ธรรมนัส เล็งตรวจเผาตอซังข้าว-อ้อย สกัดฝุ่น PM2.5 ลั่นถ้าพบที่ ส.ป.ก.จะไม่ได้โฉนด
ธรรมนัส เล็งประสานตำรวจ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ช่วยตรวจเผาตอซังข้าว-อ้อย หวังแก้ไขปัญหา PM2.5 ลั่นถ้าพบในที่ ส.ป.ก. จะไม่ได้โฉนด
วันที่ 17 พ.ย. 2566 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรฯร่วมหารือกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อเตรียมรับมือปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ในภาคการเกษตร ที่เกิดจากการเผาในพื้นที่การเกษตร ในที่นา หลังเก็บเกี่ยวข้าว เผาตอซังข้าวโพด และเผาใบอ้อย จนเกิดผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน ช่วงประมาณเดือน ธ.ค.-เม.ย.
ทั้งนี้ เตรียมประสานสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อขอความร่วมมือฝ่ายความมั่นคง กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน ให้ตรวจสอบและดูแล ไม่ให้เกิดการเผาในขั้นตอนการทำการเกษตร หากพบมีโทษหนัก โดยกำชับให้สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม(ส.ป.ก.) ไปร่างหลักเกณฑ์การทำงานและควบคุมไม่ให้มีการเผาในพื้นที่ ส.ป.ก. หากพบมีการเผาเกิดขึ้น เกษตรกรเจ้าของที่ดิน ส.ป.ก. อาจจะไม่ได้รับโฉนด ส.ป.ก. ที่จะแจกให้กับเกษตรกรในวันที่ 15 ม.ค.2567
สำหรับสถานการณ์การเผาในภาคการเกษตร ปี 2565/66 ( 1 ม.ค. - 31 พ.ค.2566) พบจุดความร้อนที่พื้นที่ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์รับผิดชอบ โดยเฉพาะพื้นที่เกษตร และที่ดิน ส.ป.ก. รวมจำนวน 5,683 จุด คิดเป็น 25% แบ่งเป็นพื้นที่นาข้าว 2,718 จุด คิดเป็น 12%, พื้นที่ข้าวโพดและไร่หมุนเวียน 2,030 จุด คิดเป็น 9% และพื้นที่อ้อย 935 จุด คิดเป็น 4%
นอกจากนี้ ที่ประชุมได้วางแนวทางการป้องกันและแก้ปัญหาการเผาในพื้นที่เกษตรกรรม ปี 2566/67 ดำเนินการเชิงรุกผ่านหลักดำเนินการ 3R ประกอบด้วย 1.Re-Habit : ส่งเสริมให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการปลูกพืชเป็นการปลูกแบบไม่เผา ภายใต้มาตรฐาน GAP PM2.5 Free
2.Replace with perennial crops : ส่งเสริมการปรับเปลี่ยนชนิดและวิธีการปลูกพืชบนพื้นที่สูง จากพืชที่ยังใช้ระบบการเผา เช่น ข้าวโพด เป็นไม้ผล ไม้ยืนต้น
3.Replace with Alternate crops : ส่งเสริมการปรับเปลี่ยนชนิดและวิธีการปลูกพืชบนพื้นราบ โดยเน้นการจัดการเศษวัสดุเหลือใช้ให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจและเป็นประโยชน์ต่อดิน
อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมยังมีการหารือในการจัดทำข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กับภาคีวิจัยฟิวเจอร์เอิร์ธแห่งประเทศไทย (Future Earth Thailand Consortium) โดยความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษาในภูมิภาค 7 แห่ง
ได้แก่ ภาคเหนือ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, ภาคเหนือตอนล่าง มหาวิทยาลัยนเรศวร, ภาคตะวันตก มหาวิทยาลัยมหิดล, ภาคตะวันออก มหาวิทยาลัยบูรพา, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี, ภาคใต้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (สทอภ.) เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาคุณภาพอากาศจากภาคการเกษตรอย่างยั่งยืนผ่านเครือข่ายวิจัยและนวัตกรรมทั้งระดับชาติและนานาชาติ