โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

'ภาษีทรัมป์' ทำรถสหรัฐแพงขึ้น 6 หมื่นบาท ผู้ผลิตแห่ผลักภาระให้ผู้บริโภค

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 18 มิ.ย. 2568 เวลา 23.38 น. • เผยแพร่ 19 มิ.ย. 2568 เวลา 06.00 น.

"ผู้ซื้อรถยนต์" ในสหรัฐจะต้องแบกรับภาระต้นทุนจากนโยบายภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มูลค่า 30,000 ล้านดอลลาร์ โดยจะทำให้ราคารถยนต์ที่อยู่ในระดับสูงอยู่แล้วเพิ่มขึ้นเกือบ 2,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 60,000 บาทต่อคัน จากรายงานของบริษัทที่ปรึกษา AlixPartners ที่คาดว่าผู้ผลิตรถยนต์จะส่งต่อต้นทุนภาษี80% ให้ผู้บริโภค

บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง General Motors และ Ford Motor ได้ประกาศแล้วว่า จะได้รับผลกระทบจากภาษีในปีนี้ 5,000 ล้านดอลลาร์ และ 2,500 ล้านดอลลาร์ตามลำดับ แม้จะมีการหาทางชดเชยผ่านการปรับราคาก็ตาม

ด้าน มาร์ก เวกฟิลด์ หัวหน้าฝ่ายตลาดรถยนต์โลกของ AlixPartners ระบุว่า ราคาที่สูงขึ้นจะส่งผลให้ยอดขายรถยนต์ในสหรัฐลดลงประมาณ 1 ล้านคันในช่วง 3 ปีข้างหน้า

อย่างไรก็ตาม AlixPartners มองว่า ผลกระทบจากภาษีจะไม่รุนแรงเท่าที่คาดเนื่องจากคาดว่าอัตราภาษีจะลดลงเมื่อสหรัฐเจรจาข้อตกลงการค้ากับประเทศอื่น

"คาดการณ์ว่าภาษีรถยนต์ 25% จะลดลงเหลือ 7.5% สำหรับรถยนต์ที่ประกอบเสร็จแล้ว และ 5% สำหรับชิ้นส่วน รวมถึงจะต่ำกว่านั้นสำหรับรถยนต์และชิ้นส่วนที่เป็นไปตามข้อตกลงการค้าสหรัฐ-เม็กซิโก-แคนาดา" รายงานระบุ

ทั้งนี้ ผลกระทบระยะยาวที่สำคัญกว่าคือการที่รัฐบาลทรัมป์ลดและยกเลิกแรงจูงใจสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า เช่น เครดิตภาษี 7,500 ดอลลาร์สำหรับผู้ซื้อรถไฟฟ้า ทำให้ AlixPartners ปรับลดคาดการณ์ยอดขายรถไฟฟ้าในสหรัฐเกือบครึ่งหนึ่ง โดยคาดว่าในปี 2030 รถไฟฟ้าจะคิดเป็นเพียง 17% ของยอดขายรถยนต์ในสหรัฐ ลดลงจากการคาดการณ์เดิมที่ 31% ในขณะที่รถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายในแบบดั้งเดิมจะคิดเป็นครึ่งหนึ่งของยอดขาย

สถานการณ์นี้จะส่งผลเสียต่อความสามารถในการแข่งขันของผู้ผลิตรถยนต์อเมริกัน และอาจทำให้พวกเขาต้องพึ่งพาจีนซึ่งเป็นผู้นำตลาดรถไฟฟ้าโลก เวกฟิลด์กล่าวว่า

เขาอธิบายเสริมว่า "การลดการสนับสนุนรถไฟฟ้าอย่างรุนแรง" จะทำให้ผู้ผลิตรถยนต์อเมริกันกลายเป็นผู้นำโลกด้านเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ที่กินน้ำมันมาก ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเก่าแก่ที่กำลังถดถอย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...