โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘เครื่องเคลือบดินเผาพันปี’ ในหนิงเซี่ย หลักฐานสายใยวัฒนธรรมราชวงศ์ซ่งเหนือ-เซี่ยตะวันตก

Xinhua

อัพเดต 26 ก.พ. 2568 เวลา 17.40 น. • เผยแพร่ 26 ก.พ. 2568 เวลา 10.40 น. • XinhuaThai

× กรุณาติดต่อทีมงานเพื่อดาวน์โหลดคลิป

(แฟ้มภาพซินหัว : เครื่องเคลือบดินเผาที่ขุดพบจากซากเตาเผาซูอวี้โข่ว บริเวณภูเขาเฮ่อหลาน เขตปกครองตนเองหนิงเซี่ยหุยทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน)

อิ๋นชวน, 26 ก.พ. (ซินหัว) — เครื่องเคลือบดินเผาที่ขุดพบในเขตปกครองตนเองหนิงเซี่ยหุยทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน ซึ่งผลิตขึ้นเมื่อเกือบ 1,000 ปีก่อนในสมัยราชวงศ์ที่ปกครองโดยกลุ่มชาติพันธุ์ส่วนน้อย มีความคล้ายคลึงอย่างมากกับเครื่องเคลือบดินเผาที่ผลิตขึ้นในจิ่งเต๋อเจิ้น เมืองทางตะวันออกของจีนที่ได้รับการขนานนามให้เป็น “เมืองหลวงแห่งเครื่องเคลือบดินเผา”

ซากเตาเผาซูอวี้โข่วที่ถูกค้นพบเมื่อปี 2017 ในเมืองอิ๋นชวน เมืองเอกของหนิงเซี่ย ครอบคลุมพื้นที่ราว 40,000 ตารางเมตร ซึ่งนักโบราณคดีเชื่อว่าการค้นพบนี้เป็นหลักฐานแสดงถึงการผสมผสานระหว่างชาติพันธุ์ต่างๆ ของจีนในช่วงเวลานั้น

ระหว่างปี 2021-2024 นักโบราณคดีจากสถาบันวัตถุทางวัฒนธรรมและโบราณคดีหนิงเซี่ย และมหาวิทยาลัยฟู่ตั้น ขุดค้นพื้นที่ราว 2,400 ตารางเมตร และพบซากโรงงานที่ประกอบด้วยเตาเผา 6 แห่ง ซึ่งรวมถึงหลุมที่คนงานเคยขุดเจาะเพื่อหาเนื้อดิน ถ่านหิน ควอตซ์ ปูนขาว ตลอดจนวัตถุดิบและเชื้อเพลิงอื่นๆ ที่จำเป็นต่อการผลิตเครื่องเคลือบดินเผา

เซรามิกสีขาวละเอียดที่ค้นพบในสถานที่แห่งนี้มีเนื้อสัมผัสละเอียดอ่อน เคลือบอุ่น ทั้งส่องประกายแวววาวและโปร่งแสง ซึ่งคล้ายกับที่พบในจิ่งเต๋อเจิ้นอย่างมาก และเมื่อพิจารณาจากขนาดการผลิตและเครื่องดินเผาซึ่งมีตัวอักษรคำว่ากวน (guan) ที่แปลว่าทางการปรากฏอยู่ นักโบราณคดีเชื่อว่าเตาซูอวี้โข่วเป็นเตาเผาของทางการที่ส่วนใหญ่ใช้เพื่อผลิตชาม ถ้วย จาน และเครื่องใช้ประจำวันอื่นๆ สำหรับราชวงศ์ในช่วงราชวงศ์เซี่ยตะวันตก (ปี 1038-1227)

ฉินต้าซู่ ศาสตราจารย์จากคณะโบราณคดีและพิพิธภัณฑ์วิทยาจากมหาวิทยาลัยปักกิ่ง ตั้งข้อสังเกตว่าเซรามิกสีขาวแบบนี้เป็นที่นิยมในหมู่ขุนนางและนักวิชาการในช่วงราชวงศ์ซ่งเหนือ (ปี 960-1127) ราชวงศ์ซ่งและเซี่ยตะวันตกเคยมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันและมีการแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีและวัฒนธรรมที่ใกล้ชิด จึงเป็นไปได้ว่าขุนนางจากราชวงศ์ซ่งเหนืออาจส่งช่างฝีมือชั้นยอดไปยังเซี่ยตะวันตก และช่วยพวกเขาผลิตเครื่องเคลือบดินเผาสีขาววิจิตรนี้

การศึกษาเครื่องเคลือบดินเผาที่ค้นพบในแหล่งเตาเผาซูอวี้โข่ว นักโบราณคดีพบว่าส่วนผสมของควอตซ์และเครื่องมือมีประสิทธิภาพที่เตาเผานี้มีมาตรฐานทางเทคนิคใกล้เคียงหรือเทียบเท่าเครื่องเคลือบดินเผาควอตซ์คุณภาพสูงในปัจจุบัน และแสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยี “สูตรคู่ขนาน” (dual formula) ของเครื่องเคลือบจีนสามารถสืบย้อนไปจนถึงราชวงศ์เซี่ยตะวันตก และไม่ได้มีต้นกำเนิดในสมัยราชวงศ์หยวน (ปี 1271-1368) ตามที่เชื่อก่อนหน้านี้

จูชุนสือ หัวหน้าสถาบันฯ ระบุว่าดินที่ขุดพบใกล้กับเตาเผาซูอวี้โข่วมีปริมาณอะลูมิเนียมออกไซด์สูง ซึ่งทำให้ยากต่อการนำไปผลิตเครื่องเคลือบสีขาวละเอียดอ่อนเช่นนี้ได้ ช่างฝีมือจึงเติมควอตซ์ลงในดินเพื่อเพิ่มสัดส่วนของซิลิกอนไดออกไซด์และลดสัดส่วนอะลูมิเนียมออกไซด์ จนได้ออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ที่คล้ายคลึงกับเครื่องเคลือบจากจิ่งเต๋อเจิ้น

ทั้งนี้ แหล่งเตาเผาซูอวี้โข่วจัดเป็นแหล่งเตาเผาของราชวงศ์เซี่ยตะวันตกซึ่งเก่าแก่ที่สุดเท่าที่พบมาในจีน โดยหลี่เจิ้ง นักวิจัยจากสำนักบริหารมรดกทางวัฒนธรรมแห่งชาติจีน มองว่าการค้นพบเตาเผานี้ช่วยอธิบายที่มาของเครื่องเคลือบดินเผาที่สมาชิกราชวงศ์เซี่ยตะวันตกใช้งาน และตอบคำถามที่สำคัญในแง่ประวัติศาสตร์การพัฒนาเครื่องเคลือบดินเผาของจีน

(แฟ้มภาพซินหัว : ชามเคลือบดินเผาที่ขุดพบจากซากเตาเผาซูอวี้โข่ว บริเวณภูเขาเฮ่อหลาน เขตปกครองตนเองหนิงเซี่ยหุยทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน)
(แฟ้มภาพซินหัว : แหล่งเตาเผาซูอวี้โข่ว บริเวณภูเขาเฮ่อหลาน เขตปกครองตนเองหนิงเซี่ยหุยทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน วันที่ 22 ก.พ. 2025)
(แฟ้มภาพซินหัว : ผู้เชี่ยวชาญทำการสำรวจภาคสนามในแหล่งเตาเผาซูอวี้โข่ว ภูเขาเฮ่อหลาน เขตปกครองตนเองหนิงเซี่ยหุยทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน วันที่ 22 ก.พ. 2025)
(แฟ้มภาพซินหัว : นักโบราณคดีทำงานขุดค้นในแหล่งเตาเผาซูอวี้โข่ว ภูเขาเฮ่อหลาน เขตปกครองตนเองหนิงเซี่ยหุยทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน วันที่ 24 ต.ค. 2024)
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...