โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

‘กระทรวงต่างประเทศ’ ย้ำเงื่อนไขสำคัญจะคุยกันได้ ‘กัมพูชา’ต้องจริงใจก่อน

เดลินิวส์

อัพเดต 27 ก.ค. 2568 เวลา 19.01 น. • เผยแพร่ 27 ก.ค. 2568 เวลา 11.45 น. • เดลินิวส์
‘กระทรวงการต่างประเทศ’ ย้ำเงื่อนไขสำคัญจะคุยกันได้ ‘กัมพูชา’ ต้องจริงใจก่อน ‘นิกรเดช’ ซัดพูดอย่างทำอย่าง บิดเบือนสร้างข้อมูลเท็จ นอกจากใช้ ‘พลเรือน’ ยังใช้โบราณสถานเป็นโล่กำบังด้วย เผยแจงยูเนสโกแล้วปมปราสาท ‘พระวิหาร’ รับทราบพรุ่งนี้ ‘ภูมิธรรม’ บินคุย ‘ฮุน มาเนต’ ที่มาเลย์ หลัง ‘ทรัมป์’ ต่อสายคุย ระบุ ‘มาริษ’ ร่อนเอกสารแจง 'UNICEF-OHCHR' ยัน ‘กัมพูชา’ เปิดวอร์ก่อน

เมื่อวันที่ 27 ก.ค. นายนิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ว่า ในเรื่องข้อเสนอการหยุดยิงนั้น เมื่อคืนวันที่ 26 ก.ค.ที่ผ่านมา นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะรักษาการนายกรัฐมนตรี ได้หารือทางโทรศัพท์กับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา โดยฝ่ายไทยได้ยืนยันอย่างหนักแน่นถึงจุดยืนของไทยในการแก้ไขปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชาด้วยสันติวิธี โดยเฉพาะผ่านการเจรจาทวิภาคี ที่ฝ่ายไทยได้ย้ำมาตลอดทุกโอกาส ฝ่ายไทยจึงคาดหวังที่จะเห็นความตั้งใจจริงจากฝ่ายกัมพูชาในการยุติการใช้ความรุนแรงโดยเฉพาะเรื่องการโจมตีที่ไม่เลือกเป้าหมาย หากฝ่ายกัมพูชาแสดงความจริงใจและสุจริตใจในการแก้ไขปัญหา ฝ่ายไทยก็พร้อมจะหารือเพื่อร่วมกันกำหนดมาตรการ และกระบวนการที่ชัดเจนสำหรับการหยุดยิง ตลอดจนการยุติการปะทะอย่างสันติและยั่งยืน

นายนิกรเดช กล่าวว่า ประเด็นต่อมาคือการโจมตีเป้าหมายพลเรือนโดยกองกำลังกัมพูชาในแผ่นดินไทย เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตั้งแต่เวลาประมาณตี 2 ของคืนที่ผ่านมา ซึ่งฝ่ายกัมพูชาได้เปิดฉากโจมตีในหลายจุดตามแนวชายแดนของไทยอีกครั้งหนึ่ง และยังคงดำเนินอยู่จนถึงตอนนี้สะท้อนให้เห็นแล้วว่าฝ่ายกัมพูชาขาดความจริงใจในการยุติการใช้กำลัง ไม่มีความสอดคล้องระหว่างคำพูดกับการกระทำหรือพูดอย่างทำอย่าง และที่สำคัญยังคงละเลยหลักการพื้นฐานของมนุษยธรรมด้วยการโจมตีอย่างไม่เลือกเป้าหมาย คือการโจมตีไปที่เป้าหมายที่เป็นพลเรือน สิ่งเหล่านี้ไม่ควรเกิดขึ้นกับประเทศใด และในฐานะประเทศที่มีความรับผิดชอบอย่างแท้จริงต่อประชาคมระหว่างประเทศ ไทยจึงไม่สามารถเพิกเฉยต่อการกระทำอันไร้มนุษยธรรมของกัมพูชา

นายนิกรเดช กล่าวว่า ตนยกตัวอย่างเหตุการณ์โจมที่ไม่เลือกเป้าหมายที่สะท้อนต่อการเพิกเฉยคุณค่าความเป็นมนุษย์ของฝ่ายกัมพูชา เช่น การที่กองกำลังของกัมพูชาตั้งฐานยิงในบริเวณโรงเรียน วัด บ้านเรือนของประชาชนตัวเอง เพื่อหลีกเลี่ยงการตอบโต้จากฝ่ายไทยอันนี้ถือเป็นการใช้โล่มนุษย์อย่างชัดเจน นอกจากนั้นคือการโจมตีใส่โรงพยาบาลสนามของฝ่ายไทย รวมทั้งสถานพยาบาลอื่นๆ ขอย้ำอีกครั้งการกระทำของกองทัพกัมพูชาในช่วงที่ผ่านมา ไม่เพียงเป็นการละเมิดอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของไทยเท่านั้น แต่ยังถือเป็นการละเมิดอย่างร้ายแรงต่อกฎหมายระหว่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นกฎบัตรสหประชาชาติหรือกฎหมายมนุษยชนระหว่างประเทศ ทั้ง 2 เหตุการณ์ข้างต้นฝ่ายความมั่นคงไทยมีหลักฐานชัดเจน ดังนั้นช่วงเช้าวันที่ 27 ก.ค.ที่ผ่านมา กระทรวงการต่างประเทศจึงได้ออกแถลงการณ์กรณีกัมพูชาใช้อาวุธร้ายแรงยิงเข้าใส่บ้านเรือนประชาชน ที่ จ.สุรินทร์ ทั้งยังมีการเผยแพร่ข้อมูลที่บิดเบือน และเป็นเท็จ โดยกล่าวว่าไทยเป็นฝ่ายเปิดฉากยิงก่อน

นายนิกรเดช ยังอ่านแถลงการณ์ประณามกัมพูชาอีกรอบ พร้อมกล่าวว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รมว.การต่างประเทศ ได้ส่งหนังสือถึงหน่วยงานสหประชาชาติ 2 หน่วยงาน ได้แก่ องค์การทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (UNICEF) และศูนย์ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (OHCHR) เพื่อแจ้งว่ากัมพูชาเป็นฝ่ายเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 24 ก.ค.ที่ผ่านมา อีกทั้งทำให้ประชาชนต้องออกจากบ้าน ไม่สามารถรักษาพยาบาลได้ การปิดโรงเรียนสร้างความเสียหายต่อโรงเรียนระยะยาว ซึ่งขัดต่อพันธกรณีระหว่างประเทศของกัมพูชา ด้านสิทธิมนุษยชนและกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ โดยเฉพาะตัวสตรี เด็ก และผู้พิการ ขอให้ใช้อำนาจตามอาณัติให้กัมพูชายุติการกระทำดังกล่าว

นายนิกรเดช กล่าวต่อว่า ทั้งนี้การบิดเบือนข่าวอย่างเป็นขบวนการของกัมพูชา ซึ่งฝ่ายกัมพูชายังคงใช้อาวุธร้ายแรงโจมตีไทยในหลายพื้นที่ ในจังหวัดชายแดนไทย ในขณะที่นำเสนอว่าตนเป็นสมาชิกที่มีความรับผิดชอบต่อประชาคมโลก แต่กลับเผยแพร่ข้อมูลเท็จ และบิดเบือนว่าตนเองเป็นฝ่ายกระทำอย่างไม่หยุดหย่อน อีกตัวอย่างที่ชัดเจนของการนำเสนอข่าวปลอมของกัมพูชาคือข้อกล่าวหาว่ากองทัพไทยได้รุกรานและสร้างความเสียหายให้ตัวปราสาทพระวิหาร ซึ่งมีแถลงการณ์ออกมาอีกครั้งในวันที่ 27 ก.ค.นี้ ตนขอเรียนข้อเท็จจริงว่าเรื่องนี้เป็นการกล่าวหาซึ่งไร้หลักฐาน และเป็นข้อมูลปลอมแปลงที่สร้างขึ้นเอง ไม่เป็นความจริงอย่างสิ้นเชิง ซึ่งการปะทะระหว่างไทยกับกัมพูชาในวันที่ 24 ก.ค บริเวณห้วยตามะเรีย และภูมะเขือนั้น พื้นที่ดังกล่าวอยู่ห่างจากตัวปราสาทพระวิหารถึง 2 กม. จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะมีกระสุนหรือสะเก็ดระเบิดตกไปถึงปราสาทได้ อีกทั้งฝ่ายกัมพูชาได้เผยแพร่ภาพประกอบที่ไม่สามารถระบุวันเวลาที่เกิดขึ้นได้ ผู้เชี่ยวชาญให้ความเห็นว่าเป็นการนำรูปภาพเก่าที่ปรากฏรอยกระสุนที่มีมานานแล้วมานำเสนอ ซึ่งฝ่ายไทยได้มีหนังสือชี้แจงยูเนสโกไปแล้ว ซึ่งนอกจากจะใช้สถานที่พลเรือนเป็นโล่กำบังแล้วยังรวมถึงการตั้งใจใช้โบราณสถานเป็นโล่กำบังเพื่อโจมตีฝ่ายไทยด้วย

นายนิกรเดช กล่าวต่อว่า ตลอดเวลาหลายทศวรรษ ประเทศไทยได้พิสูจน์ให้ประชาคมต่างประเทศเห็นมาโดยตลอดว่าการดำเนินนโยบายและการปฏิบัติของไทยทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลกล้วนยึดมั่นหลักสากล และในกรณีนี้ก็เช่นกันการที่ไทยจำเป็นต้องดำเนินมาตรการตอบโต้กัมพูชาถือเป็นสิทธิที่ชอบธรรมของประเทศไทยภายใต้กฎบัตรระหว่างประเทศ ภายใต้กฎบัตรสหประชาชาติ โดยเฉพาสิทธิในการป้องกันตนเองจากการรุกรานของกัมพูชา การตอบโต้ของไทยเป็นไปอย่างมีสัดส่วนและอยู่จำกัดเฉพาะการโจมตีทางทหารที่จำเป็นเท่านั้น ข้อย้ำอีกครั้งว่าทุกก้าวของไทยในการรับมือสถานการณ์ชายแดนไทยกัมพูชายังตั้งอยู่บนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ หลักมนุษยธรรมและความรับผิดชอบในฐานะสมาชิกที่มีความรับผิดชอบในเวทีโลก

“ในช่วงเวลาที่สถานการณ์มีความละเอียดอ่อนขอให้พี่น้องประชาชน ระมัดระวังในการสื่อสารและรับข้อมูลข่าวสารโดยเฉพาะในช่วงทางสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งอาจนำไปสู่ความเข้าใจผิดหรือแตกแยกได้โดยไม่ได้ตั้งใจ สุดท้ายนี้ตนขอให้ประชาชนมีความเชื่อมั่นในการดำเนินการของรัฐบาล โดยในส่วนของกระทรวงการต่างประเทศทุกสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ได้ดำเนินการชี้แจงข้อเท็จจริงต่อประเทศและองค์การระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง” นายนิกรเดช กล่าว

จากนั้นผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่มีรายงานว่าในวันที่ 28 ก.ค. นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการนายกรัฐมนตรี จะมีการพูดคุยกับฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ที่ประเทศมาเลเซีย ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร นายนิกรเดช กล่าวว่า การพูดคุยได้เริ่มต้นขึ้น โดยฝ่ายไทย ได้มีการประสานการหารือหลังจากที่ได้พูดคุยกับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ตนสามารถให้ข้อมูลตามที่ปรากฏเป็นข่าวได้เท่านั้น หากมากกว่านั้นก็จะไปเกี่ยวข้องกับความละเอียดอ่อนของการหารือ เมื่อถามย้ำว่ากระทรวงการต่างประเทศได้รับทราบรายงานที่มีการหารือแล้วหรือยัง นายนิกรเดช กล่าวว่า ได้มีการรับทราบแล้ว ตนให้ข้อมูลได้ประมาณนี้

ส่วนที่มีกระแสข่าวว่า รมว.การต่างประเทศของไทยและกัมพูชามีการพูดคุยกัน เมื่อช่วงเที่ยงที่ผ่านมา นายนิกรเดช กล่าวว่า มีการหารือผ่านทางสหรัฐอเมริกา เป็นสิ่งที่ตนยืนยันได้ ซึ่งมีความพยายามโดยสหรัฐ และมีหลายประเทศที่พยายามช่วยในเรื่องนี้ แต่เมื่อคืนที่ผ่านมาที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ได้พยายามให้ทั้ง 2 ฝ่ายพูดคุยกัน กระทรวงการต่างประเทศก็ได้พยายามประสาน หาช่องทางที่จะพูดคุย แต่รัฐมนตรียังไม่ได้มีการพูดคุยกัน

เมื่อถามย้ำว่านายภูมิธรรมพยายามให้รัฐมนตรีทั้ง 2 ประเทศพูดคุยกันมีความเป็นไปได้หรือไม่ที่จะให้เกิดการหยุดยิง นายนิกรเดช กล่าวว่า ท่าทีว่าทุกอย่างเป็นไปได้ แต่มีข้อแม้อยู่หนึ่งข้อ คือความจริงใจของกัมพูชา ซึ่งถือเป็นเงื่อนไขแรก ที่สร้างความไว้ใจให้กับฝ่ายไทยได้ การพูดคุยเกิดขึ้นได้ ซึ่งไทยพูดมาโดยตลอดว่าต้องการหาข้อยุติโดยสันติวิธีผ่านการพูดคุย แต่ก่อนจะไปถึงจุดนั้น ฝ่ายกัมพูชาต้องแสดงความจริงใจ ความสุจริตใจ และการกระทำที่ทำให้ฝ่ายไทยไว้ใจได้

เมื่อถามถึงบรรยากาศการพูดคุยกันระหว่างนายภูมิธรรมและนายโดนัลด์ ทรัมป์ นายนิกรเดช กล่าวว่า ตนไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ แต่เท่าที่ได้รับทราบมาก็เป็นการพูดคุยที่ประธานาธิบดีทรัมป์พูดคุยด้วยความหวังดี ที่อยู่ในการเจรจาภาษีระหว่าง 2 ประเทศ และได้พูดตรงๆ ว่าจะไม่สามารถเจรจาภาษีได้ หากยังมีความไม่สงบเกิดขึ้นทั้ง 2 ประเทศอยู่ เรื่องนี้ไม่ใช่ครั้งแรก ประเทศจีนก็เคยเสนอที่จะช่วย มาเลเซียก็เช่นกัน แต่กรณีนี้ก็มีเรื่องภาษีตอบโต้เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ซึ่งทั้ง 2 ฝ่ายจะต้องใช้ความพยายามในการพูดคุยกัน พร้อมย้ำว่าฝ่ายไทยมีความพร้อมมานานแล้ว แต่มีข้อแม้อยู่ เราไว้ใจกัมพูชาได้แค่ไหน ความสุจริตใจจากฝ่ายกัมพูชาแค่ไหน ซึ่งบรรยากาศการพูดคุยระหว่างนายภูมิธรรมและนายโดนัลด์ ทรัมป์ ก็เป็นการคุยที่มิตรประเทศ ประเทศหนึ่งหวังดี.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...