เข้าใจ 'ภาษีธุรกิจเฉพาะ' สำหรับกิจการที่ดำเนินธุรกิจในลักษณะธนาคารพาณิชย์
ทุกธุรกิจล้วนมีความเกี่ยวข้องกับ "ภาษี" แต่ประเภทของภาษีที่ต้องชำระนั้นอาจแตกต่างกันไปตามลักษณะของกิจการ โดยภาษีหลักที่ธุรกิจส่วนใหญ่มักต้องเผชิญ ได้แก่ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีหัก ณ ที่จ่าย
อย่างไรก็ตาม ยังมีภาษีอีกประเภทหนึ่งที่ผู้ประกอบกิจการที่ดำเนินธุรกิจลักษณะคล้ายธนาคารพาณิชย์ เช่น การให้กู้ยืมเงิน การค้ำประกัน หรือการแลกเปลี่ยนเงินตรา ต้องพบเจออย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นั่นก็คือ "ภาษีธุรกิจเฉพาะ"
หลายคนอาจไม่ทราบว่า หากธุรกิจอยู่ในกลุ่มที่เข้าข่ายต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ จะต้องดำเนินการยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีดังกล่าวกับกรมสรรพากร และมีหน้าที่ต้องยื่นแบบและชำระภาษีธุรกิจเฉพาะทุกเดือนอย่างต่อเนื่อง
ด้วยเหตุนี้ผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจในลักษณะคล้ายธนาคาร จึงควรรีบจัดการเรื่องภาษีธุรกิจเฉพาะให้ถูกต้องตั้งแต่แรกเริ่ม ก่อนที่จะถูกตรวจสอบโดยเจ้าหน้าที่กรมสรรพากร
เข้าใจ "ภาษีธุรกิจเฉพาะ" แบบไม่งง
ภาษีธุรกิจเฉพาะ เป็นหนึ่งในประเภทของภาษีที่จัดเก็บจากธุรกิจบางประเภทตามที่กฎหมายกำหนด โดยผู้ที่มีหน้าที่เสียภาษีนี้ อาจเป็นได้ทั้งบุคคลธรรมดา คณะบุคคลที่ไม่ใช่นิติบุคคล รวมถึงนิติบุคคลต่างๆ
เช่น
- ห้างหุ้นส่วนสามัญ
- กองทุน
- กองมรดก
- หน่วยงานเอกชนที่ดำเนินการโดยบุคคลตั้งแต่สองคนขึ้นไป โดยไม่จัดตั้ง- เป็นนิติบุคคลตลอด
- หน่วยงานของรัฐ
- สหกรณ์
- หรือองค์กรอื่นๆ ที่กฎหมายให้สถานะเป็นนิติบุคคล
หากผู้ประกอบการตั้งอยู่หรือลงทุนอยู่นอกราชอาณาจักร จะต้องมีผู้รับผิดชอบดำเนินการแทนในประเทศไทย เช่น ลูกจ้าง ตัวแทน หรือบุคคลที่มีอำนาจจัดการธุรกิจโดยตรง
ธุรกิจแบบไหนต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ?
การเสียภาษีธุรกิจเฉพาะไม่ได้ขึ้นอยู่กับรูปแบบการจัดตั้งธุรกิจ เช่น นิติบุคคล บุคคลธรรมดา หรือคณะบุคคลเท่านั้น แต่ยังรวมถึงประเภทธุรกิจที่ดำเนินการอีกด้วย โดยสามารถแบ่งประเภทของธุรกิจที่ต้องเข้าข่ายจดทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะไว้ดังนี้
- ธุรกิจธนาคาร ตามที่กำหนดโดยกฎหมายธนาคารพาณิชย์หรือกฎหมายเฉพาะที่เกี่ยวข้อง
- ธุรกิจประกันชีวิต ตามที่ระบุในกฎหมายว่าด้วยการประกันชีวิต
- ธุรกิจโรงรับจำนำ ตามที่ระบุในกฎหมายว่าด้วยโรงรับจำนำ
- ธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเออร์ ตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเออร์
- ธุรกิจที่ดำเนินการในลักษณะของการให้บริการธนาคารพาณิชย์ เช่น การให้สินเชื่อ การค้ำประกัน การแลกเปลี่ยนเงินตรา การออก การซื้อ หรือการขายตั๋วเงิน รวมถึงการรับส่งเงินด้วยวิธีการต่างๆ โดยไม่จำกัดว่าจะเป็นการดำเนินการภายในประเทศหรือต่างประเทศ
- ธุรกิจขายอสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้าและหากำไร ไม่ว่าจะได้รับอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าวมาในรูปแบบใดก็ตาม
ขั้นตอนง่ายๆ ในการจดทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะออนไลน์
ผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจซึ่งอยู่ในข่ายต้องจดทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะ สามารถยื่นแบบคำขอจดทะเบียน (แบบ ภ.ธ.01) ผ่านทางเว็บไซต์ของกรมสรรพากรที่ www.rd.go.th ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทุกวัน ไม่มีวันหยุด ซึ่งในการยื่นคำขอผู้ประกอบการจะต้องกรอกเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร 13 หลัก โดย
- กรณีเป็นบุคคลธรรมดา ให้ใช้เลขบัตรประจำตัวประชาชน
- กรณีเป็นนิติบุคคล ให้ใช้เลขทะเบียนนิติบุคคลที่ได้รับจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
- กรณีอื่นๆ ใช้เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรที่กรมสรรพากรออกให้
เอกสารที่ต้องแนบในการยื่นคำขอมีดังนี้
- แบบฟอร์มคำขอ ภ.ธ.01
- สัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์ หรือหนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่ที่ระบุชื่อและที่อยู่
- หนังสือเดินทาง หรือใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว
- ใบอนุญาตประกอบธุรกิจ (เฉพาะกรณีชาวต่างชาติ)
- หนังสือจัดตั้งห้างหุ้นส่วนสามัญ กองทุน มูลนิธิ หรือองค์กรเอกชนที่ไม่ใช่นิติบุคคล
- หนังสือแต่งตั้งตัวแทน ที่ได้รับการรับรองจากสถานทูตหรือสถานกงสุล
- เอกสารเกี่ยวกับการร่วมดำเนินกิจการ (ถ้ามี)
- แผนที่สถานประกอบการ พร้อมภาพถ่าย
- หนังสือมอบอำนาจ (ติดอากรแสตมป์) พร้อมบัตรประชาชนของผู้มอบและผู้รับมอบอำนาจ
หลังจากยื่นคำขอเรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่จะดำเนินการตรวจสอบเอกสารและพิจารณาอนุมัติภายใน 27 วันทำการ โดยจะมีการแจ้งผลให้ผู้ยื่นคำขอทราบต่อไป
กรณีที่ผู้ประกอบการภาษีธุรกิจเฉพาะสามารถยื่นขอคืนภาษีได้
ในการชำระภาษีธุรกิจเฉพาะ ผู้ประกอบการสามารถขอคืนภาษีได้ หากเป็นไปตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด ดังนี้
- เป็นผู้ที่ไม่มีหน้าที่ต้องเสียภาษี แต่ได้ชำระภาษีไว้แล้ว
- เป็นผู้ประกอบกิจการที่มีหน้าที่เสียภาษี แต่ได้ชำระภาษีเกินจำนวน ชำระผิดประเภท หรือชำระซ้ำ
ทั้งนี้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีสามารถยื่นคำร้องขอคืนเงินภาษีได้ภายในระยะเวลา 3 ปี นับตั้งแต่วันสิ้นสุดกำหนดเวลายื่นแบบแสดงรายการภาษี
การยื่นคำร้องขอคืนเงินภาษีธุรกิจเฉพาะ ต้องใช้แบบฟอร์ม ค.10 พร้อมแนบเอกสารประกอบ ได้แก่
- หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล (กรณีผู้ขอคืนเป็นนิติบุคคล)
- ใบเสร็จรับเงินภาษีธุรกิจเฉพาะ
- เอกสารหรือหลักฐานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับกรณีที่ขอคืนภาษี
เมื่อยื่นคำร้องครบถ้วน เจ้าหน้าที่จะดำเนินการตรวจสอบเพื่อพิจารณาการคืนภาษีตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด
กล่าวโดยสรุป ภาษีธุรกิจเฉพาะเป็นภาษีที่จัดเก็บจากธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการเงิน การธนาคาร หรือโรงรับจำนำ เป็นต้น ผู้ประกอบการสามารถยื่นขอจดทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะได้ผ่านระบบออนไลน์ โดยต้องยื่นแบบ ภ.ธ.01 ภายใน 30 วันนับจากวันที่เริ่มดำเนินกิจการ นอกจากนี้ ผู้ประกอบการยังมีหน้าที่ต้องยื่นแบบ ภ.ธ.40 เป็นแบบแสดงรายการภาษีธุรกิจเฉพาะรายเดือน โดยต้องยื่นภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป ไม่ว่าจะมีรายรับในเดือนนั้นหรือไม่ก็ตาม
อ่านบทความน่ารู้เกี่ยวกับภาษีเพิ่มเติม คลิกที่นี่
Source : Inflow Accounting