โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เข้าใจ 'ภาษีธุรกิจเฉพาะ' สำหรับกิจการที่ดำเนินธุรกิจในลักษณะธนาคารพาณิชย์

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 13 ก.ค. 2568 เวลา 02.08 น. • เผยแพร่ 13 ก.ค. 2568 เวลา 08.30 น.

ทุกธุรกิจล้วนมีความเกี่ยวข้องกับ "ภาษี" แต่ประเภทของภาษีที่ต้องชำระนั้นอาจแตกต่างกันไปตามลักษณะของกิจการ โดยภาษีหลักที่ธุรกิจส่วนใหญ่มักต้องเผชิญ ได้แก่ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีหัก ณ ที่จ่าย

อย่างไรก็ตาม ยังมีภาษีอีกประเภทหนึ่งที่ผู้ประกอบกิจการที่ดำเนินธุรกิจลักษณะคล้ายธนาคารพาณิชย์ เช่น การให้กู้ยืมเงิน การค้ำประกัน หรือการแลกเปลี่ยนเงินตรา ต้องพบเจออย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นั่นก็คือ "ภาษีธุรกิจเฉพาะ"

หลายคนอาจไม่ทราบว่า หากธุรกิจอยู่ในกลุ่มที่เข้าข่ายต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ จะต้องดำเนินการยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีดังกล่าวกับกรมสรรพากร และมีหน้าที่ต้องยื่นแบบและชำระภาษีธุรกิจเฉพาะทุกเดือนอย่างต่อเนื่อง

ด้วยเหตุนี้ผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจในลักษณะคล้ายธนาคาร จึงควรรีบจัดการเรื่องภาษีธุรกิจเฉพาะให้ถูกต้องตั้งแต่แรกเริ่ม ก่อนที่จะถูกตรวจสอบโดยเจ้าหน้าที่กรมสรรพากร

เข้าใจ "ภาษีธุรกิจเฉพาะ" แบบไม่งง

ภาษีธุรกิจเฉพาะ เป็นหนึ่งในประเภทของภาษีที่จัดเก็บจากธุรกิจบางประเภทตามที่กฎหมายกำหนด โดยผู้ที่มีหน้าที่เสียภาษีนี้ อาจเป็นได้ทั้งบุคคลธรรมดา คณะบุคคลที่ไม่ใช่นิติบุคคล รวมถึงนิติบุคคลต่างๆ
เช่น

- ห้างหุ้นส่วนสามัญ
- กองทุน
- กองมรดก
- หน่วยงานเอกชนที่ดำเนินการโดยบุคคลตั้งแต่สองคนขึ้นไป โดยไม่จัดตั้ง- เป็นนิติบุคคลตลอด
- หน่วยงานของรัฐ
- สหกรณ์
- หรือองค์กรอื่นๆ ที่กฎหมายให้สถานะเป็นนิติบุคคล

หากผู้ประกอบการตั้งอยู่หรือลงทุนอยู่นอกราชอาณาจักร จะต้องมีผู้รับผิดชอบดำเนินการแทนในประเทศไทย เช่น ลูกจ้าง ตัวแทน หรือบุคคลที่มีอำนาจจัดการธุรกิจโดยตรง

ธุรกิจแบบไหนต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ?

การเสียภาษีธุรกิจเฉพาะไม่ได้ขึ้นอยู่กับรูปแบบการจัดตั้งธุรกิจ เช่น นิติบุคคล บุคคลธรรมดา หรือคณะบุคคลเท่านั้น แต่ยังรวมถึงประเภทธุรกิจที่ดำเนินการอีกด้วย โดยสามารถแบ่งประเภทของธุรกิจที่ต้องเข้าข่ายจดทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะไว้ดังนี้

  • ธุรกิจธนาคาร ตามที่กำหนดโดยกฎหมายธนาคารพาณิชย์หรือกฎหมายเฉพาะที่เกี่ยวข้อง
  • ธุรกิจประกันชีวิต ตามที่ระบุในกฎหมายว่าด้วยการประกันชีวิต
  • ธุรกิจโรงรับจำนำ ตามที่ระบุในกฎหมายว่าด้วยโรงรับจำนำ
  • ธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเออร์ ตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเออร์
  • ธุรกิจที่ดำเนินการในลักษณะของการให้บริการธนาคารพาณิชย์ เช่น การให้สินเชื่อ การค้ำประกัน การแลกเปลี่ยนเงินตรา การออก การซื้อ หรือการขายตั๋วเงิน รวมถึงการรับส่งเงินด้วยวิธีการต่างๆ โดยไม่จำกัดว่าจะเป็นการดำเนินการภายในประเทศหรือต่างประเทศ
  • ธุรกิจขายอสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้าและหากำไร ไม่ว่าจะได้รับอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าวมาในรูปแบบใดก็ตาม

ขั้นตอนง่ายๆ ในการจดทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะออนไลน์

ผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจซึ่งอยู่ในข่ายต้องจดทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะ สามารถยื่นแบบคำขอจดทะเบียน (แบบ ภ.ธ.01) ผ่านทางเว็บไซต์ของกรมสรรพากรที่ www.rd.go.th ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทุกวัน ไม่มีวันหยุด ซึ่งในการยื่นคำขอผู้ประกอบการจะต้องกรอกเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร 13 หลัก โดย

  • กรณีเป็นบุคคลธรรมดา ให้ใช้เลขบัตรประจำตัวประชาชน
  • กรณีเป็นนิติบุคคล ให้ใช้เลขทะเบียนนิติบุคคลที่ได้รับจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
  • กรณีอื่นๆ ใช้เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรที่กรมสรรพากรออกให้

เอกสารที่ต้องแนบในการยื่นคำขอมีดังนี้

  • แบบฟอร์มคำขอ ภ.ธ.01
  • สัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์ หรือหนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่ที่ระบุชื่อและที่อยู่
  • หนังสือเดินทาง หรือใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว
  • ใบอนุญาตประกอบธุรกิจ (เฉพาะกรณีชาวต่างชาติ)
  • หนังสือจัดตั้งห้างหุ้นส่วนสามัญ กองทุน มูลนิธิ หรือองค์กรเอกชนที่ไม่ใช่นิติบุคคล
  • หนังสือแต่งตั้งตัวแทน ที่ได้รับการรับรองจากสถานทูตหรือสถานกงสุล
  • เอกสารเกี่ยวกับการร่วมดำเนินกิจการ (ถ้ามี)
  • แผนที่สถานประกอบการ พร้อมภาพถ่าย
  • หนังสือมอบอำนาจ (ติดอากรแสตมป์) พร้อมบัตรประชาชนของผู้มอบและผู้รับมอบอำนาจ

หลังจากยื่นคำขอเรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่จะดำเนินการตรวจสอบเอกสารและพิจารณาอนุมัติภายใน 27 วันทำการ โดยจะมีการแจ้งผลให้ผู้ยื่นคำขอทราบต่อไป

กรณีที่ผู้ประกอบการภาษีธุรกิจเฉพาะสามารถยื่นขอคืนภาษีได้

ในการชำระภาษีธุรกิจเฉพาะ ผู้ประกอบการสามารถขอคืนภาษีได้ หากเป็นไปตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด ดังนี้

  • เป็นผู้ที่ไม่มีหน้าที่ต้องเสียภาษี แต่ได้ชำระภาษีไว้แล้ว
  • เป็นผู้ประกอบกิจการที่มีหน้าที่เสียภาษี แต่ได้ชำระภาษีเกินจำนวน ชำระผิดประเภท หรือชำระซ้ำ

ทั้งนี้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีสามารถยื่นคำร้องขอคืนเงินภาษีได้ภายในระยะเวลา 3 ปี นับตั้งแต่วันสิ้นสุดกำหนดเวลายื่นแบบแสดงรายการภาษี

การยื่นคำร้องขอคืนเงินภาษีธุรกิจเฉพาะ ต้องใช้แบบฟอร์ม ค.10 พร้อมแนบเอกสารประกอบ ได้แก่

  • หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล (กรณีผู้ขอคืนเป็นนิติบุคคล)
  • ใบเสร็จรับเงินภาษีธุรกิจเฉพาะ
  • เอกสารหรือหลักฐานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับกรณีที่ขอคืนภาษี

เมื่อยื่นคำร้องครบถ้วน เจ้าหน้าที่จะดำเนินการตรวจสอบเพื่อพิจารณาการคืนภาษีตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด

กล่าวโดยสรุป ภาษีธุรกิจเฉพาะเป็นภาษีที่จัดเก็บจากธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการเงิน การธนาคาร หรือโรงรับจำนำ เป็นต้น ผู้ประกอบการสามารถยื่นขอจดทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะได้ผ่านระบบออนไลน์ โดยต้องยื่นแบบ ภ.ธ.01 ภายใน 30 วันนับจากวันที่เริ่มดำเนินกิจการ นอกจากนี้ ผู้ประกอบการยังมีหน้าที่ต้องยื่นแบบ ภ.ธ.40 เป็นแบบแสดงรายการภาษีธุรกิจเฉพาะรายเดือน โดยต้องยื่นภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป ไม่ว่าจะมีรายรับในเดือนนั้นหรือไม่ก็ตาม

อ่านบทความน่ารู้เกี่ยวกับภาษีเพิ่มเติม คลิกที่นี่
Source : Inflow Accounting

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...