PCOS ภาวะที่ผู้หญิงจำนวนมากรู้สึกว่าเป็น ซึ่งส่วนหนึ่งช่วยได้ด้วย Lifestyle Medicine หรือการปรับไลฟ์สไตล์ให้เฮลตี้กว่าเดิม
PCOS (Polycystic Ovary Syndrome) หรือ โรคถุงน้ำรังไข่หลายใบ เป็นสิ่งที่เราได้ยินกันมากขึ้นเรื่อยๆ ในยุคปัจจุบัน และด้วยอาการที่พบได้บ่อยๆ ของภาวะนี้ก็ทำให้ผู้หญิงจำนวนมากรู้สึกว่าตัวเองน่าจะกำลังเป็น PCOS อยู่ รวมถึงอีกหลายคนก็ไปตรวจมาแล้วและพบว่าตัวเองเป็นภาวะนี้อยู่จริงๆ ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพและการใช้ชีวิตอยู่ไม่น้อย และจะกลายเป็นปัญหาใหญ่สำหรับใครที่อยากมีลูก เพราะ PCOS ส่งผลโดยตรงต่อการมีบุตรยากด้วย ดังนั้นหากเราลองมาทำความรู้สึกโรคนี้ให้มากขึ้นอีกหน่อย อาจพอจะช่วยพาเราให้ห่างจาก PCOS ขึ้นกว่าเดิมได้
อาการที่พบได้บ่อยของ PCOS มีอะไรบ้าง? เราขอลิสต์มาเป็นข้อๆ ดังนี้
- ประจำเดือนมาไม่ปกติ เช่นมีรอบห่างของประจำเดือนมากกว่า 35 วัน หรือประจำเดือนไม่มามากกว่า 3 เดือน หรือมีประจำเดือนน้อยกว่า 8 รอบในหนึ่งปี หรือมีเลือดออกมากกว่าปกติระหว่างมีประจำเดือน
- มีอาการแสดงของฮอร์โมนเพศชายเกิน เช่น มีสิวบนใบหน้า หน้าอก หรือแผ่นหลัง ซึ่งรักษาได้ยาก ทั้งยังหน้ามัน ขนดก และ
- ผมบาง หรือผมร่วงเป็นกระจุก
- น้ำหนักเกิน โดย 40-80% ของคนที่เป็น PCOS จะมีปัญหาในการควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ หรืออาจอ้วนลงพุง
- ติ่งเนื้อที่คอหรือรักแร้
- ซีสต์ในรังไข่
- มีลูกยาก เพราะมีการตกไข่ไม่สม่ำเสมอหรือไม่ตกไข่เลยในบางเดือน
ไม่เพียงเท่านั้น โรงพยาบาลศิริราชฯ ได้ให้ข้อมูลไว้ว่า ถ้าได้รับการวินิจฉัยว่าเป็น PCOS แล้วและไม่ได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง จะทำให้เกิดความเสี่ยงต่อภาวะเยื่อบุมดลูกหนาตัว และ/หรือมะเร็งเยื่อบุมดลูกในอนาคต นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงในการเกิดโรคเบาหวานมากกว่าคนอื่น 3 เท่า อีกทั้งยังเสี่ยงต่อระดับไขมันสูงผิดปกติ และนำไปสู่ความเสี่ยงที่จะเกิดโรคหลอดเลือดสมองหรือหัวใจในอนาคตได้
PCOS เกิดจากอะไร? และรักษาอย่างไร?
ยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัดในทางการแพทย์ ว่า PCOS เกิดขึ้นจากอะไรกันแน่ ส่วนหนึ่งอาจเกิดขึ้นจากกรรมพันธุ์ ขณะที่อีกส่วนสำคัญก็คือไลฟ์สไตล์หรือการใช้ชีวิต เช่นที่มีหลายคนออกมาวิเคราะห์ว่าสาเหตุที่ยุคนี้คนรู้สึกว่าตัวเองเป็น PCOS กันมากขึ้นเพราะใช้ชีวิตแบบเร่งรีบ ออกกำลังน้อย กินอาหารที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ รวมถึงต้องเผชิญกับความเครียดและการพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ
ดังนั้นแล้ว แนวทางรักษาโรค PCOS มีสองทางหลักๆ ด้วยกันก็คือ 1. รักษาแบบใช้ยาเพื่อปรับฮอร์โมนให้ประจำเดือนมาเป็นปกติ หรือใช้ยาเพื่อป้องกันเบาหวาน และ 2. ซึ่งเป็นสิ่งที่เราเริ่มเองได้เลย นั่นก็คือ Lifestyle Medicine หรือการปรับวิถีชีวิตให้เฮลตี้กว่าเดิม
Lifestyle Medicine คืออะไร?
จริงๆ แล้ว Lifestyle Medicine เป็นแนวคิดที่แพทย์หลายคนเริ่มพูดถึงมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะไม่เพียงแต่ PCOS แต่การปรับวิถีชีวิตให้เฮลตี้ยังช่วยพาผู้คนให้ออกห่างจากอีกหลายๆ โรค และมีสุขภาวะที่ดีขึ้นในหลายๆ ด้าน ซึ่งการปรับวิถีชีวิตก็ประกอบด้วย 4 ด้านหลักๆ ดังนี้
การกิน : สำหรับคนที่เป็นหรือคิดว่าตัวเองกำลังเป็น PCOS ควรปรับอาหารให้สมดุล เพื่อลดไขมันในร่างกายและลดปัจจัยที่จะนำไปสู่โรคเบาหวาน นั่นก็คือการลดแป้ง ลดน้ำตาล ลดไขมัน ลดอาหารแปรรูป และเสริมอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ มีไฟเบอร์ หรือเสริมไขมันดีเข้ามาแทน
การนอน : พักผ่อนให้เพียงพอโดยอาจไม่จำเป็นต้องยึดหลักเข้านอนตอน 4 ทุ่ม เพื่อตื่น 6-7 โมงเช้าอย่างที่เคยยึดถือกันมา (ซึ่งยากมากสำหรับหลายคนในยุคนี้) แต่หันไปโฟกัสการนอนและตื่นในเวลาใกล้เคียงกันทุกๆ วัน และนอนให้ได้คุณภาพ นั่นคือหลับลึก หลับสบาย รวมถึงได้ปริมาณที่เหมาะสมสำหรับแต่ละคน เช่น 7-8 ชั่วโมงต่อวัน
การออกกำลังอย่างสม่ำเสมอ : ในเบื้องต้นอาจเลือกวิธีออกกำลังกายที่เหมาะกับตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นคาร์ดิโอ เวทเทรนนิ่ง หรือโยคะ ฯลฯ อาจไม่ต้องถึงกับต้องลงคอร์สหรือเข้ายิมจริงจัง แต่เน้นที่ความสม่ำเสมอและการยืนระยะให้ทำได้ยาวๆ อย่างน้อยก็ 3-5 ครั้งต่อสัปดาห์
การจัดการความเครียด : แม้เราจะเลี่ยงความเครียดในชีวิตไม่ได้ แต่เรายังพอจะจัดการกับมันได้ ซึ่งหลายคนก็คงมีวิธีของตัวเอง และต้องบอกว่ามันจำเป็นมากๆ เช่นกัน
ทั้งหมดนี้ล้วนแต่เป็นสิ่งที่พูดง่าย แต่สำหรับหลายคนก็ยังเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก ดังนั้นแล้วเมื่ออ่านมาถึงตอนนี้เราก็ขอส่งกำลังใจแรงๆ ถึงใครก็ตามที่อยากปรับไลฟ์สไตล์ตัวเองให้ดีต่อสุขภาพมากกว่าที่เคย เพราะแน่นอนว่าไม่ใช่แค่ PCOS แต่โรคอื่นๆ ที่ต่อคิวรอเข้ามาทักทายร่างกายของเราก็ป้องกันได้ด้วยวิถี Lifestyle Medicine เช่นกัน อย่างที่แพทย์หลายท่านเลือกเรียกมันว่า Medicine นั่นเอง
อ้างอิง
https://www.siphhospital.com/th/news/article/share/pcos
https://www.medparkhospital.com/disease-and-treatment/polycystic-ovary-syndrome