โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พิมพ์ลดา ไชยปรีชาวิทย์ Content Creator ที่อยากสื่อสารเรื่องการกินแบบไม่ทำร้ายโลกผ่านเพจ Pear is hungry

Gourmet & Cuisine

อัพเดต 24 มี.ค. 2568 เวลา 08.14 น. • เผยแพร่ 24 มี.ค. 2568 เวลา 08.13 น. • Gourmetand & Cuisine เว็บไซต์รวมเรื่องราวอาหาร

PEAR is hungry คือชื่อช่องทางโซเชียลมีเดียของคุณแพร-พิมพ์ลดา ไชยปรีชาวิทย์ พิธีกรและคอนเทนต์ครีเอเตอร์ที่มีผู้ติดตามเป็นจำนวนมาก ย้อนไปหลายปีก่อนหน้านี้คุณแพรเริ่มทำเพจด้วยความใฝ่รู้เรื่องอาหารว่ามีที่มาอย่างไร จนถึงตอนนี้เธอใช้เสียงทั้งหมดที่มีสื่อสารเรื่องการกินแบบไม่ทำร้ายโลกให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

พิมพ์ลดา ไชยปรีชาวิทย์ Content Creator ที่อยากสื่อสารเรื่องการกินแบบไม่ทำร้ายโลกผ่านเพจ Pear is hungry

“ครอบครัวแพรเป็นคนจีน เวลาที่ได้กินข้าวพร้อมหน้ากันจะเป็นเวลาที่ได้พูดคุย พักจากทุกอย่างแล้วมาอยู่ด้วยกัน นั่นเพราะมีอาหารเป็นจุดเชื่อมโยงเราไว้ แพรเลยเลือกที่จะหยิบเรื่องนี้มาเป็นแกนหลักของการทำชาแนล ส่วนตัวแพรเองไม่ได้ชอบแค่รสชาติเท่านั้น แต่ชอบที่มาที่ไปของอาหารด้วย” PEAR is hungry จึงเล่าเรื่องประวัติศาสตร์อาหารแบบสนุก ย่อยง่าย ลงพื้นที่ไปจนถึงแหล่งวัตถุดิบ บวกกับที่คุณแพรสนใจเรื่องสิ่งแวดล้อมอยู่แล้วเป็นทุนเดิม เราจึงได้เห็นคอนเทนต์ Leftover หรือเมนูแปลงร่าง นำเมนูค้างตู้เย็นหรือกินไม่หมดออกมาทำเป็นเมนูใหม่ นอกจากสร้างสรรค์แล้วยังไม่เพิ่มขยะ ตามมาด้วยการทำโปรเจ็กต์ #กินหมดจาน ที่เริ่มต้นจากการได้เห็นคลิปกองขยะภูเขาจาก คุณก้อง-ชณัฐ วุฒิวิกัยการ (Konggreengreen) ที่ทำให้เธอรู้สึกว่าต้องลุกมาทำอะไรสักอย่างแล้ว “เรารู้อยู่แล้วว่าผลกระทบจากขยะอาหารรุนแรงมาก ปัจจุบันกรุงเทพฯ สร้างขยะประมาณ 8 ล้านกิโลกรัมต่อวัน ครึ่งหนึ่งคือ 4 ล้านกิโลกรัมคือขยะอาหาร มันเยอะมาก ซึ่ง 4 ล้านกิโลกรัมนี้นำไปช่วยเหลือคนที่ยากไร้และเข้าไม่ถึงอาหารได้อีกมากมาย”

พิมพ์ลดา ไชยปรีชาวิทย์ Content Creator ที่อยากสื่อสารเรื่องการกินแบบไม่ทำร้ายโลกผ่านเพจ Pear is hungry

คุณแพรเริ่มต้นจากชวนทุกคนมาทำชาเลนจ์ #กินหมดจาน ในโซเชียลมีเดีย ให้เรารับผิดชอบอาหารแบบไม่เหลือทิ้งเพื่อให้เกิดการตระหนักรู้ ซึ่งได้การตอบรับที่น่าพอใจ จึงเป็นที่มาของซีซั่น 2 ในปี 2024 ซึ่งจริงจังและหวังผลมากขึ้น “ครั้งแรกเราเห็นว่ามันเกิดการรับรู้ที่ดี แต่ตอบใครไม่ได้ว่ามีคนเปลี่ยนพฤติกรรมหรือลดขยะได้มากน้อยแค่ไหน การทำซีซั่นที่ 2 เราจึงชวนร้านอาหาร 50 ร้านที่อร่อยและมีการจัดการดี แนะนำโดย 50 คนดัง โดยร้านที่เลือกมาต้องเข้าโครงการ Restaurant Makeover ซึ่งเราร่วมทำกับ สสส. กทม. และภาคีเครือข่าย โดยทางร้านจะต้องเปลี่ยนพฤติกรรม มีการแยกขยะอาหารที่ถูกต้องก่อนนำส่ง กทม. หลังจากนั้นเราจึงเสนอร้านนี้ให้กับผู้บริโภค” คุณแพรให้ข้อมูลว่าแค่ระยะเวลา 40-45 วันของโปรเจ็กต์นี้สามารถลดขยะอาหารนำส่ง กทม. ไปมากถึง 18,143.83 กิโลกรัม ส่วนคาร์บอนฟุตปรินต์อยู่ที่ 9,710 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า เทียบเท่าการปลูกต้นไม้ 1,022 ต้น แม้ว่าซีซั่นนี้จะจบไปแล้ว แต่น่าชื่นใจที่มีอีกหลายร้านมุ่งมั่นทำเรื่องนี้ต่อไป ส่วนฝั่งผู้บริโภคเองคุณแพรคาดหวังว่าโปรเจ็กต์นี้จะทำให้คนหันมาตั้งคำถามว่า Food Waste คืออะไร การกินข้าวหมดจานง่ายๆ แบบไม่เหลือทิ้งดีกับตัวเอง ต่อสังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างไรบ้าง

พิมพ์ลดา ไชยปรีชาวิทย์ Content Creator ที่อยากสื่อสารเรื่องการกินแบบไม่ทำร้ายโลกผ่านเพจ Pear is hungry

แน่นอนว่า #กินหมดจาน จะเดินหน้าทวีความเข้มข้นไปอีกหลายซีซั่น ติดตามคอนเทนต์ที่อร่อย สนุก และได้ความรู้ของเธอได้จากทุกแพลตฟอร์มของ PEAR is hungry รวมถึงติดตามโปรเจ็กต์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืนภายใต้ชื่อ AroundP

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...