เร่งช่วยสาวอุดรธานี วัย 18 ปี แก๊งค์คอลเซ็นเตอร์ปอตเปต
The Bangkok Insight
อัพเดต 05 ก.พ. 2568 เวลา 00.58 น. • เผยแพร่ 05 ก.พ. 2568 เวลา 00.58 น. • The Bangkok Insightตำรวจเร่งช่วย สาวอุดรธานี วัย 18 ปี แก๊งค์คอลเซ็นเตอร์ปอตเปต ร่ำไห้ อยากกลับบ้านแต่กลัวติดคุก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ.รัฐพลชัย เพ็ญสงคราม ผกก.สภ.ไชยวาน ร่วมกับ นายเจษฎาบดี บายศรี ปลัดอาวุโส อ.ไชยวาน นำกำลังตำรวจชุดสืบสวน และฝ่ายปกครอง ไปที่บ้านหลังหนึ่ง ในตำบลโพนสูง อำเภอไชยวาน จังหวัดอุดรธานี พบกับนายบุญกอง อายุ 68 ปี เจ้าของบ้าน เพื่อติดตามความคืบหน้ากรณี นางสาวบุษรา หรือโบ๊ท อายุ 18 ปี หลานสาวนายบุญกอง ไปทำงานอยู่กับแก็งคอลเซ็นเตอร์ ที่เมืองปอยเปต กัมพูชา มีหมายจับในคดีบัญชีม้าหลายหมายจับ
นางสาวบุษรา ได้ติดต่อกลับมาหาผู้เป็นตา ผ่านทางโทรศัพท์ ร้องไห้กลัวจะติดคุก แต่ก็อยากจะกลับบ้าน เพราะถูกหักเงินเดือนจนไม่เหลือ และกลัวว่าจะถูกทำร้ายร่างกาย หากบอสรู้ว่ามาขอความช่วยเหลือให้ได้กลับไทย
พ.ต.อ.รัฐพลชัย เพ็ญสงคราม ผกก.สภ.ไชยวาน เปิดเผยว่า เมื่อคืนได้นั่งเช็คหมายจับ พบว่ามีหมายจับคดีบัญชีม้าในพื้นที่ ตอนเช้าจึงลงพื้นที่ตรวจสอบ จนพบกับนายบุญกอง ตาของ นางสาวโบ๊ท ที่บ้าน ซึ่งนายบุญกองก็ยอมรับว่าหลานสาวไปทำงานที่ปอตเปตจริง กลับบ้านมาแล้ว 1 ครั้ง แต่ก็กลับไปอีก นายบุญกองจึงโทรศัพท์ไปหา นางสาวโบ๊ท เมื่อ นางสาวโบ๊ทรู้ว่ามีหมายจับก็ร้องไห้ ก่อนให้ข้อมูลว่า ไปทำงานก็ไม่ได้เงิน ถูกหักเงินเดือนจนหมด การติดต่อมาก็ยากลำบาก เพราะเหมือน นางสาวโบ๊ท แอบโทร สัญญาณก็ขาดหาย
“ระหว่างนั้น ตนได้แสดงตัวเป็นตำรวจ และบอกว่าจะให้การช่วยเหลือ แต่นางสาวโบ๊ท ก็เอาแต่ร้องไห้ บอกว่าจะติดต่อกลับมาอีก กลัวบอสจะรู้ และให้ติดต่อทางแชตเฟซบุ๊ค แจ้งว่าตอนเที่ยงจะโทรกลับมา และจะให้คุยกับบอสหัวหน้างาน แต่ก็ยังไม่ได้แจ้งพิกัดว่าอยู่จุดไหนกระทั่งบ่ายก็ยังไม่ติดต่อกลับ จากการสอบถามพบว่ามีคนไทยอยู่ในตึกประมาณ 50 คน มีหัวหน้าเป็นทั้งคนไทยและคนจีน เบื้องต้นได้ประสานหน่วยเหนือ หาทางช่วยเหลือแล้ว ส่วนคดีก็ว่าไปตามขั้นตอน กลับมาก็ต้องมาพิสูจน์ความบริสุทธิ์ ทราบว่าได้เงินเดือน เดือนละ 1.7 หมื่นบาท แต่ก็ถูกหักจนหมด” พ.ต.อ.รัฐพลชัย กบ่าว
ต่อมาในช่วงเย็น ตำรวจและฝ่ายปกครองพูดคุยกับนายบุญกอง ได้มีการพยายามโทรติดต่อ น.ส.โบ๊ทอีกครั้ง จนได้พูดคุยกันครั้ง ผ่านวีดีโอคอล น.ส.โบ๊ท ปักหมุดที่อยู่ปัจจุบัน คาดว่าจะอยู่ที่เมืองสีหนุวิลล์ ประเทศกัมพูชา โดยระบุว่า ยังไม่ได้ถูกทำร้ายร่างกาย และแก็งค์คอลเซนเตอร์บอกว่า ต้องจ่ายเงิน 1,000 ดอลล่าร์ถึงจะยอมปล่อยตัว นางสาวโบ๊ท ซึ่งได้มีการบันทึกข้อมูล เพื่อจะได้ส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปช่วยเหลือต่อไป
นายบุญกอง ตาของ นางสาวโบ๊ท เล่าว่า หลานไปทำงานที่กัมพูชามาแล้ว 1 ครั้ง บอกว่าไปทำงานงานเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ กลับมาล่าสุดเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว แต่หลานก็กลับไปอีก ไม่รู้ว่าไปตอนไหน รู้อีกทีก็โทรมาบอกยายว่า อยู่กัมพูชาแล้ว รู้ว่าหลานเปิดบัญชีม้า หลานก็ไปแจ้งอำเภอแล้ว และไปปิดบัญชีแล้ว ไม่รู้ว่าระงับหรือยัง หลานบอกมีเงินโอนเข้าบัญชีหลายหมื่น เมื่อตำรวจมาหาที่บ้าน ตนก็โทรหาหลาน หลานก็ร้องไห้ กลัวจะถูกจับ ตนก็บอกให้ติดต่อกลับมาให้ตำรวจช่วยจะดีกว่า หลานก็บอกอยากกลับบ้าน แต่ก็ยังไม่กล้าบอกว่าอยู่จุดไหน เพราะกลัวถูกทำร้าย
“อยากให้ตำรวจช่วยหลานกลับบ้าน อยู่ไทยบ้านเรายังจะสบายใจกว่า ถ้าหลานติดคุก ก็ต้องว่าไปตามเรื่อง ติดคุกที่ไทยก็ยังไปเยี่ยมกันได้อยู่ หลานโทรมา ก็มีแต่ร้องไห้ บอกอยากกลับบ้าน หลานไม่ได้บอกว่าถูกทำร้ายหรือไม่ แต่คิดว่าหลานคงจะถูกคุมตัว หรือเฝ้าดูพฤติกรรมอยู่ หลานคงกลัวจะทำร้าย จึงติดต่อกลับมาค่อนข้างลำบาก”
ขอบคุณข้อมูล สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- ‘ทักษิณ’ บินนอกประเทศ พบ ‘อันวาร์’
- สภาพอากาศวันพรุ่งนี้ 3 ก.พ. ทั่วประเทศอากาศเริ่มอุ่นขึ้น ยังมีหมอกตอนเช้า 'ฝุ่นละออง' ยังเยอะ
- ด่วน! ที่ประชุม สมช. มีมติ ตัดไฟฟ้า-อินเตอร์เน็ต-น้ำมัน ให้ 'เมียนมา' 5 จุด
ติดตามเราได้ที่