โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

กบข. มองปี 68 ผันผวน เตรียมปรับกลยุทธ์รับความเสี่ยง เพิ่มสัดส่วนลงทุนหุ้นไทย

การเงินธนาคาร

อัพเดต 24 ก.พ. 2568 เวลา 15.00 น. • เผยแพร่ 24 ก.พ. 2568 เวลา 08.00 น.

กบข. มองแผนลงทุนปี 68 มีความผันผวนและท้าทายเตรียมปรับกลยุทธ์รับปัจจัยความเสี่ยง ประเทศที่ลงทุน สินทรัพย์ และอัตราแลกเปลี่ยน ให้สอดคล้องกับเหตุการณ์ปีนี้ เดินหน้าเพิ่มสัดส่วนลงทุนหุ้นไทย เน้นหุ้นกลุ่ม SET50 เผยผลตอบแทนปี 67 โต 4.12%

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดเผยว่า ในปี 2568 กบข.มีนโยบายจะเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในตลาดหุ้นไทย หลังจากมีการทยอยเพิ่มสัดส่วนการลงทุนมาตั้งแต่ปี 2567 โดยการลงทุนในตลาดหุ้นไทย สามารถสร้างผลตอบแทนเป็นบวกชนะ ผลตอบแทน SET ที่มีผลตอบแทนติดลบ นโยบายลงทุนไทย จะเน้นหุ้นดัชนี SET50 เลือกลงทุนในหุ้นรายตัว

โดยการปรับกลยุทธ์ตั้งแต่ปลายไตรมาส 3/67 จากเดิมที่เคยลงทุนบนดัชนี SET50 สำหรับกลุ่มหุ้นที่มีโอกาสเติบโต และ มีโอกาสได้รับเงินปันผลที่สูง อีกทั้ง สามารถลงทุนได้ในราคาที่ถูก หลังจากราคาหุ้นปรับตัวลดลงมาอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา เช่น หุ้นกลุ่มโรงแรม, ท่องเที่ยว, โรงพยาบาล

พร้อมทั้งมีนโยบายลดสัดส่วนการลงทุนในตลาดตราสารหนี้ หลังจากมีการปรับนิยามประเภทสินทรัพย์การลงทุนใหม่ จากเดิมแบ่งเป็นกลุ่มมสินทรัพย์ประเภท Risky - Safety Assets หรือ สินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูง / สินทรัพย์ปลอดภัย เปลี่ยนมาเป็น Growth - Defensive Assets หรือ สินทรัพย์ที่มีการเติบโต ส่งผลให้ตราสารหนี้

ซึ่งเดิมมองว่าเป็นสินทรัพย์ความเสี่ยงต่ำ จากมีการจัดอันดับความน่าเชื่อถือเป็น Invesment Grade แต่ในช่วงที่ผ่านมามีการผิดนัดชำระทำให้ความเสี่ยงมีการเปลี่ยนแปลงไป

อย่างไรก็ตาม ภายในปีนี้จะเริ่มลงทุนผ่านกองทุนที่ลงทุนในโครงการที่อยู่อาศัยหลังเกษียณในต่างประเทศ เนื่องจากมีความสนใจในโครงการดังกล่าวเพื่อนำมาประยุกต์ใช้กับการลงทุนในประเทศไทย เพราะถือว่าสอดคล้องกับนโยบายการลงทุนของกบข.ที่มีการลงทุนโครงการอสังหาฯ ซึ่งปัจจุบันมีการลงทุนอาคารสำนักงาน และ โรงแรม

โดยตั้งเป้า AUM ภายในสิ้นปี 2569 จะแตะ 1.6 ล้านล้านบาท จากปัจจุบัน 1.4 ล้านล้านบาท ตามการออมที่เพิ่มขึ้นของสมาชิกที่เฉลี่ยต่อปีเติบโต 4-5%

ทั้งนี้ กบข. ได้ติดตามสถานการณ์การลงทุนทั้งใน และ ต่างประเทศอย่างใกล้ชิด พร้อมปรับกลยุทธ์ให้สอดรับกับแนวโน้มเศรษฐกิจโลก เช่น การเติบโตของหุ้นเทคโนโลยีจากกระแส AI First ราคาทองคำที่เพิ่มขึ้นจากแรงซื้อของธนาคารต่างๆ และ แนวโน้มดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐฯ ปรับลดลงจึงได้ปรับกลยุทธ์การลงทุนให้เหมาะสมกับสภาวะตลาด กระจายการลงทุนในสินทรัพย์หลากหลายประเภท เช่น หุ้นประเทศพัฒนาแล้ว หุ้นตลาดเกิดใหม่ ตราสารหนี้ และ ทองคำ

โดย ณ สิ้นปี 2567 กบข. มีขนาดกองทุนใหญ่ขึ้น 1.06 แสนล้านบาท รวมมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ (รวมเงินสำรอง) ที่ประมาณ 1.4 ล้านล้านบาท สามารถสร้างผลตอบแทนแผนสมดุลตามอายุ (สัดส่วนใหม่) 8.93% แผนทองคำ 24.67% แผนหลัก 3.73% สามารถดำเนินงานได้ตามเป้าหมายผลตอบแทนการลงทุนระยะยาวชนะอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ย 10 ปี ย้อนหลังบวก 2%

สำหรับปี 2568 ประเมินเศรษฐกิจสหรัฐฯ มีแนวโน้มชะลอตัวที่ 2.10% ในขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจปรับลดดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีนี้ ด้านเศรษฐกิจไทยคาดว่า จะขยายตัวในช่วง 2.4-2.8% จากแนวโน้มดังกล่าวกบข. มีมุมมองเชิงบวกต่อสินทรัพย์กลุ่มเติบโต (Growth Assets) โดยให้ความสำคัญกับการลงทุนในหุ้นตลาดพัฒนาแล้ว พร้อมกระจายการลงทุนไปยังตราสารหนี้เพื่อลดความผันผวน

ในขณะเดียวกันทองคำยังเป็นสินทรัพย์ที่น่าสนใจ แต่ต้องลงทุนอย่างระมัดระวัง แลยังคงติดตามปัจจัยเสี่ยงจากนโยบายการคลัง และ ภาวะเงินเฟ้ออย่างใกล้ชิด พร้อมปรับกลยุทธ์การลงทุนให้สอดคล้องกับสถานการณ์เพื่อสร้างผลตอบแทนที่มั่นคง และ ยั่งยืนให้แก่สมาชิก

นอกจากนี้กบข. ยังได้ศึกษาความเพียงพอ ณ เกษียณของสมาชิกกบข. พบว่า 82% จากสมาชิก 1.2 ล้านราย มีโอกาสที่จะไม่บรรลุเป้าหมายความเพียงพอ ณ เกษียณในระดับดี ปัจจัยหลักมาจากอายุขัยเฉลี่ยที่ยืนยาวขึ้นถึง 80 ปี หนี้สินเฉลี่ยของสมาชิกวัยใกล้เกษียณ (55-60 ปี) สูงถึง 1.95 ล้านบาทต่อคน และค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 2% ต่อปี จึงเตรียมเดินหน้าส่งเสริมทักษะทางการเงินร่วมกับหน่วยงานพันธมิตร และจัดกิจกรรมทั่วประเทศ เพื่อสื่อสารกระตุ้นให้สมาชิกออมเพิ่ม และ เปลี่ยนแผนการลงทุนตามระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ หรือ เลือกเปลี่ยนแผนการลงทุนมาอยู่ในแผนสมดุลตามอายุ เพื่อเพิ่มโอกาสให้สมาชิกสามารถบรรลุเป้าหมายทางการเงินมีคุณภาพชีวิตที่มั่นคงหลังเกษียณ และ เกษียณอย่างมีสุข

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ ตลาดหุ้นทั้งไทยและเทศ ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...