โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“หาดทิพย์” รันเกมใหญ่ 8 ปีต้องมีรายได้ 1.5 หมื่นล้านบาท

การเงินธนาคาร

อัพเดต 13 มี.ค. 2568 เวลา 17.49 น. • เผยแพร่ 13 มี.ค. 2568 เวลา 11.15 น.

“หาดทิพย์” วางแพลนใหญ่ 8 ปี ตั้งเป้ารายได้ 11,000 ล้านบาท ในปี 2027 และ 15,000 ล้านบาท ในปี 2032 คิ๊กออฟ 2024 คัมแบ็กโค้กขวดแก้วคลาสิกแบบคืนขวดชิงมาร์เก็ตแชร์ 200 เกาะ 14 จังหวัดภาคใต้ เพิ่มพอร์ตเครื่องดื่มไร้น้ำตาล เข็นรายได้เข้าเป้า 8,700 ล้านบาท

พลตรี พัชร รัตตกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) หรือ HTC ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มในเครือโคคา-โคล่าในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ เปิดเผยว่า ในปี 2024 ที่ผ่านมา หาดทิพย์ มีผลประกอบการอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ โดยมีการเติบโตของยอดขาย 72.4 ล้านลังเติบโต 3.5% กว่า 68.8 ล้านลังเป็นสินค้าที่หาดทิพย์ขายใน 14 จังหวัดภาคใต้ และอีก 3.7 ล้านลังเป็นการช่วย “ไทยน้ำทิพย์” กระจายสินค้า

ทั้งนี้ หาดทิพย์ มีส่วนแบ่งการตลาดเครื่องดื่มน้ำอัดลม 78- 80% ลดลงจากการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นในหลาย ๆ ปีที่ผ่านมา แต่ยังสามารถรักษาความเป็นผู้นำส่วนแบ่งการตลาดไว้ได้ ขณะที่ตลาดน้ำดื่มเพิ่มขึ้นเล็กน้อยขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 8%

ในส่วนของการจัดจำหน่ายหรือการกระจายสินค้าสินค้าประเภท “ไม่มีน้ำตาล” ปัจจุบันมีสัดส่วนยอดขายเพียง 5% แต่มีการเติบโตที่ค่อนข้างสูงถึง 23% สะท้อนว่าหาดทิพย์ยังมีโอกาสเติบโตใน Category นี้ได้อีกมาก จากการที่ผู้บริโภคหันมาบริโภคน้ำตาลน้อยลง

อย่างไรก็ดีช่องทางที่มีการเติบโตอย่างมากโดยเฉพาะในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ซึ่งมีพื้นที่ท่องเที่ยวค่อนข้างเยอะคือช่องทางของร้านสะดวกซื้อ 15% โรงแรมร้านอาหารและร้านกาแฟเติบโตที่ 19% ส่วน traditional Trade เติบโตที่ 4% นอกจากนี้ หาดทิพย์ ยังมีการลงทุนอุปกรณ์แช่เย็นหรือตู้เย็นเพิ่มขึ้น 10% ส่งผลให้รายได้ของปีที่อยู่ที่ 8 พันล้านบาทเติบโต 4.1% กำไรสุทธิ 602 ล้านบาท

“การเติบโตทางด้านรายได้ถือว่าอยู่ทิศทางที่ดีจากการเติบโตของเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ปัจจุบันเรามีสัดส่วนรายได้ส่วนใหญ่มาจากแบรนด์โคคา โคล่า 70% ตามมาด้วยแฟนต้า ปี 2024 ที่ผ่านมาเราประสบกับราคาต้นทุนการผลิตปรับตัวเพิ่มขึ้นทั้งอลูมิเนียมและราคาน้ำตาล ซึ่งเรามีการขยายพอร์ตสินค้า Zero Product หรือไม่มีน้ำตาล โดยต้นปีนี้มีการเปิดตัว “โค้กซีโร่วานิลลา”และยังมีแผนที่จะเปิดตัว product ใหม่ที่อยู่ในไปป์ไลน์ออกมาต่อเนื่อง”

อย่างไร หาดทิพย์ได้วางแผนธุรกิจระยะ 8 ปี โดยตั้งเป้ารายได้ 11,000 ล้านบาทภายในปี 2027 และ 15,000 ล้านบาท ในปี 2032 รวมทั้งมีมาร์เก็ตแชร์เครื่องดื่มพร้อมดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์จากปัจจุบันที่ 25% เป็น 30% ใน 3 ปีข้างหน้าและ 35% ในอีก 8 ปีข้างหน้า ภายใต้กลยุทธ์ดังนี้

  • รักษาความเป็นผู้นำในตลาดน้ำอัดลมให้ได้มากกว่า 80%
  • สร้างการเติบโตผ่านสินค้าเครื่องดื่มไม่อัดลมเช่นน้ำผลไม้ น้ำดื่ม น้ำชา
  • ขยายกิจการไปในเครื่องดื่มประเภทอื่นๆที่ยังไม่มีในพอร์ต โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีเครื่องจักรใหม่ในไลน์การผลิตขวดแก้วแบบคืนขวดทำให้สามารถที่จะผลิตสินค้าประเภทอื่นๆได้นอกจากน้ำอัดลม
  • การนำ AI มาใช้อย่างเหมาะสมและเข้ากับธุรกิจ

และ สำหรับเป้าหมายปีนี้ 2025 หาดทิพย์คาดว่าจะมีการเติบโตรายได้อยู่ที่ประมาณ 5-7% หรือ 8,700 ล้านบาท และการเติบโตของยอดขาย 2-4% รวมทั้งพยายามที่จะรักษากำไรมากกว่า 40% โดย

  • ขยายและเพิ่มจำนวนลูกค้าให้ได้อย่างน้อย 10%
  • เพิ่มการกระจายสินค้าขวดแก้วแบบคืนขวดซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วนแค่ 3% ซึ่งยุคก่อนที่จะมีขวดพลาสติกกินสัดส่วน 100% ดังนั้นเชื่อว่าขวดแก้วแบบคืนขวดยังมีช่องให้หาดทิพย์ เติบโตโดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ที่มีนักท่องเที่ยวเยอะและเป็นพื้นที่ที่มีเกาะจำนวนมากซึ่งจะส่งผลดีทางธุรกิจของหาดทิพย์ และกำไรของลูกค้ารวมทั้งสิ่งแวดล้อมด้วย
  • เน้นสินค้าประเภทไม่มีน้ำตาลซึ่งมีอัตราการเติบโตที่ค่อนข้างดีในปีที่แล้วกว่า 20% ในปีนี้หาดทิพย์ ตั้งเป้าจะต้องเติบโตให้ได้อย่างน้อย 27% และมี contribution 6%
  • เน้นบรรจุภัณฑ์ขนาดเล็กซึ่งขายได้ดีและขายได้เร็วในพื้นที่ท่องเที่ยว
  • เพิ่มการวางตู้เย็นให้มากขึ้นอย่างน้อย 10-15%
หาดทิพย์

“นอกจากนี้เรื่องของ ภาษีน้ำตาล ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงและอย่างยิ่ง เราต้องใช้การบริหารจัดการรายได้มาใช้โดยกำหนดราคาสินค้าในแต่ละแพ็ค แต่ละประเภทและแต่ละแบรนด์ให้เหมาะสมกับแต่ละช่องทาง ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะต้องมีสกิลพิเศษซึ่งจะต้องมีการลงทุนในคนที่มีสกิลเฉพาะด้านนี้

รวมไปถึง การขยายช่องทางการขายบน “อีคอมเมิร์ซ” ให้มากขึ้น และสุดท้ายคือเรื่องของความยั่งยืนโดยอย่างน้อย 25% ของพลังงานทั้งหมดที่ใช้ผลิตสินค้าจะต้องมาจากพลังงานทดแทน ซึ่งตอนนี้เราก็ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ค่อนข้างมากและจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ รวมไปถึงเรื่องของการจัดเก็บขยะกลับมารีไซเคิล

ที่สำคัญเรายังมีโอกาสที่จะเติบโตอย่างมากจากการที่เราได้ลงทุนสายการผลิตขวดแก้วแบบคืนขวด ซึ่งแฟนพันธุ์แท้โค้กเชื่อว่ามีรสชาติดีมากกว่ากระป๋องและขวดพลาสติก โดยจะใช้ฉลากกระดาษและก่อนที่ออกจากโรงงานจะเปลี่ยนฉลากใหม่ทุกครั้งเพราะฉะนั้นขวดจะยังดูสะอาดเสมอ ข้อดีคือเราสามารถกระจายสินค้าได้ทั่วถึงซึ่งเป็นความฝันของเราที่อยากจะเห็นขวดแก้วเหล่านี้อยู่บนเกาะแก่งต่างๆในภาคใต้ซึ่งมีอยู่ประมาณ 200 กว่าเกาะแทนที่จะเป็นขยะพลาสติก

อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...