เปิดรายงานสุขภาพคนไทย 2568 คนไทย 13 ล้านเคยป่วยจิตเวช เด็กเสี่ยงฆ่าตัวตายพุ่ง!
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดตัว“รายงานสุขภาพคนไทย ปี 2568” ชู 10 สถานการณ์เด่นด้านสุขภาพ พร้อมเสนอ “10 ตัวชี้วัดสุขภาพจิตคนไทย” สะท้อนปัญหาสังคมยุคปัจจุบัน และประเด็นพิเศษเรื่อง “เกิดน้อยกู่ไม่กลับ ต้องปรับและรับมืออย่างไร” ท่ามกลางแนวโน้มประชากรไทยลดลงอย่างต่อเนื่อง
นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุน สสส. ระบุว่า รายงานฉบับนี้แบ่งเป็น 4 ส่วนหลัก โดยหัวข้อสำคัญคือ “สุขภาพจิตคนไทย” ซึ่งชี้ให้เห็นถึงปัญหาเชิงโครงสร้างที่ส่งผลกระทบต่อคนไทยจำนวนมาก
ข้อมูลในรายงานพบว่า กว่า 13.4 ล้านคนในประเทศไทยเคยประสบปัญหาสุขภาพจิตหรือโรคทางจิตเวช และในแต่ละปีมีถึง 30,000 คนพยายามฆ่าตัวตาย โดยในจำนวนนี้ 5,000 รายเสียชีวิตสำเร็จ ปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่การฆ่าตัวตายคือ “โรคซึมเศร้า” โดยเฉพาะใน เด็กและเยาวชนอายุ 8-24 ปี รวมถึง ผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบางต่อภาวะทางจิตใจและความเครียดจากสภาพแวดล้อม
“กลุ่มเด็กและเยาวชนกำลังก้าวผ่านช่วงสร้างตัวตน แต่กลับถูกตัดสินจากสังคมว่าต้องเป็นผู้ชนะหรือผู้แพ้ โดยเฉพาะจากพ่อแม่ โรงเรียน ครู และสื่อ ขณะที่ผู้สูงอายุก็เผชิญกับความรู้สึกโดดเดี่ยว ทั้งสองกลุ่มควรได้รับการดูแลทางจิตใจอย่างใกล้ชิด” นพ.พงศ์เทพ กล่าว
รายงานยังเสนอการเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพจิตกับนโยบายและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการออกแบบแนวทางป้องกันและดูแลสุขภาพจิตของประชาชน โดยเฉพาะการลดความเสี่ยงจากปัจจัยแวดล้อม เช่น การเสพติดเกม ยาเสพติด หรือบุหรี่ไฟฟ้า ที่มักถูกมองว่าเป็นทางออกของความทุกข์จากแรงกดดันในสังคม
“แม้จะมีข้อมูลว่าคนไทยบางกลุ่มมีความสุขเพิ่มขึ้น แต่สิ่งนั้นอาจสะท้อนเพียงกลุ่มที่ประสบความสำเร็จเท่านั้น ยังมีอีกมากที่อยู่ในภาวะเปราะบาง หากเราอยากเห็นสังคมที่มีสุขภาวะ ต้องสร้างความเอื้ออาทร และร่วมกันดูแลคนรอบข้าง ไม่ใช่พึ่งพาเพียงค่านิยมการบริโภคหรือความสำเร็จทางวัตถุ” นพ.พงศ์เทพ กล่าว
ทั้งนี้ สสส. จัดทำ “รายงานสุขภาพคนไทย” อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2546 โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ข้อมูลด้านสุขภาวะที่สำคัญแก่สังคมไทย และเปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้เชิงวิชาการในหลายมิติ ไม่เพียงด้านร่างกายและจิตใจ แต่รวมถึงมิติทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และนโยบายที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างรอบด้าน