โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เฟอร์นิเจอร์ไทย ปรับตัวสู้จีน ลุ้นปีนี้มูลค่าตลาดแตะหมื่นล้านบาท

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 15 พ.ค. 2568 เวลา 07.26 น. • เผยแพร่ 15 พ.ค. 2568 เวลา 23.26 น.
อมรเทพ คัชชานนท์

คอลัมน์ : สัมภาษณ์พิเศษ

ภาพรวมตลาดอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ การออกแบบดีไซน์ ในประเทศไทยค่อนข้างเติบโตชะลอตัวอย่างมากและต่อเนื่อง ซึ่งไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ด้านการเติบโตอสังหาริมทรัพย์มากนัก เนื่องจากภาพรวมของตลาดมีคู่แข่งจากต่างประเทศเข้ามาแข่งขันอย่างต่อเนื่องและเบ็ดเสร็จ ส่งผลให้เฟอร์นิเจอร์ของไทยเข้าไม่ถึงลูกค้า ต้องปรับตัว เพิ่มความแตกต่างให้กับสินค้า เจาะกลุ่มลูกค้าแบบเจาะจงมากขึ้น รวมไปถึงการเพิ่มมูลค่าของสินค้า ออกงานแสดงสินค้าไม่ว่าจะเป็นในและต่างประเทศ เพื่อที่จะเข้าถึงลูกค้าได้

ล่าสุด “ประชาชาติธุรกิจ” ได้สัมภาษณ์พิเศษ นายอมรเทพ คัชชานนท์ นายกสมาคมผู้ผลิตผลิตภัณฑ์แนวดีไซน์ ซึ่งมีการจัดงานแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์ “STYLE” เมื่อเร็ว ๆ นี้ ถึงทิศทาง โอกาส และการแข่งขันในภายใต้ปัจจัยที่เกิดขึ้นทั้งภายในและภายนอกประเทศ

เน้นตลาดเอเชียแข่งที่ดีไซน์

สำหรับอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ภายในประเทศค่อนข้างที่จะเงียบมาสักพัก จากการประเมินและติดตาม พูดคุยกับผู้ประกอบการหลายกลุ่มพบว่า เฟอร์นิเจอร์ของจีน เวียดนาม และอินโดนีเซีย เข้ามาตีตลาดในประเทศเยอะ โดยเฉพาะในเรื่องของราคาที่ถูกกว่าในประเทศมาก ทำให้อุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ของไทยแข่งขันลำบาก ในส่วนของการส่งออกเองปริมาณก็ค่อนข้างจะลดลง เนื่องจากในตลาดที่มีการส่งออกไป เช่น ญี่ปุ่น จากการติดตามในช่วงปี 2567 ที่ผ่านมา ส่งออกลดลงเนื่องจากปัญหาสภาวะเศรษฐกิจในญี่ปุ่น

ขณะที่ตลาดยุโรปก็เงียบมานาน การส่งออกมีปริมาณลดลง ส่วนสหรัฐเองการส่งออกก็มีการขึ้น-ลง แต่ก็ยังเป็นตลาดที่ยังไม่เสถียรภาพเท่าไหร่นัก

ดังนั้น การส่งออกเฟอร์นิเจอร์ของไทยจึงเน้นการส่งออกไปในโซนเอเชียมากกว่า ที่ยังมีกำลังซื้อ เช่น อินเดีย ที่มีความสนใจเฟอร์นิเจอร์ของไทย สำหรับตลาดที่มีกำลังซื้อสูงจะแข่งขันเรื่องของงานดีไซน์ เช่น ด้านวัสดุ เทคนิคที่มีความแตกต่าง จากคู่แข่งในกลุ่มเอเชียด้วยกันอย่างจีน เพื่อให้สามารถแข่งขันได้ ขณะที่การส่งออกเน้นปริมาณนั้นไม่ใช่ส่วนสำคัญแล้ว เพราะแข่งขันยากมาก แต่จะต้องตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่มีความแตกต่าง และหาช่องว่างของตลาด ซึ่งจะเป็นทางออกที่ดี รวมไปถึงการบริการและเน้นการให้ผลิตสินค้าที่เป็นยูนีคมากขึ้น

ชี้ส่งออกแข่งดุตั้งแต่ก่อนโควิด

การชะลอสินค้ากลุ่มนี้ ไม่ว่าจะเฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่งบ้าน เริ่มเห็นสัญญาณมาตั้งแต่ก่อนโควิดที่เริ่มมีการแข่งขันยากขึ้น โดยเฉพาะในตลาดโลกถ้ายังแข่งขันในรูปแบบเดิม และเมื่อเจอช่วงโควิด-19 ก็สะท้อนให้เห็นว่าการปรับตัว ยืดหยุ่นโดยเฉพาะการผลิต ไม่ยึดแนวทางเดิม จะทำให้การแข่งขันยิ่งลำบาก และหากไม่ปรับตัวก็ทำให้มีปิดกิจการไปบ้าง แต่ในกลุ่มที่ยังทำธุรกิจได้ คือ กลุ่มที่มีการปรับตัวและลดคำสั่งซื้อที่เป็นขนาดใหญ่ ลดการแข่งขันด้านปริมาณ ไปเพิ่มความหลากหลาย รองรับลูกค้า และตอบสนองงานการดีไซน์ที่มีความแตกต่าง

รวมไปถึงเทรนด์ของเฟอร์นิเจอร์ แม้จะผลิตสินค้าน้อยชิ้น แต่ได้มูลค่าเพิ่มก็ยังทำให้ประกอบธุรกิจเดินหน้าไปได้ แม้การผลิตจะมีความยุ่งยากก็ตาม ซึ่งก็ถือว่าเป็นความท้าทายของผู้ประกอบการที่จะต้องปรับตัวรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

“อย่างไรก็ตาม มูลค่าการส่งออกเฟอร์นิเจอร์ยังมีโอกาสโตไปได้ถึง 10,000 ล้านบาท จากการเข้ามาลงทุนของโครงการใหญ่ และความหลากหลายของธุรกิจ ทำให้มีความต้องการสินค้าเพิ่มขึ้น และผลมาจากหลังโควิด ภาคเอกชนเริ่มมีความต้องการที่จะมีการรีโนเวตตกแต่งบ้าน รูปแบบใหม่ทำให้ความต้องการสินค้าเฟอร์นิเจอร์เพิ่มขึ้น”

เฟอร์นิเจอร์

กังวลจีนเข้ามาแย่งลูกค้า

การเติบโตของอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ในช่วงปี 2567 ที่ผ่านมามีการขยับตัวดีขึ้น มีผู้ประกอบการลงทุนมากขึ้นทั้งในและต่างประเทศ และก็มีเทรนด์บางอย่างที่ลูกค้าสนใจเข้ามาสั่งซื้อสินค้าในเอเชียมากขึ้น ซึ่งไม่ใช่เฉพาะในประเทศไทยเพียงอย่างเดียว แต่สนใจไปร่วมงานแสดงสินค้าในต่างประเทศ ทำให้เห็นดีไซน์หรือโครงการที่สนใจที่จะลงทุนในไทยและค่อนข้างจะสนใจเฟอร์นิเจอร์ไทย

มองว่าแนวโน้มของตลาดยังดี แม้ว่าภาพการส่งออกไปต่างประเทศ ทั้งในตลาดสหรัฐ ยุโรป โดยเฉพาะยุโรปที่ยังมีการชะลอ แม้จะยังมีลูกค้าที่มีคำสั่งซื้อก็ตาม แต่การนำเข้าก็พิจารณามากขึ้น เนื่องจากได้รับผลกระทบค่าขนส่งที่เกิดจากปัญหาสงคราม ยังมีข้อจำกัดเรื่องตู้คอนเทนเนอร์ที่จะต้องจองล่วงหน้า เพราะปกติเราส่งออกไปเต็มที่ไม่เกินสองเดือน

แต่ปัจจุบันต้องประเมินมากกว่านั้น ต้องคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าสามเดือน ทำให้การส่งออกไปยุโรปลำบากขึ้น ลูกค้าส่วนใหญ่จึงมาทางโซนเอเชีย และจากการเติบโต ทำให้มีบริษัทต่างชาติเข้ามาลงทุนในไทยมากขึ้น เช่น จีน ที่พร้อมตอบโจทย์ให้ลูกค้าได้หมด ถ้าไทยจะไปแข่งขันก็จะยากขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ากังวลของผู้ประกอบการไทยพอสมควร มากกว่านักลงทุนชาติอื่นที่เข้าทำธุรกิจ รวมไปถึงงานออกแบบ ดีไซน์ อย่างเช่น รัสเซีย

เทรนด์รักษ์โลกเป็นคำตอบ

การปรับตัวและเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้าจะเป็นทางรอดที่สำคัญ รวมไปถึงงานด้านวัสดุที่ต้องตอบโจทย์เทรนด์ปัจจุบัน โดยเฉพาะเรื่องของสิ่งแวดล้อม การใช้วัสดุทดแทน การใช้อินโนเวชั่น นวัตกรรมเข้ามาสร้างมูลค่าเพิ่ม เป็นเทรนด์ที่น่าสนใจ เพราะอนาคตกำแพงภาษี เงื่อนไขการส่งออกจะนำสิ่งเหล่านี้มาสร้างอำนาจต่อรองในการนำเข้า-ส่งออกมากขึ้น โดยเฉพาะยุโรปซึ่งให้ความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อม ผู้บริโภคภายในประเทศ โอกาสที่จะมีเงื่อนไขการนำเข้าก็จะตามมา

ดังนั้น ผู้ประกอบการไทยจำเป็นที่จะต้องสร้างจุดขาย จุดแข็ง ที่ทำให้เราน่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นเวทีในประเทศหรือเวทีโลก ต้องบอกได้ว่าเรามีความแตกต่าง ทั้งงานออกแบบเฟอร์นิเจอร์ เชื่อว่าอุตสาหกรรมนี้ยังคงเติบโตได้

อย่างไรก็ดี ความกังวลของผู้ประกอบการก็ต้องยอมรับว่ามีความกังวลอยู่บ้าง ไม่ว่าสภาวะเศรษฐกิจ การแข่งขัน การขนส่ง ต้นทุนการผลิต ซึ่งล้วนมีผลต่อการตัดสินใจของลูกค้า เพื่อให้การแข่งขันได้ เราก็อยากให้หน่วยงานภาครัฐเข้ามาสนับสนุน ทำอย่างไรให้มีลูกค้าสนใจมากขึ้น สนับสนุนให้แบรนด์สินค้าไทยไปเวทีโลก การออกแสดงสินค้าในต่างประเทศ เพื่อให้ลูกค้าต่างประเทศที่ไม่มีโอกาสที่จะมาเมืองไทย ได้มีโอกาสเห็นสินค้าไทยมากขึ้น โดยคาดว่าจะได้รับแรงหนุนจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เฟอร์นิเจอร์ไทย ปรับตัวสู้จีน ลุ้นปีนี้มูลค่าตลาดแตะหมื่นล้านบาท

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...