โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“KF-GCHINAD” ลุย “หุ้นจีน” Greater China... “ของดี-ราคาถูก” โอกาสเพิ่มผลตอบแทนระยะยาว !!!

Wealthy Thai

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 16 พ.ค. 2568 เวลา 11.06 น. • สรวิศ อิ่มบำรุง

กองทุนติดดาว: กลับมาอีกครั้งกับคอลัมน์ประจำสัปดาห์อย่าง “กองทุนติดดาว”กองทุนที่ได้เรทติ้ง Morningstar 5 ดาว”จัดเป็นกองทุนหัวกะทิที่มี ‘ผลตอบแทนปรับด้วยความเสี่ยง’(Risk-adjusted returns)ดีสุด 10% แรกของกลุ่ม ตามสูตรลับเฉพาะของคนกลางอย่าง Morningstar”ซึ่งเป็นองค์กรที่จัดอันดับกองทุนรวมที่ได้รับการยอมรับจากนักลงทุนทั่วโลก
ครั้งนี้เป็นกองทุนในกลุ่ม
Greater China Equity” ที่เน้นลงทุนหุ้นจีน” ของบริษัทที่มีแหล่งรายได้จากประเทศจีน ฮ่องกง และไต้หวัน ซึ่งเป็นตลาด Greater China” นั่นเอง
เศรษฐกิจจีนในท่ามกลาง
“สงครามการค้า” (Trade War) ดูไม่ได้น่ากังวลอย่างที่คิด รัฐบาลจีนได้แสดงความมั่งมั่นส่งสัญญาณกระตุ้นเศรษฐกิจชัดเจนผ่านการลดดอกเบี้ย และนโยบายการคลัง พร้อมคงเป้าการเติบโตทางเศรษฐกิจปีนี้ไว้ที่ 5% เช่นเดิม
“หุ้นจีน” สำหรับการลงทุนระยะยาวเองถือว่ายังคงน่าสนใจไม่เสื่อมคลาย
วันนี้ ทีมงาน
‘Wealthy Thai’ มี “กองทุนหุ้นจีน” ที่น่าสนใจ ดีกรี “กองทุน 5 ดาว” จากทาง Morningstar”** มาฝากกัน

“KF-GCHINAD” ลุย “หุ้นจีน” แบบ 3 in 1 ในตลาด “Greater China”

สำหรับกองทุนที่จะแนะนำในครั้งนี้ มีชื่อว่า KF-GCHINAD: กองทุนเปิดกรุงศรีเกรทเทอร์ไชน่าอิควิตี้เฮดจ์ปันผล ที่อยู่ภายใต้การบริหารจัดการของ ‘บลจ.กรุงศรี’ มีความเสี่ยง “ระดับ 6”(เสี่ยงสูง) จัดตั้งเมื่อวันที่ 27 เม.ย. 2558 มีนโยบายเน้นลงทุน หุ้นจีน” ของบริษัทที่มีแหล่งรายได้จากประเทศจีน ฮ่องกง และไต้หวัน ผ่านกองทุนหลัก ‘FSSA Greater China Growth Fund (Class I-USD)’ ที่บริหารจัดการโดย First Sentier Investors (Ireland) Limited
โดยกองทุนมีนโยบาย “จ่ายปันผล” ไม่เกินปีละ 12 ครั้งในอัตราไม่ต่ำกว่า 10% ของกำไรสุทธิ/กำไรสะสม ซึ่งตั้งแต่จัดตั้งกองทุนมาจ่ายปันผลไปแล้วทั้งสิ้น 15 ครั้ง เป็นเงิน 5.9000 บาท/หน่วย

หน้าตาพอร์ต…สไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็นส่วนผสมระหว่าง “หุ้นเติบโต” และ “หุ้นคุณค่า”

จากนโยบายลงทุนทำให้หน้าตาหุ้นในพอร์ตของกอง ‘KF-GCHINAD’ มีบุคลิกของหุ้นสไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็นส่วนผสมระหว่าง“หุ้นเติบโต” (Growth) และ “หุ้นคุณค่า” (Value) เป็นสำคัญ
สำหรับหน้าตาพอร์ตของกองทุนหลัก (ข้อมูล ณ วันที่ 31 มี.ค. 25) มีการจัดสรรการเงินลงทุนใน 3 ประเทศหลัก ประกอบไปด้วย

  • ไต้หวัน 24.20%

  • ฮ่องกง 16.50%

  • สิงคโปร์ 0.20%

โดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่ลงทุนมากสุด ได้แก่

  • Consumer Discretionary 25.80%

  • Information Technology 22.60%

  • Communication Services 15.20%

  • Industrials 13.00%

  • Consumer Staples 9.40%

“โดยหุ้นที่ติดอยู่ใน Top5 เป็นหุ้นชั้นนำของแต่ละประเทศ ได้แก่ 1) Tencent Holdings 9.50%, 2) Taiwan Semiconductor (TSMC) 7.70%,3) Midea Group 4.70%,4) Shenzhou International Group Holdings Limited 4.30% และ5) China Mengniu Dairy Co., Ltd. 4.00% ตามลำดับ”

“ด้านผลการดำเนินงานของกองทุน ‘KF-GCHINAD’ตั้งแต่จัดตั้งกองทุน (ข้อมูล ณ วันที่ 30 เม.ย. 25) เฉลี่ยอยู่ที่ 0.93%ต่อปี(ดัชนีชี้วัด 3.38% ต่อปี) ขณะที่ความผันผวนของผลการดำเนินงานเองเฉลี่ยอยู่ที่ 19.82% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 20.21% ต่อปี) แต่อย่างไรก็ดีในช่วง 5 ปีย้อนหลังกองทุนเคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -48.61%”

เงินลงทุนขั้นต่ำ “ครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” เพียง 500 บาท เท่านั้น

สำหรับนักลงทุนที่สนใจอยากลงทุนในกองดังกล่าวก็สามารถใช้เงินลงทุนเริ่มต้นที่ 500 บาท ตามเงื่อนไขของมูลค่าขั้นตํ่าของการ “ซื้อครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” เช่นเดียวกันกับเงื่อนไขการขายที่ระบุขั้นไว้ที่ 500 บาท หรือ 50หน่วย โดยมียอดคงเหลือขั้นต่ำที่ 50 หน่วย ซึ่งมีระยะเวลาในการรับเงินค่าขายภายใน 4 วันทำการหลังจากวันทำรายการขายคืน(T+4)

ส่วนรายละเอียดการซื้อขายในปัจจุบันสามารถทำได้ง่ายๆ โดยผ่านทั้งช่องทางออฟไลน์ธนาคาร กรุงศรี จำกัด(มหาชน)และบริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงศรีจํากัดทุกสาขาหรือตัวแทนสนับสนุนการซื้อขายหน่วยลงทุนอื่นๆที่บริษัทแต่งตั้งขึ้นและช่องทางออนไลน์ผ่านโมบายแอพพลิเคชั่น @ccess Mobile Application
สำหรับ “ตลาดหุ้นจีน” ตลาดมองว่าได้ผ่าน “จุดต่ำสุด” ไปแล้ว และกำลังฟื้นตัวขึ้นตามเศรษฐกิจในระยะยาว เป็นอีกตลาดหุ้นที่น่าสนใจ ที่สามารถแบ่งเงินกระจายไปลงทุนไว้ติดพอร์ตได้เช่นกัน เพียงแต่อาจจะไม่ได้มาแบบหวือหวาหากแต่ต้องอดทนมองภาพระยะยาวเป็นสำคัญ
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...