โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

กัมพูชา โต้รายงานสแกมเมอร์ ชี้ ‘เหลวไหล’ อ้างข้อมูลมั่ว

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 06 มิ.ย. 2568 เวลา 08.46 น. • เผยแพร่ 06 มิ.ย. 2568 เวลา 08.17 น.

กัมพูชาโต้รายงานสแกมเมอร์ ชี้ ‘เหลวไหล’ อ้างข้อมูลมั่ว

นิกเคอิ เอเชีย (Nikkei Asia) รายงานว่า ทางการกัมพูชาออกมาตำหนิอย่างรุนแรงต่อรายงานที่กล่าวหาว่าประเทศเป็นแหล่งอาชญากร ‘สแกมเมอร์’ กว่า 350,000 คน ที่ถูกควบคุมโดย ‘ทุนจีนเทา’ คาดว่าสร้างเม็ดเงินในประเทศได้ราว 50,000-75,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 1.6-2.5 ล้านล้านบาท)

รายงานดังกล่าวมีชื่อว่า “Policies and Patterns : State-Abetted Transnational Crime in Cambodia as a Global Security Threat” เขียนโดย เจคอบ ซิมส์ (Jacob Sims) ผู้เชี่ยวชาญด้านอาชญากรรมข้ามชาติและความมั่นคงในภูมิภาค ประจำศูนย์เอเชียศึกษา มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และถูกเผยแพร่โดยฮิวแมนิตี้ รีเสิร์ช คอนซันแทนซี (Humanity Research Consultancy) ซึ่งเป็นองค์กรต่อต้านการค้ามนุษย์จากเกาะอังกฤษ

เนื้อหาในรายงานชี้แจงว่า บุคคลสำคัญทั้งในภาครัฐและภาคเอกชนของกัมพูชา เป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องสำคัญต่อการหลอกลวงที่เกิดขึ้น และชี้ว่า ‘ฮุน เซน’ นำรายได้จากการฉ้อโกงเหล่านี้มาส่งเสริมระบบอุปถัมป์ในเครือข่ายของตน ซึ่งเป็นข้อกล่าวหาที่รุนแรงอย่างมาก

ชี้หมิ่นประมาท กล่าวหาเลื่อนลอย

โต๊จ โศกขา (Touch Sokha) โฆษกกระทรวงมหาดไทยของกัมพูชาออกแถลงการณ์ชี้แจงว่า “รายงานดังกล่าว ซึ่งไม่เป็นมืออาชีพ และไม่มีหลักฐานยืนยัน ได้หมิ่นประมาท ใส่ร้าย ป้ายสี และกล่าวหาอย่างเลื่อนลอย ต่อเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลกัมพูชา ว่ามีส่วนเกี่ยวข้อง และ/หรือ ไม่สามารถควบคุมขบวนการค้ามนุษย์ อาชญากรรมทางไซเบอร์ และการฟอกเงิน ฯลฯ”

พนมเปญ โพสต์ (Phnom Penh Post) รายงานคำกล่าวของโศกขาว่า รายงานดังกล่าวเป็นเรื่อง ‘เหลวไหล’ และ ‘เป็นเครื่องมือในการกล่าวโทษประเทศที่มีเทคโนโลยีด้อยกว่า’

มาร์ก เทย์เลอร์ (Mark Taylor) จากวินร็อก อินเตอร์เนชันนัล (Winrock International) องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรซึ่งเคลื่อนไหวเพื่อแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ในกัมพูชา ก็เป็นอีกคนที่ออกมาคัดค้านข้อสรุปของรายงานดังกล่าว โดยมองว่าผลกำไร 12,500-19,500 ล้านดอลลาร์ (ราว 400,000-600,000 ล้านบาท) ต้องอาศัยการสมรู้ร่วมคิดขนาดมหาศาลจากทางการ

นอกจากนี้ เทย์เลอร์ยังเล่าถึงการระดมเงินทุนขนาดมหาศาลสำหรับลงทุนฝึกฝนตำรวจ แต่หลักฐานชี้ให้เห็นว่า ไม่มีความคืบหน้าใด ๆ เกิดขึ้นเลยจากเม็ดเงินเหล่านั้น

แหล่งข้อมูลไม่น่าเชื่อถือ

ข้อมูลส่วนใหญ่ในรายงานมาจากการอ้างอิงตัวเลขประมาณการในปี 2023 ของสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) ที่คาดว่าสแกมเมอร์ในกัมพูชาทำรายได้ราว 12,500 ล้านดอลลาร์ต่อปี (ราว 400,000 ล้านบาท) และประมาณการในปี 2024 ของสำนักงานเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐอเมริกา (USAID) ที่คาดว่าทำเงินได้ 19,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 600,000 ล้านบาท)

ด้านเจคอบ ซิมส์ ยอมรับกับนิกเคอิ เอเชีย ว่าข้อมูลอาจมีความคลาดเคลื่อนได้ เนื่องจากไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลใหม่ ๆ แต่อย่างไรก็ตาม ต่อให้ข้อสรุปของซิมส์อาจมีการตีความผิดไป ก็ไม่ได้ทำให้ปัญหาการค้ามนุษย์มีความรุนแรงลดลง

ฝั่ง ปริ๊นซ์ โฮลดิ้ง กรุ๊ป (Prince Holding Group) ซึ่งถูกกล่าวหาในรายงานว่าเป็นกลุ่มอาชญากรข้ามชาตินามกระฉ่อน ได้ออกแถลงการณ์โจมตีแหล่งที่มาของข้อมูลว่ามาจาก เรดิโอ ฟรี เอเชีย (Radio Free Asia) ที่ไม่น่าเชื่อถือ และไม่ได้รับการยอมรับจากธนาคารโลก (World Bank) และกองกำลังตำรวจฮ่องกง

ทั้งนี้ เจคอบ ซิมส์ ตระหนักดีว่า จำเป็นต้องปกปิดตัวตนของผู้ให้สัมภาษณ์ข้อมูลในรายงานไว้เป็นความลับ ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย การวิเคราะห์ที่ได้จึงดูไม่น่าสนใจมากนัก และชี้ว่าสามารถตามรอยของอาชญากรรมไซเบอร์ได้ง่ายขึ้น ผ่านการตามรอยการค้ามนุษย์ ต่างจากการตามรอยยาเสพติด และอาชญากรรมข้ามชาติอื่น ๆ

สุดท้ายนี้ เจคอบ ซิมส์ เสริมว่า องค์กรเอกชนเพื่อสาธารณประโยชน์ (NGOs) ที่ไม่มีเงินทุนเพียงพอ และนักข่าวตัวเล็ก ๆ กำลังเผชิญอุปสรรคในการสืบค้นประเด็นดังกล่าวได้ยากมากขึ้น

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กัมพูชา โต้รายงานสแกมเมอร์ ชี้ ‘เหลวไหล’ อ้างข้อมูลมั่ว

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...