โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทรัมป์เซ็นคำสั่งรีดภาษีบราซิลเพิ่มเป็น 50% อ้างดำเนินนโยบายคุกคามสหรัฐฯ

JS100

อัพเดต 31 ก.ค. 2568 เวลา 04.38 น. • เผยแพร่ 31 ก.ค. 2568 เวลา 04.34 น. • JS100:จส.100
ทรัมป์เซ็นคำสั่งรีดภาษีบราซิลเพิ่มเป็น 50% อ้างดำเนินนโยบายคุกคามสหรัฐฯ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารเมื่อวันพุธ (30 ก.ค.) เพื่อเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากบราซิลเพิ่มอีก 40% ส่งผลให้อัตราภาษีนำเข้ารวมเพิ่มขึ้นเป็น 50% คำสั่งดังกล่าวระบุว่า อัตราภาษีใหม่จะมีผลกับสินค้าที่นำเข้าเพื่อการบริโภค หรือเบิกออกจากคลังสินค้าเพื่อการบริโภค ตั้งแต่เวลา 00.01 น. (ตามเวลาฝั่งตะวันออก) ของสหรัฐฯ ภายใน 7 วันหลังคำสั่งมีผลบังคับใช้ ยกเว้นสินค้าบางรายการที่ได้รับการยกเว้นเฉพาะ

ทำเนียบขาวอ้างว่า มาตรการนี้เป็นการตอบโต้นโยบายและการดำเนินการล่าสุดของรัฐบาลบราซิลที่ก่อให้เกิดภัยคุกคามร้ายแรงต่อความมั่นคงแห่งชาติ นโยบายต่างประเทศ และเศรษฐกิจของสหรัฐฯ

ในช่วงที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่รัฐบาลบราซิลถูกกล่าวหาว่าดำเนินการกดดันบริษัทสหรัฐฯ ให้เซ็นเซอร์เนื้อหาทางการเมือง ปิดบัญชีผู้ใช้งาน ส่งมอบข้อมูลผู้ใช้งานชาวสหรัฐฯ หรือเปลี่ยนแนวทางการควบคุมเนื้อหา โดยขู่ว่าจะลงโทษด้วยค่าปรับมหาศาล การดำเนินคดีอาญา การอายัดทรัพย์ หรือการห้ามทำธุรกิจในตลาดบราซิลโดยสิ้นเชิง

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 9 ก.ค. ทรัมป์ประกาศแผนขึ้นภาษีนำเข้ากับบราซิล พร้อมเชื่อมโยงมาตรการดังกล่าวกับการคัดค้านคดีไต่สวนของ ศาลสูงสุดบราซิลต่อฌาอีร์ โบลโซนาโร อดีตผู้นำบราซิล ซึ่งถูกตั้งข้อหาว่าวางแผนล้มล้างผลการเลือกตั้งในบราซิลเมื่อปี 2565 ขณะที่ในช่วงกลางเดือนก.ค. สหรัฐฯ ยังได้สั่งระงับวีซ่าของผู้พิพากษาศาลสูงสุดบราซิล 8 รายที่พิจารณาคดีดังกล่าว

#เพิ่มภาษีบราซิล

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...