์โดย พีรพล อนุตรโสตถิ์

เรียบเรียงโดย คมส์ธนนท์ ศุขอัจจะสกุล

ดูเพิ่มเติมรายการ ชัวร์ก่อนแชร์ : ยาลดความดันกินแล้วเป็นโรคไต จริงหรือ ?

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...