โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

สมาคมเช่าซื้อ แนะรัฐลดหย่อนภาษีซื้อรถใหม่ 5 ปีช่วยแบบยั่งยืน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 06 ก.พ. 2568 เวลา 03.20 น. • เผยแพร่ 05 ก.พ. 2568 เวลา 12.44 น.

สมาคมเช่าซื้อ ประเมินสินเชื่อรถยนต์ปี 2568 ทรงตัวหรือหดตัวเล็กน้อย หลังยอดขายปี 67 หดตัวในรอบ 2 ทศวรรษ เหลืออยู่ที่ 5.7 แสนคัน ยอดสินเชื่อหดตัว 8.5% แนะรัฐลดภาษีซื้อรถใหม่ ระยะเวลา 5 ปี ชี้ช่วยกระตุ้นดีมานด์-มาตรการตรงจุดไม่หว่านแห เน้นเติบโตยั่งยืน

นายธีรชาติ จิรจรัสพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาสมาคมธุรกิจเช่าซื้อไทยและหัวหน้าคณะทำงานกลุ่มสินเชื่อรถยนต์ภายใต้สมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า ในปี 2568 ประมินว่า ตลาดสินเชื่อรถยนต์มีแนวโน้มอยู่ในระดับทรงตัวหรือหดตัวเล็กน้อยแต่ยังมีโอกาสเติบโตในแดนบวก หากปัจจัยลบคลี่คลายลงและได้รับแรงหนุนนโยบายส่งเสริมตลาดรถยนต์ในประเทศไทย

โดยก่อนหน้านี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้ประเมินยอดสินเชื่อเช่าซื้อรวม ณ สิ้นไตรมาส 3 ของปี 2567 หดตัวลงถึง 8.5% เมื่อเทียบกับยอดคงค้างสิ้นปี 2566 “การหดตัวนี้เป็นการหดตัวลงแรงที่สุดในรอบ 2 ทศวรรษ ตั้งแต่การอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์เข้ามาประกอบธุรกิจให้สินเชื่อเช่าซื้อในช่วงปี 2547 ซึ่งสอดคล้องกับยอดขายรถยนต์ในประเทศที่ลงมาที่ระดับ 5.7 แสนคัน ต่ำที่สุดในรอบ 2 ทศวรรษเช่นกัน

นายธีรชาติ กล่าวเพิ่มเติม ยอดขายรถยนต์ใหม่ในประเทศในปี 2567 ลดลงอย่างมากลงมาที่ระดับ 572,568 คัน ซึ่งลดลงถึง 26.19% และในปี 2568 ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่ายอดขายอยู่ที่ 5.3 แสนคัน ในขณะที่ความเห็นของกลุ่มผู้ผลิตและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ มองโอกาสยอดขายในตลาดรถยนต์ใหม่อาจจะขยับขึ้นไปอยู่ในกรอบ 6.0 แสนคัน

– กลุ่มที่มีโอกาสเติบโตต่อเนื่องจากปี 2567 คือกลุ่มรถยนต์ไฮบริด ซึ่งค่ายรถญี่ปุ่นเริ่มปรับ Product line ให้ครอบคลุมเป็นมาตรฐาน และค่ายรถจีน เริ่มมีการนำเข้าหรือเตรียมการผลิตรถยนต์ไฮบริดมากขึ้น

– ด้านตลาดรถยนต์สันดาปมีแนวโน้มหดตัวลงต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ขณะที่ตลาดรถกระบะ (Pick-up) ซึ่งมียอดขายลดรุนแรงถึง 39% ในปี 2567 แต่ในปี 2568 ไม่น่าจะลงลึกต่อไปอีกและอาจมีโอกาสกลับมากระเตื้องขึ้นเล็กน้อย จากสัญญาณเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจ ด้านการลงทุนและการใช้จ่ายของภาครัฐที่กลับมาในแดนบวกจากก่อนหน้านี้ในปี 2566 ติดลบมากทั้ง 2 ตัว อย่างไรก็ตาม ผู้ซื้อรถยนต์ก็ยังมีทางเลือกจากตลาดรถยนต์ใช้แล้วอีกทางด้วย

– สำหรับตลาดรถไฟฟ้าประเภท BEV แม้ว่าในปี 2567 ยอดขายจะต่ำกว่าที่ผู้ขายรถยนต์เคยคาดการณ์ไว้ เหลือเพียงประมาณ 70,000 คัน หรือหดตัวลงประมาณ 5% แต่ในปี 2568 น่าจะเติบโตไปที่ระดับ 1 แสนคันได้

นายธีรชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า ตลาดเซ็กเมนต์นี้มีมุมมองที่แตกต่างกัน 2 ด้าน ด้านหนึ่ง มองว่ายอดขายที่กระเตื้องขึ้นในช่วงท้ายของปี 2567 มาจากสงครามราคา และหากไม่มีการลดราคา ยอดขายรถ BEV จะไม่ได้เพิ่มขึ้นเพราะผู้ซื้อรอเทคโนโลยีใหม่และรอการลดราคา

ในขณะที่ผู้ผลิตและจำหน่ายรถยนต์มองว่า การทยอยเปิดตัวของรถยนต์ BEV รุ่นใหม่จะเป็นโอกาสกระตุ้นการตัดสินใจซื้อสำหรับกลุ่มผู้มีกำลังซื้อ วิเคราะห์จากพฤติกรรมการซื้อรถยนต์ในช่วง Motor Expo 2024 ที่ผ่านมาจะมีกลุ่มผู้ซื้อที่มีกำลังซื้อที่ดีกว่าเข้ามาขอสินเชื่อ พิจารณาจากการวางเงินดาวน์ที่สูงขึ้นความสามารถในการผ่อนชำระที่ดีกว่า คือสามารถผ่อนในระยะเวลาเช่าซื้อที่สั้นกว่าเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้านี้ และมีอัตราการได้รับการอนุมัติสินเชื่อที่สูงขึ้น

สำหรับตลาดรถยนต์ใช้แล้ว (รถมือสอง) ราคารถยนต์มือสองน่าจะกลับสู่สภาวะที่เริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้นจากช่วง 2 ปีก่อนหน้านี้ที่ได้รับผลกระทบหลัก 2 ด้าน คือ 1.จากคุณภาพหนี้ของสินเชื่อรถยนต์ที่แย่ลงมากภายหลังมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ช่วงสถานการณ์โควิด-19 จบลง ทำให้เกิด Supply ของรถยึดเข้าสู่ลานประมูลจำนวนมาก

และ 2.การปรับลดราคารถยนต์ของผู้ผลิตฯเพื่อเคลียร์สต๊อก โดยเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้า แต่ในช่วงครึ่งหลังของปี 2567 เริ่มเห็นทั้งสัญญาณการทรงตัวของจำนวนรถยึดเข้าสู่ลานประมูลและราคารถยนต์ใช้แล้วที่มีเสถียรภาพมากขึ้นในไตรมาสสุดท้าย

สำหรับคุณภาพสินเชื่อนั้น นายธีรชาติ กล่าวว่า ตั้งแต่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)ออกหลักเกณฑ์การปล่อยสินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม (Responsible lending – RL) เมื่อ 1 ม.ค. 2567 คุณภาพหนี้ของการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงินดีขึ้นตามลำดับ ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อจำนวนรถยึดเข้าลานประมูลที่ไม่มากเช่น 2-3 ปีก่อน

และล่าสุดมาตรการ “คุณสู้เราช่วย” ก็น่าจะมีส่วนช่วยคุณภาพหนี้ตรงนี้ด้วย แต่อาจจะไม่สูงเท่าระดับที่คาดหวังไว้ โดยพบว่ามีลูกค้าเข้ามาลงทะเบียนพอสมควร แต่ลูกค้าที่ลงทะเบียนนั้นมีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์เพียงประมาณครึ่งหนึ่ง ส่วนที่ไม่เข้าหลักเกณฑ์ เช่น ไม่ได้เป็นลูกค้าที่มีสัญญาสินเชื่อเกิดก่อน 1 ม.ค. 2567 หรือไม่ได้มีสถานะบัญชีคงค้าง วันที่ 31 ต.ค. 2567 เป็นต้น

ในแง่การแข่งขันของตลาดสินเชื่อรถยนต์นั้น สถานการณ์ปัจจุบัน การเติบโตของพอร์ตสินเชื่อมีข้อจำกัด แต่สถาบันการเงินผู้ให้สินเชื่อจะไม่แข่งเรื่องลดอัตราดอกเบี้ยหรือจ่ายค่าคอมมิชชั่นที่สูง เพราะสถาบันการเงินอยู่ในช่วงที่ต้องปรับตัวจากปัจจัยหลัก 5 ด้าน ได้แก่

1. ด้านเศรษฐกิจและกำลังซื้อส่งผลต่อปริมาณยอดขายรถยนต์ 2. ระดับของหนี้ครัวเรือนและปัญหาคุณภาพหนี้ 3. อัตราดอกเบี้ยหรือต้นทุนดอกเบี้ยในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ปรับตัวขึ้นมาสูงมากจากดอกเบี้ยนโยบายที่ปรับขึ้นจาก 0.50% เป็น 2.50% ก่อนจะมีการปรับลดลง 0.25% ในช่วงปลายปี 2567 ซึ่งดอกเบี้ยขาขึ้นส่งผลกระทบต่อธุรกิจเช่าซื้อรถยนต์ที่ไม่สามารถขึ้นอัตราดอกเบี้ยกับลูกค้าที่ผ่อนชำระอยู่ได้ และยังมีข้อจำกัดต่อการขึ้นอัตราดอกเบี้ยกับลูกค้าใหม่ในสถานการณ์ที่ยอดขายรถยนต์หดตัวรุนแรง

ทำให้อัตราส่วนต่างดอกเบี้ยแคบลง เมื่อประกอบกับปัญหาคุณภาพหนี้จึงส่งผลให้สถาบันการเงินระมัดระวังในการอนุมัติสินเชื่อในปีที่ผ่านมามาก

4. ข้อจำกัดทางด้านรายได้ค่าธรรมเนียมที่ลดลงอันเป็นผลต่อเนื่องมาจากหลักเกณฑ์ด้านการกำกับหลายด้าน และ 5. เสถียรภาพของราคารถยนต์ ซึ่งส่งผลกลับมาที่ด้านคุณภาพหนี้และกำลังซื้อรถยนต์ด้วย เพราะเมื่อไหร่ที่ราคาของรถยนต์มือสองไม่ดีจะทำให้ลูกหนี้ที่ผ่อนค่างวดไม่ไหวอาจไม่มีทางเลือกในการขายรถยนต์ ไม่ว่าจะขายโอนสิทธิหรือขายดาวน์จนทำให้เกิดเป็นหนี้เสีย เสถียรภาพราคารถยนต์มือสองช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2567 เริ่มทรงตัวจากก่อนหน้า

แต่หากรถยนต์ไฟฟ้ายังแข่งขันสงครามราคาต่อไป ปัญหานี้ก็จะยังเป็นวังวนไม่รู้จบ แต่ถ้ารถยนต์มือสองราคาดี ก็จะผลักดันให้ผู้ใช้รถยนต์สามารถที่จะตัดสินใจเปลี่ยนรถหรือซื้อรถยนต์ใหม่ได้ง่ายขึ้น

ทั้งหมดนี้ หากปัจจัยที่กล่าวมามีแนวโน้มที่สามารถคลี่คลายจนทำให้ตลาดรถยนต์และสินเชื่อรถยนต์หลุดจากวังวนปัญหาเหล่านี้ สถาบันการเงินจะกลับมาปล่อยสินเชื่อได้ดีขึ้น เช่น ถ้าต้นทุนทางการเงินปรับตัวลดลง แต่ไม่มีการแข่งขันกันลดอัตราดอกเบี้ยหรือเพิ่มค่าคอมมิชชั่นอย่างรุนแรงเหมือนช่วงหลายปีก่อนหน้านี้ จะทำให้สถาบันการเงินมีส่วนต่างดอกเบี้ยเพียงพอและไม่ไปกระตุ้นการก่อหนี้เกินควร

ถ้าเสถียรภาพราคารถยนต์ดีขึ้นก็จะส่งผลต่อคุณภาพหนี้ และกำลังซื้อในการเปลี่ยนรถยนต์ดังที่กล่าว ถ้าเกณฑ์ RL และมาตรการคุณสู้เราช่วย ดำเนินไปจนปัญหาคุณภาพหนี้คลี่คลายก็จะมีจำนวนรถยึดลดลง ซึ่งทุกปัจจัยที่กล่าวมานั้นมีความสัมพันธ์ส่งผลต่อเนื่องกัน และหากมีมาตรการกระตุ้นตลาดรถยนต์ที่เหมาะสม ก็จะยิ่งช่วยส่งเสริมตลาดรถยนต์และสินเชื่อรถยนต์ในภาพรวม

ต่อข้อถามว่าจะมีมาตรการช่วยได้หรือไม่นั้น นายธีรชาติ กล่าวว่า ตอนนี้มาตรการที่ “เหมาะสม” ต้องแก้ปัญหาให้ถูกจุดและทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจเดินหน้าได้ แต่ไม่ควรทำในลักษณะกระตุ้นยอดขายด้วยการหว่านแหชั่วคราว ซึ่งจะส่งผลเสียโดยรวมต่อทั้งระบบ ทั้งรายได้ภาครัฐและความยั่งยืนของผู้ขายรถยนต์ ที่สำคัญไม่ควรไปกระตุ้นคนที่ไม่มีกำลังซื้อหรือไม่พร้อมก่อหนี้ เพราะจะยิ่งเพิ่มปัญหาหนี้เสียและแก้ไขกันไม่จบ

โดยส่วนตัวมองว่ามาตรการกระตุ้นที่ดีน่าจะเป็นมาตรการส่งเสริมยอดขายรถยนต์ภายในประเทศได้ในระยะยาว เช่น มาตรการให้ผู้ซื้อรถยนต์สามารถนำค่างวดผ่อนชำระมาหักค่าใช้จ่ายทางภาษีได้ ในลักษณะเดียวกับที่นิติบุคคลสามารถนำรถยนต์ลงบัญชีและหักค่าเสื่อมราคาเป็นค่าใช้จ่ายหรือหักค่าเช่าลีสซิ่งเป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีได้

ตัวอย่างเช่น หากซื้อรถยนต์รวมราคาประมาณ 1,000,000 บาท โดยมีการผ่อนชำระค่าเช่าซื้อทั้งปีประมาณ 200,000 บาท ในระยะเวลา 5 ปี และหากผู้ซื้อรถยนต์เสียภาษีเงินได้ในฐานภาษี 10% มูลค่าของภาษีที่ได้ลดหย่อนจะอยู่ที่ประมาณปีละ 20,000 บาท รวม 5 ปี ประมาณ 100,000 บาท

แนวทางนี้น่าจะส่งผลดีโดยรวมต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม คือ

1. ผู้ซื้อรถยนต์ที่สามารถนำค่างวดมาหักค่าใช้จ่ายทางภาษีได้ นั่นหมายความว่า ผู้ซื้อรถยนต์เป็นผู้มีความพร้อม มีโอกาสได้รับอนุมัติสินเชื่อมากกว่า ซึ่งแนวทางนำค่างวดหักค่าใช้จ่ายทางภาษีจึงเป็นหลักการที่เหมาะสม ดีกว่าการลดภาษีแบบเหวี่ยงแหเป็นการทั่วไป ซึ่งอาจจะเป็นการเพิ่มจำนวนคนที่ไม่มีความพร้อมในการก่อหนี้

2. สามารถกำหนดให้สิทธิแก่กลุ่มรถยนต์ที่ต้องการมุ่งเน้นสนับสนุน เช่นกลุ่มที่สามารถส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมโดยรวม supply chain ภายในประเทศ

3. กำหนดกรอบเวลาให้นำค่างวดหักค่าใช้จ่ายทางภาษี เช่น จากตัวอย่างตั้งต้นที่เป็นเวลา 5 ปี เท่ากับว่าส่วนลดหย่อนในปีแรก 20,000 บาท การทยอยหักภาษีดังกล่าวจะไม่เป็นภาระเกินไปกับรัฐบาลในปีแรก แต่การกระตุ้นดีมานด์ซื้อจะเกิดขึ้นได้ในปีแรก และอาจสามารถพิจารณาเป็นโครงการระยะยาวก็ได้

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สมาคมเช่าซื้อ แนะรัฐลดหย่อนภาษีซื้อรถใหม่ 5 ปีช่วยแบบยั่งยืน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...