โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที

ไม่ต้องเปลี่ยน จีนพบวิธีเติม ลิเธียม ชุบชีวิตแบตเตอรี่เสื่อม

Techhub

อัพเดต 03 มี.ค. 2568 เวลา 21.33 น. • เผยแพร่ 03 มี.ค. 2568 เวลา 21.33 น.

นักวิจัยจากจีนค้นพบวิธีฟื้นฟูแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนที่เสื่อมสภาพโดยการเติมลิเธียมใหม่เข้าไปในเซลล์แบตเตอรี่ ซึ่งช่วยยืดอายุการใช้งานได้ โดยไม่ต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่ วิธีนี้อาจยังไม่เหมาะกับอุปกรณ์พกพา แต่มีศักยภาพสูงสำหรับการใช้งานในระดับอุตสาหกรรม เช่น ระบบกักเก็บพลังงานไฟฟ้า

โดยปกติ แบตเตอรี่จะเสื่อมสภาพเพราะลิเธียมไอออนถูกใช้ไปและเกิดชั้น SEI ที่เพิ่มความต้านทานไฟฟ้า ทำให้แบตเตอรี่กักเก็บพลังงานได้น้อยลง ทางออกดั้งเดิมคือเปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่ แต่ทีมนักวิจัยเสนอทางเลือกใหม่ คือเติมลิเธียมกลับเข้าไปแทนที่ส่วนที่หายไป

เทคนิคนี้ใช้ AI และเคมีไฟฟ้าอินทรีย์ เพื่อสร้างสารพิเศษที่สามารถปล่อยลิเธียมออกมาได้เมื่อได้รับแรงดันไฟฟ้าที่เหมาะสม นอกจากนี้ กระบวนการนี้ยังผลิตก๊าซที่สามารถระบายออกได้ง่าย ทำให้แบตเตอรี่สะอาดและพร้อมใช้งานต่อไป

จากการทดลอง วิธีนี้สามารถ ฟื้นฟูความจุของแบตเตอรี่ที่เสื่อมไป 15% ให้กลับมาใช้งานได้เกือบเท่าเดิม และอาจช่วยยืดอายุแบตเตอรี่ให้ใช้งานได้ถึง 12,000 – 60,000 รอบการชาร์จ ซึ่งมากกว่าปัจจุบันหลายเท่า

อย่างไรก็ตาม วิธีนี้ต้องใช้ แบตเตอรี่ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ เพื่อให้สามารถเติมลิเธียมเข้าไปได้ และยังไม่แน่ชัดว่าสามารถใช้กับแบตเตอรี่ในโทรศัพท์มือถือหรือแล็ปท็อปได้หรือไม่ เนื่องจากเคมีของแบตเตอรี่แต่ละประเภทแตกต่างกัน

แม้ว่ายังมีข้อจำกัด แต่เทคโนโลยีนี้ถือเป็นก้าวสำคัญ โดยเฉพาะสำหรับระบบกักเก็บพลังงานขนาดใหญ่ ที่ต้องการลดต้นทุนและเพิ่มอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ทั้งต่อธุรกิจและสิ่งแวดล้อมในระยะยาวครับ

ที่มา
techspot


⭐️Techhub รวม How To , Tips เทคนิค อัปเดตทุกวัน

กดดูแบบเต็มๆ ที่ www.techhub.in.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...