เจ้าแม่รีเซลบัตรคอน ปรากฏการณ์ใหม่ในยุคดิจิทัล | เงินทองของจริง
Ch7HD News - ข่าวช่อง7
อัพเดต 15 ส.ค. 2568 เวลา 04.01 น. • เผยแพร่ 15 ส.ค. 2568 เวลา 03.01 น. • TEROASIAเคยมั้ยครับ อยากไปคอนเสิร์ตศิลปินคนโปรด แต่กดบัตรยังไงก็ไม่ทัน! สุดท้ายต้องหันไปพึ่ง "พี่รับกด" หรือ "เจ้าแม่รีเซลบัตรคอน" วันนี้เราจะพาไปดูว่า ธุรกิจรับกดบัตรคอนเสิร์ตจริง ๆ แล้วทำยังไง ? ได้เงินจริงไหม ? และผิดกฎหมายรึเปล่า ?
ธุรกิจรับกดบัตรคืออะไร ?
ธุรกิจรับกดบัตร คือ การบริการที่มีคนรับจ้างกดบัตรคอนเสิร์ต งาน Fan Meet หรือกิจกรรมต่างๆ ให้กับผู้ที่อยากได้บัตรแต่ไม่มีเวลาหรือทักษะในการกดเอง ซึ่งธุรกิจนี้จะมีรูปแบบหลัก ๆ ดังนี้
รูปแบบธุรกิจ
รับจ้างกดบัตรแบบธรรมดา - คนรับจ้างใช้วิธีการกดบัตรด้วยตัวเอง ผ่านเว็บไซต์ขายบัตรให้ลูกค้า
กดบัตรแล้วขายต่อ (Resale) - ซื้อบัตรในราคาเดิมจากเว็บไซต์ แล้วนำไปขายต่อในราคาสูงขึ้นเพื่อทำกำไร
ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
การรับจ้างกดบัตรแบบธรรมดา
ยังไม่มีข้อกฎหมายห้ามโดยเฉพาะ จึงไม่ผิดกฎหมายโดยตรง
การกดบัตรแล้วขายต่อ (Resale)
ยังไม่ผิดกฎหมายโดยตรง แต่ถ้าฝ่าฝืนเงื่อนไขของผู้จัด เช่น ห้ามขายต่อ อาจถูกเพิกถอนสิทธิ์ หรือถูกแบล็กลิสต์หมายเลขบัตรประชาชน และจะไม่สามารถใช้หมายเลขบัตรประชาชนดังกล่าวทำกิจกรรมใด ๆ กับเว็บไซต์ขายบัตรได้อีก
การใช้บอทหรือโปรแกรมช่วยกด
แม้ว่าการใช้บอทช่วยกดบัตรคอนเสิร์ตยังไม่มีบทบัญญัติกฎหมายเฉพาะในประเทศไทยที่ระบุว่า "ผิดกฎหมาย" โดยตรง แต่การกระทำแบบนี้อาจเข้าข่าย พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ หากใช้บอทเข้าไปเจาะระบบ หรือทำให้ระบบขายบัตรทำงานผิดปกติ
ความเสี่ยงด้านการฉ้อโกง
การซื้อ-ขายบัตรคอนเสิร์ตต่อจากคนอื่นมักจะเกิด "การโกง" คือ คนขายอ้างว่ากดบัตรได้ แล้วให้คนซื้อจ่ายเงิน แต่สุดท้ายแล้วไม่มีบัตรให้จริง ซึ่งแบบนี้ผิดกฎหมายฐานฉ้อโกง และมีคดีฟ้องร้องเกิดขึ้นจำนวนมากในกรณีนี้
ทำไมธุรกิจนี้ถึงเกิดขึ้น ?
ธุรกิจรับกดบัตรเกิดขึ้นจากหลายปัจจัย
- ความต้องการบัตรสูง แต่มีจำนวนจำกัด - ทุกคอนเสิร์ตมีบัตรจำกัด ซึ่งบางโซนอาจขายหมดในเวลาไม่กี่นาที
- ระบบขายบัตรที่ไม่ยืดหยุ่น - เช่น มีรอบขายบัตรที่จำกัด หรือเว็บไซต์ล่มในช่วงเปิดขาย
- แฟนคลับไม่มีเวลา หรือไม่ชำนาญในการกดบัตร - บางคนงานยุ่ง หรือไม่ถนัดใช้เทคโนโลยี
- การซื้อความสบายใจ - คนยอม "จ่ายเงินเพิ่ม" เพื่อแลกกับความมั่นใจและลดความเสี่ยง เปรียบเหมือนการซื้อประกัน
รายได้และความเป็นไปได้ทางธุรกิจ
รายได้จากการกดบัตร
ใครที่สนใจหารายได้เสริมด้วยวิธีนี้ ต้องเข้าใจก่อนว่า รายได้ที่มาจากการกดบัตรคอนเสิร์ตหรือบัตรงานแฟนมีตติ้งต่าง ๆ มักไม่ได้เป็นรายได้ประจำ เพราะต้องขึ้นอยู่กับว่าในช่วงนั้น ๆ มีการจัดคอนเสิร์ตหรือไม่
อัตราค่าจ้าง
- ทั่วไป: 200-500 บาทต่อใบ
- คอนเสิร์ตยอดนิยม: สูงถึง 1,000 บาทต่อใบ
ต้นทุนและความเสี่ยง
ต้นทุนที่ต้องจ่าย
- ค่าอินเทอร์เน็ต
- ค่าคอมพิวเตอร์
- ค่าแรงและค่าเสียเวลาที่ต้องรอในช่วงเปิดขายบัตร
ความเสี่ยง
- บางครั้งกดบัตรไม่ได้ ทำให้ลูกค้าบางคนอาจไม่จ่ายเงิน
ผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ
ผลกระทบต่อผู้บริโภค
- แฟนคลับจ่ายแพงขึ้น - การจ้างคนกดบัตรให้อาจจะเป็นการเพิ่มต้นทุนให้กับผู้ซื้อ เพราะต้องเก็บเงินมากขึ้น
- ศิลปินและผู้จัดไม่ได้เงินเพิ่ม - แม้จะจ่ายเงินค่าบัตรสูงขึ้น แต่เงินส่วนที่เพิ่มมาไม่ได้เข้าศิลปินหรือผู้จัดงานเพิ่มเลย
ผลกระทบต่อระบบ
- ระบบการขายไม่ค่อยโปร่งใส - ตลาดบัตรมือสองโตขึ้นเรื่อย ๆ ก็จริง แต่ระบบขายบัตรถูกตั้งคำถามเรื่องความยุติธรรมอย่างต่อเนื่อง
ข้อแนะนำสำหรับผู้ที่สนใจ
ท้ายที่สุดแล้ว การรับจ้างกดบัตร ไม่ใช่แค่เรื่องของความไวหรือเทคนิค แต่ต้องมีจรรยาบรรณด้วย เพราะงานแฟนมีตหรือคอนเสิร์ตคือโอกาสพิเศษของแฟนคลับ
แนวทางปฏิบัติที่ดี
- การกวาดจองหรือกักที่นั่งโดยไม่จำเป็น อาจทำให้คนอื่นเสียโอกาส
- ควรจองเฉพาะที่ที่ลูกค้าต้องการ เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกคนได้ซื้อบัตรอย่างเท่าเทียม
- คำชื่นชมและความไว้ใจจากลูกค้า คือสิ่งที่จะทำให้รายได้เติบโตได้อย่างยั่งยืน
สำหรับผู้ซื้อบัตรมือสอง
ถ้าจะซื้อบัตรมือสองควรตรวจสอบผู้ขายให้มั่นใจเสียก่อน เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกฉ้อโกง
พบกับ "โคชหนุ่ม" และ "ทิน โชคกมลกิจ" ได้ใน "เงินทองของจริง" ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 8.30-8.40 น. ทางช่อง 7HD กด 35 และช่องทางออนไลน์ TERO Digital
รับชมผ่าน YouTube ได้ที่ https://youtu.be/5K3G12YJL10?si=XeyVU5wKCPcVRPCz