โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

อึ้ง! พบกัมมันตภาพรังสี ในจมูกคนงานโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะ หลังถอดหน้ากากหลังเลิกงาน

MATICHON ONLINE

อัพเดต 15 ธ.ค. 2566 เวลา 07.34 น. • เผยแพร่ 15 ธ.ค. 2566 เวลา 06.45 น.
FILE PHOTO REUTERS

อึ้ง! พบกัมมันตภาพรังสี ในจมูกคนงานโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะ หลังถอดหน้ากากหลังเลิกงาน

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า เทปโก บริษัทเจ้าของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะในประเทศญี่ปุ่นได้เผย เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม ว่าคนงานคนหนึ่งของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ดังกล่าวถูกตรวจพบว่ามีกัมมันตภาพรังสีในระดับที่สูงในจมูกของเขา ถือเป็นสิ่งเน้นย้ำถึงอันตรายในภารกิจทำความสะอาดโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะที่พังเสียหายจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่และสึนามิเมื่อปี 2011

ทั้งนี้ คาดการณ์ว่าสารกัมมันตรังสีอาจสัมผัสเข้าที่ใบหน้าของคนงานคนดังกล่าวเมื่อวันที่ 11 ธันวาคมที่ผ่านมา หลังจากที่เขาถอดหน้ากากแบบเต็มใบหน้าออกหลังเสร็จสิ้นงาน อย่างไรก็ตาม พนักงานคนดังกล่าวยังไม่มีอาการที่เป็นผลข้างเคียงจากการรับสารกัมมันตรังสีในจมูก ขณะที่ผลการสแกนทั่วร่างกายไม่พบการปนเปื้อนของสารกัมมันตรังสีภายในร่างกายแต่อย่างใด แต่ผลการวิเคราะห์ฉบับเต็มจะออกในช่วงเดือนหน้า

นี่ถือเป็นการเกิดเหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าวครั้งที่ 2 ในช่วง 3 เดือน หลังจากที่คนงาน 4 คนถูกสาดด้วยน้ำที่ปนเปื้อนสารกัมมันตรังสีเมื่อเดือนตุลาคม โดยคนงาน 2 คนถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อเป็นการป้องกันไว้ก่อน

ก่อนหน้านั้น ญี่ปุ่นได้เริ่มทำการปล่อยน้ำเสียที่ผ่านการบำบัดแล้วของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะที่ถูกกักเก็บไว้ตั้งแต่ที่โรงไฟฟ้าดังกล่าวเสียหายจากแผ่นดินไหวเมื่อปี 2011 ลงสู่มหาสมุทรแปซิฟิกเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา โดยทางการญี่ปุ่นยืนยันว่าน้ำที่ถูกปล่อยลงสู่ทะเลนั้นปลอดภัย แต่จีนและรัสเซียได้ออกมาแบนการน้ำเข้าอาหารทะเลจากญี่ปุ่น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...