โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

จับตาสิ้นเดือนนี้! กนง.ลดดอกเบี้ย นักวิเคราะห์ชี้ปี 68 หั่นเหลือ 1.5% เซ่นพิษเศรษฐกิจตกต่ำ GDP อาจแย่กว่าคาด

Share2Trade

อัพเดต 22 เม.ย. 2568 เวลา 02.33 น. • เผยแพร่ 22 เม.ย. 2568 เวลา 03.30 น. • Share2Trade

นักวิเคราะห์ปรับมุมมองการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ กนง.เป็น ลดอีก 2 ครั้ง ทำให้เหลือ 1.5% ภายในสิ้นปี 2568 หลังเศรษฐกิจไทยที่มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น กำลังซื้อภายในประเทศยังคงอ่อนแอ เศรษฐกิจไทยปี 2568 มีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่าที่ธปท. ได้ประเมินไว้ก่อนหน้านี้ที่ 2.9%

จับตาสิ้นเดือนนี้! กนง.ลดดอกเบี้ย_S2T (เว็บ)_0.jpg

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ปรับมุมมองการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ กนง. จากมุมมองเดิมที่คาดว่าจะลดอีก 1 ครั้ง (เหลือ 1.75% ณ สิ้นปี 2568) เป็นคาดว่าจะปรับลดอีก 2 ครั้ง (ครั้งละ 25 bps) เหลือ 1.5% ณ สิ้นปี 2568 โดยลดครั้งที่ 1 ในวันที่ 30 เมษายน 2568 และครั้งที่ 2 ภายในครึ่งหลังปี 2568 โดยมีเหตุผลรองรับ 3 ข้อหลัก คือ

1.เศรษฐกิจไทยที่มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นจากความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าโลก ซึ่งจะส่งผลกระทบเชิงลบต่อภาคการส่งออกซึ่งมีสัดส่วนราว 60% ของ GDP ไทย และยังส่งผลให้เกิดภาวะชะลอการลงทุน

โดยเฉพาะการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) อย่างไรก็ดี แม้ว่าจะไม่มีผลกระทบของนโยบายการค้าโลก เราก็มองว่าเศรษฐกิจไทยยังคงมีแรงกดดันจากโครงสร้างภายในประเทศ อาทิ หนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง ทำให้ภาคการบริโภคภายในประเทศยังคงอ่อนแอ

ขณะเดียวกันผู้ประกอบการ SMEs ไทยยังมีแรงกดดันจากการแข่งขันด้านราคากับสินค้าราคาถูกที่นำเข้าจากต่างประเทศ ทำให้มีแนวโน้มฟื้นตัวช้า ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยปี 2568 มีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่าที่ธปท. ได้ประเมินไว้ก่อนหน้านี้ที่ 2.9%

  • 2. อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยตลอดปี 2568 จะเคลื่อนไหวอยู่ในระดับต่ำกว่าขอบล่างของกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อของ ธปท. ที่ 1% โดยยังมีแรงกดดันทั้งจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่มีแนวโน้มลดลง สินค้าราคาถูกจากต่างประเทศ (โดยเฉพาะจากจีน) ที่น่าจะทะลักเข้าไทยมากขึ้น

ขณะที่กำลังซื้อภายในประเทศยังคงอ่อนแอจากภาวะหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง การลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง จึงไม่ได้ส่งผลต่อความกังวลด้านเงินเฟ้อ และยังสามารถบรรเทาภาระหนี้ของครัวเรือนบางส่วน

3.ค่าเงินบาทยังคงแข็งค่าเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของภูมิภาค ซึ่งอาจเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้สินค้าส่งออกไทยมีขีดความสามารถในการแข่งขันด้านราคาลดลง เมื่อเทียบกับคู่แข่ง

ดังนั้น จากเหตุผลที่กล่าวมาข้างต้น การลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงอีก 2 ครั้ง เหลือ1.5% ณ สิ้นปี 2568 จึงสอดคล้องกับสถานการณ์และเป็นการรองรับกับความเสี่ยงของเศรษฐกิจไทยในปี 2568

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...