โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

จับตาเศรษฐกิจกลุ่ม CLMV ความเสี่ยงที่แตกต่าง บนแรงกดดันภาษีทรัมป์

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 02 ส.ค. 2568 เวลา 10.46 น. • เผยแพร่ 03 ส.ค. 2568 เวลา 02.22 น.
Industrial Container Cargo freight ship at habor for Logistic Import Export

คอลัมน์ : นอกรอบ

ทิศทางเศรษฐกิจ CLMV มีแนวโน้มชะลอตัวลง ท่ามกลางความเสี่ยงหลายด้านและแรงกดดันจากการชะลอตัวของการค้าโลก

ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ SCB EIC ประเมินว่า เศรษฐกิจกลุ่มประเทศ CLMV (กัมพูชา-ลาว-เมียนมา และเวียดนาม) จะชะลอตัวเหลือ 5.1% ในปี 2025 จาก 6.3% ในปี 2024 เนื่องจากอัตราภาษีของสหรัฐ ที่สูงขึ้นจากนโยบาย Trump 2.0 ซึ่งส่งผลกระทบต่อการเติบโตของเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยการส่งออก โดยเฉพาะเวียดนามและกัมพูชาที่พึ่งพาการค้าระหว่างประเทศเป็นหลัก

นอกจากนี้ การไหลเข้าของสินค้าราคาถูกจากจีนยังทำให้การผลิตในประเทศและความสามารถในการแข่งขันลดลง รวมถึงผลกระทบจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก

SCB EIC ประเมินว่า เศรษฐกิจกัมพูชาจะเติบโตที่ 3.9% (ลดลงจาก 6.0% ในปี 2024), สปป.ลาว 3.6% (จาก 4.3%) และเวียดนาม 6.3% (จาก 7.1%) ขณะที่คาดว่าเศรษฐกิจเมียนมาจะหดตัวที่ -0.5% (จากปีก่อนขยายตัว 2.3%)

เวียดนาม-กัมพูชาส่งออกสหรัฐสูง

เศรษฐกิจกลุ่ม CLMV จะเผชิญความเสี่ยงจากภายนอกตามการพึ่งพาการส่งออก รวมถึงความท้าทายเฉพาะของแต่ละประเทศ เช่น เวียดนามและกัมพูชา มีความเสี่ยงด้านการค้าโลกจากการพึ่งพาการส่งออกไปสหรัฐสูง

ขณะที่เมียนมา กัมพูชา และ สปป.ลาว เผชิญความเสี่ยงภายในเช่น ความไม่มั่นคงทางการเมืองและเหตุแผ่นดินไหว ความขัดแย้งบริเวณพรมแดนไทย-กัมพูชา เสถียรภาพด้านต่างประเทศที่เปราะบางใน สปป.ลาว ซึ่งเพิ่มแรงกดดันต่อเศรษฐกิจของภูมิภาคนี้

รวมถึงบางประเทศมีความเปราะบางด้านเศรษฐกิจมหภาคและการเงิน เช่น การใช้เงินดอลลาร์สหรัฐบางส่วนในระบบเศรษฐกิจจึงอาจได้รับผลกระทบจากทิศทางอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐ

แม้จะเผชิญกับความเสี่ยงเหล่านี้ แต่ปัจจัยสนับสนุนในช่วงครึ่งปีแรกอาจช่วยพยุงเศรษฐกิจบางส่วนได้ โดยเฉพาะการเร่งส่งออกล่วงหน้า ภาคการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัว และตลาดแรงงานที่มีแนวโน้มดีขึ้น นอกจากนี้ เศรษฐกิจอาเซียนจะยังมีส่วนช่วยสนับสนุนการท่องเที่ยวและการไหลเข้าของการลงทุนจากต่างประเทศในกลุ่มประเทศ CLMV ได้ในระดับหนึ่ง

ปัจจัยเฉพาะของแต่ละประเทศ

เศรษฐกิจของเวียดนามมีแนวโน้มเติบโตโดดเด่นที่สุดในภูมิภาค CLMV โดยได้รับแรงหนุนจากบทบาทศูนย์กลางการผลิตที่น่าดึงดูดปัจจัยการย้ายฐานการผลิตมายังภูมิภาคอาเซียนอย่างต่อเนื่อง โครงสร้างห่วงโซ่อุปทานในประเทศที่เข้มแข็งขึ้น โดยเฉพาะอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ อัตราภาษีนำเข้าของสหรัฐ ที่เจรจาจบได้ก่อนและมีแนวโน้มที่จะต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่ม CLMV และสิทธิประโยชน์จูงใจเม็ดเงินลงทุน เช่น จำนวนข้อตกลงการค้าเสรี (FTAs) และนโยบายปฏิรูปเศรษฐกิจเชิงรุก

เศรษฐกิจของกัมพูชาคาดว่าจะชะลอตัวลงจากผลกระทบของอัตราภาษีนำเข้าของสหรัฐ ที่คาดว่าจะอยู่ในระดับสูง และการพึ่งพาตลาดสหรัฐเป็นหลัก รวมถึงแรงกดดันเพิ่มเติมจากการทะลักเข้ามาของสินค้าจีนราคาถูก

รวมถึงความตึงเครียดบริเวณชายแดนกับไทยที่อาจบั่นทอนความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจ จะก่อให้เกิดปัญหาการขาดแคลนสินค้าและเพิ่มแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ อย่างไรก็ตาม การส่งออกและการท่องเที่ยวที่แข็งแกร่งในช่วงต้นปี 2025 ยังช่วยพยุงเศรษฐกิจในภาพรวมของทั้งปีไว้ได้บ้าง ขณะที่เสถียรภาพทางการคลังยังเอื้อให้ภาครัฐสามารถออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมได้หากจำเป็น

สปป.ลาว อาจจะเผชิญกับความเสี่ยงทางตรงจากการขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐไม่มากนัก แต่เศรษฐกิจภายในยังคงมีข้อจำกัดจากปัญหาหนี้ต่างประเทศสะสมสูงและภาคการเงินที่ยังเปราะบางจากปัญหาหนี้เสีย แม้สถานการณ์เงินเฟ้อสูงและปัญหาเงินกีบที่อ่อนค่าเร็วจะปรับดีขึ้นบ้าง รวมถึงความสามารถในการรองรับแรงกระแทกจากภายนอกที่ทยอยเพิ่มขึ้นสะท้อนจากสัดส่วนเงินทุนสำรองระหว่างประเทศเทียบมูลค่านำเข้าต่อเดือน แต่ปัญหาความเปราะบางเชิงโครงสร้างเหล่านี้ยังคงเป็นแรงกดดันเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง

เศรษฐกิจของเมียนมาคาดว่าจะหดตัวในปีนี้ เนื่องจากความไม่มั่นคงทางการเมือง ความขัดแย้งภายในที่ยังคงดำเนินอยู่ และเหตุแผ่นดินไหวล่าสุด ยังคงส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางธุรกิจและบั่นทอนการบริโภคและการลงทุน ภายใต้ข้อจำกัดด้านนโยบายการเงินและพื้นที่ทางการคลัง รวมถึงสัดส่วนหนี้เสีย (NPL) ที่อยู่ในระดับสูง โอกาสในการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจึงมีค่อนข้างจำกัด

ความเสี่ยงการเมืองระหว่าง ปท. SCB EIC คาดว่าแนวโน้มการค้าระหว่างไทยกับประเทศ CLMV จะชะลอลง จากอุปสงค์ในภูมิภาคที่อ่อนแอและความไม่แน่นอนในระบบการค้าโลก ความตึงเครียดบริเวณชายแดนกัมพูชากับไทย ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงด้านลบมากขึ้น แม้มูลค่าเม็ดเงินลงทุนทางตรงไหลออกจากไทย ไปยังภูมิภาค CLMV กลับมาสูงกว่าระดับก่อนโควิด-19 แล้ว และกระจายไปในหลายสาขาธุรกิจ เช่น สาขาการเงิน การประกันภัย และการผลิตอุตสาหกรรม

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยความไม่แน่นอนทางการเมืองระหว่างประเทศที่เพิ่มขึ้นและความระมัดระวังของนักลงทุนในบรรยากาศโลกเช่นนี้ อาจทำให้แนวโน้มการลงทุนจากไทยชะลอตัวลง

ความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชา อาจนำมาซึ่งความเสี่ยงหลายด้าน แม้จะมีข้อตกลงหยุดยิงแล้ว แต่หากการปิดด่านชายแดนยังคงยืดเยื้ออาจกดดันการค้าระหว่างประเทศ นอกจากนี้ บรรยากาศการลงทุนและการท่องเที่ยวอาจชะลอตัว จากความไม่มั่นคงหลังเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : จับตาเศรษฐกิจกลุ่ม CLMV ความเสี่ยงที่แตกต่าง บนแรงกดดันภาษีทรัมป์

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...