ไทยเเลนด์ ดินแดนศูนย์เหรียญ
9 ปีที่ผ่านมา ธุรกิจ ศูนย์ เหรียญ ถือเป็นวิกฤติหนักในประเทศไทยที่หลายคนยังคงมองข้าม และยังส่อวิกฤตอีกหลายด้าน คนงานศูนย์เหรียญ ธุรกิจศูนย์เหรียญ ชุมชนศูนย์เหรียญ
ภาพพื้นที่ใน Google Maps ที่สส.จากพรรคประชาชน เปิดให้อัยรูมดูผ่านโทรศัพท์มือถือ แสดงให้เห็นว่า หลายพื้นที่ มีการเปิดธุรกิจโดยกลุ่มคนจีน เป็นจำนวนมาก แม้ว่าทุน 0 เหรียญ จะเป็นประเด็นที่เคยเปิดเผย เมื่อ 9 ปีที่ผ่านมา แต่เรื่องนี้กลับไม่ได้รับการแก้ไขแบบเป็นรูปธรรม ในทางกลับกัน กลับกลายเป็นมหาชาติจีนเทา 0 เหรียญ เอื้ออาชญากรข้ามชาติเข้าประเทศไทย
ต่อมาเรื่องดังกล่าว กลับมาเป็นที่น่าสนใจอีกครั้ง หลังจาก พรรคประชาชน นายชุติพงศ์ พิภพภิญโญ สส.ระยอง ออกมาพูดถึงประเด็นดังกล่าว โดยเล่าว่า ทัวร์ศูนย์เหรียญที่เป็นผลกระทบในเรื่องของกลจักรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อพัฒนากระจายรายได้เข้าสู่ประเทศ กลับกลายเป็นการสร้างภาระให้กับประเทศไทยที่ไทย ต้องแบกรับภาระแบบวงกว้าง
ขณะที่อีกหนึ่งปัญหาที่น่าจับตามอง คือนิคมอุตสาหกรรมศูนย์เหรียญ ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย โดยกลุ่มคนจีนมาสร้างโรงงานเป็นของตนเองหลายแห่ง และไม่จ้างงานคนไทย จ้างแต่คนจีนด้วยกัน ซึ่งส่วนใหญ่ผิดกฎหมาย อีกทั้งยังขนมาทั้งห่วงโซ่อุปทาน ที่ไม่ใช่วัตถุดิบภายในประเทศไทย กลับมาแข่งกับธุรกิจไทยในทุกอุตสาหกรรม ขยายซึมลึกไปในระดับธุรกิจชุมชน
ไม่เพียงเท่านั้น การแทรกซึมของทุนจีนยังเข้าถึง การซื้อสัญชาติ ข้อมูลจากสส.พรรคประชาชน ระบุว่า ในทางภาคเหนือของประเทศไทย มีการขอซื้อสัญชาติ ในราคา 8 แสน ถึง 2 ล้านบาท โดยใช้วิธีการนำเลขบัตรประชาชนสำหรับบุคคลที่รอสัญชาติของกลุ่มคนชาติติพันธ์ไปขาย เพื่อให้ได้สัญชาติไทยในการนำไปประกอบธุรกิจต่าง ๆ
ขณะเดียวกัน อัยรูมลงพื้นที่ ไปพูดคุยกับมัคคุเทศก์ รายหนึ่ง ให้ข้อมูลสำหรับปัญหาของจีนเทาในปัจจุบัน ว่า การบังคับใช้กฎหมายในปัจจุบันไม่เข้มแข็งมากพอ และหากมองจากข้อเท็จจริงคนไทยด้วยกันก็เป็นหลักในการอำนวยความสะดวกให้กลุ่มคนจีน หรือเรียกง่าย ๆ ว่า ไทยเทา จีนเทา และปฎิเสธไม่ได้ ว่าในอนาคต การที่ทัวร์จีนมาเที่ยวในประเทศไทยก็ยิ่งทำให้สภาพเศรษฐกิจได้รับการเสียเปรียบอย่างชัดเจน
ขยะ 0 เหรียญ คือ ภาพวิกฤตประเทศไทยในอนาคต ที่จะเกิดขึ้น จากการรวมกลุ่มของต่างชาติ ที่มาบิดเบือนสภาพเศรษฐกิจ แม้ว่าปัจจุบันรัฐบาลจะตอกย้ำว่านโยบายฟรีวีซ่า ทำให้ ต่างชาติสามารถเข้าประเทศได้ง่าย และสอดรับกับสภาพเศรษฐกิจของประเทศไทย แต่หากประเมินเสียงสะท้อนของประชาชนกลับสวนทางกัน