โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ธุรกิจแฟคตอริ่งชง 4 ข้อเสนอ หนุน SMEs เข้าถึงแหล่งเงิน

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 17 ก.ค. 2568 เวลา 03.46 น. • เผยแพร่ 17 ก.ค. 2568 เวลา 10.46 น.

เศรษฐกิจไทยที่ฟื้นตัวไม่ทั่วถึงและมีความท้าทายหลายประการ ส่งผลกระทบต่อธุรกิจเอสเอ็มอี โดยเฉพาะด้านต้นทุนสูง การแข่งขันที่รุนแรง และความยุ่งยากในการติดต่อกับภาครัฐและสถาบันการเงิน การแก้ไขปัญหาเหล่านี้จำเป็นต้องมีการสนับสนุนจากภาครัฐและการปรับตัวของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเอง

“ฐานเศรษฐกิจ” สัมภาษณ์พิเศษนายอัครวิทย์ สุกใส นายกสมาคมไทยผู้ประกอบธุรกิจแฟคตอริ่ง(TFA) และประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทไอร่า แฟคตอริ่ง จำกัด(มหาชน) สะท้อนปัญหาและโอกาสที่จะผลักดันให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีสามารถเคียงบ่าเคียงไหล่กับผู้ประกอบการรายใหญ่และมีส่วนในการขับเคลื่อนกิจกรรมทางเศรษฐกิจของประเทศไทยในระยะยาว

นายอัครวิทย์เปิดเผยว่า ข้อมูลธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท) ไตรมาสแรกปีนี้พบว่า ตลาดสินเชื่อ SMEs หดตัว 5.5% สอดคล้องกับข้อมูลสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(สสว.)ที่พบว่า ยังมีผู้ประกอบการ SMEs มากกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนที่จดทะเบียนทั้งหมดยังไม่สามารถเข้าถึงแหล่งทุนได้

นายอัครวิทย์ สุกใส นายกสมาคมไทยผู้ประกอบธุรกิจแฟคตอริ่ง(TFA) และประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทไอร่า แฟคตอริ่ง จำกัด(มหาชน)

ทั้งนี้ 3 Pain Point ที่ SMEs เข้าถึงแหล่งทุนไม่ได้ เพราะ

  • ไม่มีความพร้อมในสินทรัพย์ /ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน
  • ระบบการจัดการทางบัญชีไม่สะท้อนภาพที่แท้จริง
  • ไม่สามารถแสดงหลักฐานทางการค้าที่น่าเชื่อถืออย่างเพียงพอต่อสถาบันการเงิน

การเข้าไม่ถึงแหล่งเงินของ SMEs จึงเป็นโอกาสของธุรกิจแฟคตอริ่ง ซึ่งรับซื้อลูกหนี้การค้า โดยไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน แต่มีประวัติธุรกรรมการซื้อขายจริงผ่านทางการค้ามาแสดง โดยเฉพาะสมาชิกของสมาคม TFA จำนวน 12 ราย (ทั้งระบบมีประมาณ 20ราย) มียอดปล่อยสินเชื่อรวมคิดเป็น 60-70% ของมูลค่ารวมทั้งตลาดอยู่ที่ประมาณ 2.5-2.7 แสนล้านบาท

สำหรับภาพรวมธุรกิจแฟคตอริ่ง สิ้นไตรมาส1 ปี68 พบว่า ความต้องการวงเงินหมุนเวียนใกล้เคียงปีก่อน อาจจะหดตัวในบางอุตสาหกรรม และเป็นห่วงกลุ่มซัพพลายเชนที่เป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ แต่ส่วนใหญ่เป็นธุรกรรมภายในประเทศ ดังนั้นแต่ละบริษัทจะจัดสรรสินเชื่อให้แต่ละประเภทธุรกิจ โดยกระจายตัวแต่ละอุตสาหกรรม

ดังนั้น ผลกระทบจากภาคการส่งออกที่ยังไม่ชัดเจนนัก จึงยังไม่สร้างผลกระทบให้กับผู้ให้บริการแฟคตอริ่งในไตรมาสที่ผ่านมา แต่อาจจะเห็นผลกระทบชัดเจนขึ้นในหลังไตรมาส3 ปีนี้เป็นต้นไป ซึ่งเราจับตาอย่างใกล้ชิด เพราะเป็นห่วง SMEs หากมีความอ่อนไหวเข้ามา ล่าสุดมีความไม่นิ่งจากการเมือง ซึ่งความไม่แน่นอนอาจจะส่งผลเชิงจิตวิทยาด้านผู้ซื้อเกิดความไม่มั่นใจในการจัดซื้อสินค้าหรือลงทุน

“ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนมอนิเตอร์อย่างใกล้ชิด ซึ่งสัญญาณเครดิตเทอมปัจจุบันยังอยู่ในระดับปกติตั้งแต่ 60-180วัน เฉลี่ยไม่เกิน 90วันแต่การใช้วงเงินไม่แน่นอนคือ บางเดือนมียอดการใช้วงเงินมาก/น้อย ส่วนแนวโน้มหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้(เอ็นพีแอล)อยู่ในลักษณะค่อยๆเพิ่ม อยู่ในเกณฑ์ดูแลได้ไม่มีนัยสำคัญ แต่ยังต้องจับตาออร์เดอร์ แต่ละอุตสาหกรรมใน 3ไตรมาสที่เหลือ”

ส่วนแนวโน้มความต้องการสินเชื่อครึ่งปีหลัง นายอัครวิทย์ระบุว่า ความต้องการเงินทุนหมุนเวียนที่ยังสูงมาก ในภาวะเศรษฐกิจที่มีความเปราะบางสูง ขณะเดียวกันการพิจารณาเครดิตจะต้องเข้มข้นมากขึ้น เพราะผู้ประกอบธุรกิจเน้นความระมัดระวัง ไม่เร่งขยายฐานลูกค้า โดยแต่ละบริษัทจะจัดสรรสินเชื่อตามความเหมาะสม ซึ่งการแข่งขันยังคงอยู่ที่อัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมต่างๆ

อย่างไรก็ตาม การจะปิด Pain Point ของ SMEs ยังพอมีแนวทาง โดยสมาคมฯ เตรียมเสนอภาครัฐใน 4 ประเด็นหลัก ได้แก่

  • การใช้กลไกของสินเชื่อแฟคตอริ่งเป็นทางเลือกแก่ผู้ประกอบการ เพื่อให้เข้าถึงสินเชื่อหรือเงินทุนหมุนเวียนอย่างแพร่หลาย เพราะสินเชื่อแฟคตอริ่งรับซื้อลูกหนี้การค้า สิ่งที่ทดแทนหลักทรัพย์ประกันได้คือ การส่งมอบสินค้า/บริการที่เรียบร้อยแล้ว ไม่ว่าจะมีหลักฐานใบรับวางบิล,ใบส่งสินค้า หรือ Invoice แจ้งหนี้ที่มีลายเซ็นต์ของผู้รับสินค้าแล้วและมีประวัติย้อนหลังของธุรกรรม
  • ภาครัฐหรือหน่วยงานรัฐวิสาหกิจที่มีการจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์หรือ e-bidding ร่วมมือกับสมาคม TFA โดยเฉพาะแพลตฟอร์มที่ธปท.พัฒนาไว้ดีแล้วคือ “โครงการดิจิทัลแฟคตอริ่ง” เป็นช่องทางช่วยผลักดันผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่เป็นผู้ขายสินค้าหรือ Supplier กับหน่วยงานภาครัฐหรือรัฐวิสาหกิจ เพื่อให้ Supplier ได้รับเงินหมุนเวียนเร็ว ไม่ต้องพึ่งเงินกู้/ช่วยให้ SMEs เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ด้วยต้นทุนที่ไม่แพงเกินไป
  • ภาครัฐช่วยปลดล็อกเรื่องการโอนสิทธิเรียกร้อง ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะตัดสินใจให้ใช้บริการแฟคตอริ่ง ซึ่งในทางปฎิบัติปัจจุบันบางหน่วยงานรัฐไม่สะดวกในการโอนสิทธิเรียกร้องให้กับผู้ให้บริการทางการเงินเข้าไปรับเงินค่าสินค้าและบริการแทนผู้ขาย จึงเสนอให้มีโครงการนำร่องโดยภาครัฐ/หน่วยงานของรัฐและรัฐวิสาหกิจ ซึ่งจะช่วยให้ดอกเบี้ยจ่ายลดลงไปครึ่งหนึ่งของการใช้เงินหมุนเวียนจากบัตรกดเงินสดหรือบัตรเครดิต หรือเงินกู้นอกระบบ
  • พิจารณาแก้ไขกฎเกณฑ์การให้บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อย(บสย.) เข้ามาค้ำประกันสินเชื่อที่ปล่อยโดยนอนแบงก์ทั่วไป(ที่ไม่ใช่บริษัทลูกของธนาคารพาณิชย์) และครอบคลุมถึงแฟคตอริ่งด้วย

ต่่อข้อถามถึงบริษัท ไอร่า แฟคตอริ่ง จำกัด (มหาชน) ถึงแผนธุรกิจ 3ปี(2567-2569) นายอัครวิทย์ระบุว่า ผลประกอบการไตรมาส1 ปีนี้ใกล้เคียงปีที่แล้ว โดยเงินให้สินเชื่อลดลงเล็กน้อย 3.0% สาเหตุจากบริษัทต้องดูแลลูกค้า SMEs ไม่สามารถขยับอัตราดอกเบี้ยได้มากนัก

ประกอบกับ ปริมาณธุรกรรมลูกค้าบางรายใช้วงเงินน้อยลง แต่ในแง่ด้านรายได้รวมจะเพิ่มประมาณ 6% เป็นผลพวงจากบริษัทมีธุรกรรมทั้งแฟคตอริ่งและนอนแฟคตอริ่ง เช่น สินเชื่อระยะยาว สินเชื่อสีเขียว(Green Loan) รวมถึง ESG Finance ซึ่งภายใต้โครงสร้างความหลากหลายของบริการสามารถกระจายความเสี่ยงด้านรายได้

ส่วนภายใต้แผน 3ปี ตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อรวม 20,000 ล้านบาท ภายใต้กลยุทธ์แรกคือ ต้องการยกระดับในการให้บริการโดยร่วมกันพันธมิตรทางการค้าไม่ว่า ห้างสรรพสินค้า บริษัทเทค ที่สามารถจะช่วยสร้างกระบวนการปฎิบัติงานที่มีประสิทธิภาพนำเทคโนโลยี่มาอำนวยความสะดวกทั้งในแง่ของเราและลูกค้าด้วย ซึ่งจะเป็นแต้มต่อในการเข้าถึงบริการของไอร่า

ขณะเดียวกัน มุ่งเน้นการนำ AI มาใช้ให้มากขึ้นเป็นกลยุทธ์ที่ 2 ในกระบวนการตรวจสอบเครดิต/กระบวนการตรวจสอบความน่าเชื่อถือข้อมูล/ประวัติทางการค้าต่างๆ เพื่อลดความเสี่ยงและเพิ่มประสิทธิภาพในการให้สินเชื่อ

ส่วนกลยุทธ์ที่3 มุ่งพัฒนา Synergy โดยใช้ข้อมูล BIG DATA ภายในกลุ่มไอร่าให้เกิดประโยชน์มากขึ้น ซึ่งปัจจุบันกลุ่มนอนแบงก์ของไอร่า จะมีทางเลือกผลิตภัณฑ์สินเชื่อสีเขียว

"อนาคตด้วยศักยภาพพนักงาน อาจจะวางตัวไอร่า ที่มี 6 กลุ่มธุรกิจครอบคลุม มีจำนวนลูกค้าและคู่ค้ามากกว่า 1ล้านราย โดยน่าจะใช้ประโยชน์จากข้อมูล BIG DATA และอาศัยความสัมพันธ์ที่มีกับลูกค้าและคู่ค้าอย่างต่อเนื่อง"

รวมถึงการให้คำปรึกษาลูกค้าทั้ง SMEs และลูกค้าทั่วไปที่ไม่ใช่ SMEs ซึ่งพบอุปสรรคในการใช้บริการทางการเงิน โดยจะน Pain Point เหล่านั้นมาวิเคราะห์และช่วยแก้ปัญหาและแนะนำบริการของบริษัทในกลุ่ม AIRA เพื่อช่วยแก้ Pain Point ให้ลูกค้า แม้ว่า AIRA ไม่ได้ปล่อยสินเชื่อโดยตรง แต่ในเชิงกลยุทธ์ AIRA สามารถช่วยสร้างรายได้ให้กับกลุ่มธุรกิจและมีส่วนแบ่งรายได้(Sharing Revenue )กลับมายัง AIRA ด้วย

ปัจจุบัน 6 กลุ่มธุรกิจที่สร้างรายได้ให้กับ AIRA ประกอบด้วย ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม, ผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ ,แพกเกจจิ้งรักษ์โลก,ลอจิสติกส์และการให้บริการโกดัง/ขนส่ง, อุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับการผลิตประเภทอื่นที่ไม่ใช่รถยนต์และพลังงาน/ชิ้นส่วนอิเล็คทรอนิกส์

บริษัทพยายามยกระดับบริการ เน้นทำตลาดผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์/ดิจิทัลมาร์เก็ตติ้ง หรือรับสมัครสินเชื่อผ่านช่องทางดิจิทัล/ออนไลน์แฟคตอริ่ง ซึ่งตอนนี้อยู่ในการทดลอง (Sandbox) ช่วงเริ่มต้นในการยกระดับบริการช่องทางดิจิทัลมากขึ้น

ขณะเดียวกัน มีพาร์ทเนอร์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี่เข้ามาช่วย หากสามารถขยายบริการได้มากขึ้น เชื่อว่า ต้นทุนในการบริหารจะลดลง เช่นเดียวกับการยกระดับบริการให้ลูกค้าสะดวกสะบายมากขึ้นและคาดหวังว่าจะช่วยให้ขยายธุรกิจไปยังต่างจังหวัดโดยสะดวกไม่จำเป็นต้องเปิดสาขา

อย่างไรก็ตาม สิ้นปี2568 คาดว่า ยอดใช้วงเงินรวมสะสมจะอยู่ที่ประมาณ 19,000 ล้านบาท จากพอร์ตสินเชื่อทั้งปีคาดว่าจะเติบโตในอัตรา 7% ด้านรายได้ปีนี้ที่คาดหวังว่า จะเติบโตประมาณ 10% (แบ่งเป็นรายได้ดอกเบี้ยและรายได้ค่าธรรมเนียม)

ผลิตภัณฑ์บริการแฟคตอริ่งมีความหลากหลายที่อำนวยสินเชื่อในลักษณะสินเชื่อสีเขียว (Geen Loan) สำหรับผู้ประกอบการ SMEs ที่ต้องการประหยัดพลังงาน/ลดการใช้พลังงาน หรือลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์(CO2) ซึ่งมีความคืบหน้ายอดสินเชื่อกว่า 300 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นสินเชื่อระยะยาวจากที่ตั้งเป้า 3ปี จะปล่อยสินเชื่อสีเขียววงเงินไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาททั้งสินเชื่อระยะสั้นและระยะยาว

หน้า 13 หนังสือพิมพ์ ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 4,114 วันที่ 17 - 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2568

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...