ครม.มีมติไฟเขียวนำเข้ากากถั่วเหลือง-ข้าวโพด หั่นเวลา
ครม.เห็นชอบมาตรการนำเข้าวัตถุดิบอาหารสัตว์ ข้าวโพด-กากถั่วเหลือง-ปลาป่น ต่ออายุมาตรการปีต่อปี
วันที่ 26 สิงหาคม 2566 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบการกำหนดนโยบายและมาตรการนำเข้าวัตถุดิบอาหารสัตว์ 3 ประเภท ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ กากถั่วเหลือง และปลาป่น
ซึ่งผลิตในประเทศไม่เพียงพอต่อปริมาณความต้องการ เช่น ไทยต้องนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ปีละ 3 ล้านตัน, จำเป็นต้องนำเข้ากากถั่วเหลืองปีละ 2.2 ล้านตัน ส่วนนำเข้าปลาป่นปีละ 3 แสนตัน ทั้งนี้ สิ่งที่ ครม.พิจารณาคือ การนำเข้าจะต้องรักษาสมดุล ต้องดูแลเกษตรกรผู้ผลิตอาหารสัตว์ทั้ง 3 ประเภทในเมืองไทยให้ดี ดังนั้น จากเดิมที่มีการอนุญาตครั้งละ 3 ปี คือมาตรการรอบล่าสุด ตั้งแต่ปี 2564-2566 ซึ่งจะหมดในเดือนธันวาคมนี้
“แต่รัฐบาลขอเปลี่ยนจากเทอมละ 3 ปี เป็น เทอมละ 1 ปี เพื่อให้แน่ใจว่าเมื่อได้สิทธินำเข้าแล้ว ต้องซื้อวัตถุดิบในประเทศด้วย รัฐบาลเข้าใจว่าจะต้องนำเข้าวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่ไม่พอในประเทศ แต่ก็ต้องการสร้างหลักประกันให้แก่เกษตรกร ให้เกิดความมั่นใจว่าผู้นำเข้าสัญญาจะรับซื้อผลผลิตในประเทศในราคาที่เป็นธรรมด้วย” นายชัยกล่าว
ทั้งนี้ นโยบายและมาตรการนำเข้าวัตถุดิบอาหารสัตว์ (ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ กากถั่วเหลือง และปลาป่น) ปี 2567 มีรายละเอียดโดยสรุป ดังนี้
1.ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ พิกัดอัตราศุลกากร 1005.90.99 รหัสสถิติ 001 ดังนี้
1.1 การนำเข้าภายใต้ WTO ในโควตา อัตราภาษีร้อยละ 20 ปริมาณ 54,700 ตัน โดยให้องค์การคลังสินค้า (อคส.) เป็นผู้นำเข้า ไม่จำกัดช่วงเวลานำเข้า ส่วนนอกโควตา อัตราภาษีร้อยละ 73 และค่าธรรมเนียมพิเศษตันละ 180 บาท ไม่จำกัดปริมาณ
1.2 การนำเข้าภายใต้ความตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน (AFTA) อัตราภาษีร้อยละ 0 (ไม่จำกัดปริมาณ)-ให้ อคส.เป็นผู้นำเข้า ไม่จำกัดช่วงเวลานำเข้า
ผู้นำเข้าทั่วไป กำหนดช่วงเวลานำเข้าระหว่างวันที่ 1 กุมภาพันธ์-31 สิงหาคมของแต่ละปี และต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดมาตรฐานควบคุมการนำเข้าตามพระราชบัญญัติควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ พ.ศ. 2558
1.3 การนำเข้าภายใต้ความตกลงเขตการค้าเสรีไทย-ออสเตรเลีย (TAFTA) ในโควตา ภาษีร้อยละ 0 ไม่จำกัดปริมาณ โดยต้องมีหนังสือรับรองแสดงการได้รับสิทธิในการยกเว้นภาษีทั้งหมดหรือบางส่วนตามความตกลงการค้าเสรีไทย-ออสเตรเลีย สำหรับภาษีในโควตา เพื่อประกอบการนำเข้านอกโควตา ภาษีร้อยละ 65.70 ไม่จำกัดปริมาณ
1.4 การนำเข้าภายใต้กรอบการค้าอื่น ๆ เป็นไปตามข้อผูกพัน [เช่น ความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้นไทย-นิวซีแลนด์ (TNZCEP) อัตราภาษีร้อยละ 0 ไม่จำกัดปริมาณ]
1.5 การนำเข้าจากประเทศนอกความตกลง อัตราภาษีกิโลกรัมละ 2.75 บาท และค่าธรรมเนียมพิเศษตันละ 1,000 บาท (ไม่จำกัดปริมาณ)
2.กากถั่วเหลือง พิกัดอัตราศุลกากรประเภทย่อย 2304.00.29 รหัสสถิติ 001 เพื่อใช้ในอุตสาหกรรมผลิตเป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์ ไม่จำกัดปริมาณและช่วงเวลานำเข้า ดังนี้
2.1 การนำเข้าภายใต้ WTO ในโควตา อัตราภาษีร้อยละ 2 ผู้มีสิทธินำเข้าทั้งสิ้น 11 ราย หากมีผู้ยื่นขอมีสิทธินำเข้ารายใหม่ให้อยู่ในดุลยพินิจของประธานกรรมการนโยบายอาหารพิจารณาตามความจำเป็นและความเหมาะสม นอกโควตา อัตราภาษีร้อยละ 119
2.2 การนำเข้าภายใต้กรอบการค้าอื่น ๆ เป็นไปตามข้อผูกพัน [เช่น ความตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน (AFTA) ภาษีร้อยละ 0 ความตกลงการค้าเสรีไทย-ออสเตรเลีย (TAFTA) ภาษีร้อยละ 0]
2.3 การนำเข้าจากประเทศนอกความตกลง อัตราภาษีร้อยละ 6 และค่าธรรมเนียมพิศษ ตันละ 2,519 บาท
3.ปลาป่น โปรตีนต่ำกว่าร้อยละ 60 พิกัดอัตราศุลกากร 2301.20.10 ต้องขออนุญาตนำเข้า และปลาป่นโปรตีนร้อยละ 60 ขึ้นไป พิกัดอัตราศุลกากร 2301.20.20 ไม่จำกัดปริมาณและช่วงเวลานำเข้า ดังนี้
3.1 การนำเข้าภายใต้ทุกกรอบการค้า เป็นไปตามข้อผูกพัน [เช่น ความตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน (AFTA) ภาษีร้อยละ 0 ความตกลงเขตการค้าเสรีไทย-ออสเตรเลีย (TAFTA) ภาษีร้อยละ 0]
3.2 การนำเข้าจากประเทศนอกความตกลง ปลาป่น โปรตีนต่ำกว่าร้อยละ 60 อัตราภาษีร้อยละ 6 ปลาป่นโปรตีนร้อยละ 60 ขึ้นไป อัตราภาษีร้อยละ 15
ทั้งนี้ มอบกระทรวงการคลัง โดยกรมศุลกากร นำประกาศกระทรวงการคลังที่เกี่ยวข้องกับอัตราภาษีนำเข้ากากถั่วเหลือง พิกัดอัตราศุลกากรประเภทย่อย 2304.00.29 รหัส 001 เพื่อใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตเป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์ ปี 2567 และพาณิชย์ โดยกรมการค้าต่างประเทศ นำประกาศกระทรวงพาณิชย์ที่เกี่ยวข้องตามมติคณะกรรมการ เสนอต่อ ครม.ในคราวเดียวกัน ขณะนี้กระทรวงการคลัง และกระทรวงพาณิชย์ อยู่ระหว่างการร่างประกาศดังกล่าวจึงยังไม่ได้นำเสนอประกาศที่เกี่ยวข้องมาในคราวนี้)