โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

มหกรรมหนังสือสำเร็จเกินคาด ยอดทะลุ 410 ล้าน นิยายขายดีสุด ศูนย์สิริกิติ์-MRT ได้อานิสงส์

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 24 ต.ค. 2566 เวลา 07.52 น. • เผยแพร่ 24 ต.ค. 2566 เวลา 07.16 น.

งานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 28 ประสบความสำเร็จเกินคาด ยอดขายสะพัด 410 ล้านบาท คนแห่เข้างาน 1.62 ล้านคน ตลอด 12 วัน ศูนย์สิริกิติ์-MRT ได้อานิสงส์ เผยหนังสือนิยายครองแชมป์ขายดีสุด

วันที่ 24 ตุลาคม 2566 นายสุวิช รุ่งวัฒนไพบูลย์ นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (PUBAT) กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า งานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 28 ประสบความสำเร็จเกินกว่าที่คาดไว้ โดยมียอดขายรวมกว่า 410 ล้านบาท จากเป้าที่ตั้งไว้ 400 ล้านบาท และมีจำนวนผู้เข้าร่วมงานถึง 1.62 ล้านคน ตลอดระยะเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 12-23 ตุลาคม 2566 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

โดยวันเสาร์ที่ 21 ตุลาคม 2566 มีจำนวนคนเข้างานมากสุดที่ 1.72 แสนคน รองลงมาเป็นวันศุกร์ที่ 13 ตุลาคม 2566 มีคนเข้างานจำนวน 1.65 แสนคน

สำหรับหนังสือที่ขายดีสุด เป็นหมวดหนังสือนิยาย ไม่ว่าจะเป็นมังงะ ไลต์โนเวล นิยายวาย และอื่น ๆ โดยคิดเป็น 72% ของยอดขายทั้งหมด ซึ่งถือว่าเยอะมาก

ทั้งนี้ จากการสำรวจของสมาคมพบว่า ผู้เข้าร่วมงานอายุระหว่าง 16-35 ปี เป็นช่วงวัยที่เข้ามาชมงานมากที่สุด นายกสมาคมฯกล่าว

ปัจจัยความสำเร็จของงานหนังสือครั้งนี้ คือกระแสของการอ่านที่กลับมา และกลุ่มคนรุ่นใหม่ไม่เพียงแต่อ่านหนังสือเท่านั้น แต่หนังสือกลายเป็นของสะสมของพวกเขาด้วย สำนักพิมพ์จึงปรับตัว หรือทำโปรดักต์ใหม่ ๆ เช่น บอกซ์เซต เป็นต้น

นอกจากนี้ สำนักพิมพ์เองก็ออกปกใหม่ หรือรีพรินต์เล่มที่เคยผลิตแต่กลับมาอยู่ในความต้องการ เพื่อเอามาขายอีกครั้ง ก็ทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้น

“อีกส่วนหนึ่งคือ เมื่อนักอ่านเสพงานเขียน ก็ต้องการเจอหรือพบปะนักเขียนตัวเป็น ๆ จึงทำให้มาที่งานหนังสือ สิ่งนี้ยังคงเป็นเสน่ห์ของงานนี้และไม่จางหายไป” นายสุวิชกล่าว

สำนักพิมพ์ประสบความสำเร็จ 80%

นายสุวิชกล่าวอีกว่า ก่อนอื่นต้องยอมรับว่าไม่ใช่ทุกสำนักพิมพ์ที่จะได้ยอดขายตามเป้าของตัวเอง ผมเดินงานตลอดระยะเวลา 12 วัน และได้พูดคุยกับเพื่อนสำนักพิมพ์ตามบูทต่าง ๆ พบว่า

หลักสำคัญที่จะอยู่รอดในงานมหกรรมหนังสือได้ คือต้องมีหนังสือใหม่อย่างน้อย 5 ปกขึ้นไป หรือจะเป็นเล่มที่นำมารีพรินต์ก็ได้ แต่อย่างไรก็ต้องมี ถ้านำเล่มเดิม ๆ มาขายก็เป็นไปได้มากที่ยอดขายจะไม่เข้าเป้า เพราะร้านหนังสือทั่วไปนอกงานก็มี

ปัจจัยสำคัญอีกอย่างคือ โปรโมชั่น ผมบอกกับเพื่อนสำนักพิมพ์เวลาประชุมใหญ่ของสมาคมอยู่เสมอว่ามาในงานนี้ต้องมีโปรโมชั่นที่ดึงดูดนักอ่าน ต้องแตกต่างจากร้านที่ขายข้างนอกทั่วไป

อย่างไรก็ดี งานมหกรรมหนังสือในครั้งนี้ มีสำนักพิมพ์ที่ประสบความสำเร็จกว่า 80% จากที่มาร่วมออกบูททั้งหมด 340 สำนักพิมพ์

งานหนังสือต่อไป “บุ๊คลิมปิก”

นายสุวิชเผยว่า หลังจากนี้ สมาคมมีแผนจัดงานมหกรรมหนังสือขึ้นต่อเนื่องในปี 2567 ทั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานครและการสัญจรไปในภูมิภาคต่าง ๆ เพื่อสร้างโอกาสในการเข้าถึงหนังสือให้กับเยาวชนและผู้ที่รักการอ่าน

ไม่ว่าจะเป็นมหกรรมหนังสือภาคใต้ ครั้งที่ 10 ในระหว่างวันที่ 2-11 ก.พ. 2567 ที่เซ็นทรัล หาดใหญ่, เทศกาลหนังสืออุดรธานี ครั้งที่ 10 ระหว่างวันที่ 31 พ.ค.-9 มิ.ย. 2567 ณ เซ็นทรัล อุดรธานี เป็นต้น

สำหรับ “งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติฯ ครั้งที่ 52” จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 มี.ค.-8 เม.ย. 2567 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ในธีม “บุ๊คลิมปิก” เพื่อให้สอดคล้องกับการจัดมหกรรมกีฬาโอลิมปิกที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส

โดยสมาคมมีแผนที่จะขยายฮอลล์ใช้จัดงานจาก 3 เป็น 4 ฮอลล์ เพื่อรองรับจำนวนคนเข้างาน และจะร่วมกับ “บ้านและสวน” ด้วย เช่น มีมุมสวนให้อ่านและพักผ่อนภายในงาน เป็นต้น

นอกจากนี้ สมาคมยังได้เชิญชวนงานหนังสือและสำนักพิมพ์จากต่างประเทศให้มาเข้าร่วมด้วย เช่น จีน ไต้หวัน และอังกฤษ เป็นต้น โดยหวังว่าจะทำให้งานหนังสือของไทยเป็นงานสู่ระดับสากล

ความสำเร็จในการจัดมหกรรมสัปดาห์หนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 28 นี้ ส่งสัญญาณให้เห็นว่า อุตสาหกรรมหนังสือกลับมาฟื้นตัวและก้าวเดินได้อย่างมั่นคงแล้ว

“นับจากนี้เชื่อว่าผู้ประกอบการต่างมีความพร้อมในการขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจกลับมาคึกคัก และการสนับสนุนจากภาครัฐที่ผลักดันให้หนังสือเป็น Soft Power นั้นจะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี และยกระดับทำให้อุตสาหกรรมหนังสือเติบโตได้อย่างยั่งยืน” นายสุวิชกล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...