โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สกุลเงินดิจิทัลมีกี่รูปแบบ CBDC แตกต่างจาก Stablecoin และ Cryptocurrency อย่างไร?

Thairath Money

อัพเดต 16 ก.พ. 2568 เวลา 03.18 น. • เผยแพร่ 16 ก.พ. 2568 เวลา 03.18 น.
ภาพไฮไลต์

เมื่อไม่นานมานี้ กระทรวงการคลังออกมาประกาศอย่างชัดเจนว่า ขณะนี้รัฐบาลกำลังอยู่ระหว่างการพัฒนา Stablecoin (สเตเบิลคอยน์) ใหม่ มูลค่า 1 หมื่นล้านบาท

โดยจะใช้พันธบัตรรัฐบาลเป็นหลักประกัน พร้อมเปิดแพลตฟอร์มเทรด อีกทั้งในอนาคตอาจจะมีการปรับให้สามารถใช้ได้ในระบบเศรษฐกิจของประเทศ เช่น การชำระค่าบริการต่าง ๆ หรือซื้อสินค้าภายในประเทศได้ ควบคู่กับการออกเป็นรูปแบบ Investment Token สะท้อนการเปิดกว้างเรื่อง Digital Asset (สินทรัพย์ดิจิทัล) ที่กำลังเป็นที่นิยมในระดับโลกและมีการเติบโตอย่างรวดเร็วมากขึ้น

โดยหลายฝ่ายมองว่านี่นับเป็นก้าวสำคัญที่อาจนำไปสู่จุดเปลี่ยนของตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศไทยได้ ภายใต้รัฐบาลมีนโยบายหลักในการจัดตั้งศูนย์กลางทางการประกอบธุรกิจทางการเงิน (Financial Hub) เพิ่มบทบาทการเป็นผู้เล่นสำคัญทางเศรษฐกิจในเวทีโลกด้วย

ด้วยเหตุนี้เอง ทำให้คนทั่วไปอย่างเรา ๆ ควรเริ่มให้ความสนใจไม่มากก็น้อย โดยเฉพาะความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับสกุลเงินดิจิทัล เพราะในอนาคต Digital Currency อาจจะมีบทบาทสำคัญในการทำธุรกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันมากขึ้น

ทำความเข้าใจ ประเภทของ "เงินดิจิทัล"

ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้อธิบายถึงความหลากหลายของ “สกุลเงินดิจิทัล” โดยแบ่งประเภทจากเจ้าของ ได้แก่

1.สกุลเงินดิจิทัลที่ออกโดยธนาคารกลาง: CBDC (Central Bank Digital Currency) เช่น e-CNY ของจีน ถูกควบคุมและมีความมั่นคงสูง

  • Retail CBDC ใช้สำหรับทำธุรกรรมชำระเงินและโอนเงินของประชาชนและภาคธุรกิจ (เปรียบได้กับธนบัตรที่ออกโดยธนาคารกลาง)
  • Wholesale CBDC ใช้สำหรับทำธุรกรรมชำระเงินและโอนเงินระหว่างสถาบันการเงิน

2.สกุลเงินดิจิทัลที่ออกโดยเอกชน: Private Digital Currency

  • Stablecoin มีสินทรัพย์หนุนหลัง ราคาไม่ผันผวนสูง เพราะมูลค่ายึดโยงกับสินทรัพย์หนุนหลัง เช่น Tether (USDT) หรือ USD Coin (USDC) ซึ่งมักผูกกับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ เพื่อความเสถียร
  • Cryptocurrency ไม่มีสินทรัพย์หนุนหลัง ราคามีความผันผวนสูง ส่วนใหญ่รู้จักกันในชื่อคริปโต เช่น Bitcoin, Ethereum ใช้เทคโนโลยี Blockchain

ทั้งนี้ เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้นและเชื่อมโยงกับการพัฒนา Stablecoin ที่รัฐบาลไทยกำลังจะพัฒนา สรุปความแตกต่างของสกุลเงินดิจิทัลต่าง ๆ ได้ดังนี้

Cryptocurrency (คริปโตเคอร์เรนซี): เปรียบเสมือน "เงินดิจิทัล" ที่คนทั่วโลกใช้กัน เช่น Bitcoin หรือ Ethereum แต่สิ่งที่ทำให้มันพิเศษคือ มันไม่มีใครควบคุมและราคามันสามารถขึ้นลงได้เร็วมาก เช่นเดียวกับการซื้อขายหุ้นในตลาดที่มีความเสี่ยงสูง

Stablecoin (สเตเบิลคอยน์): คิดง่าย ๆ ว่าเป็น "เงินดิจิทัลที่มีมูลค่าคงที่" เหมือนกับการใช้เงินบาทหรือดอลลาร์ที่ไม่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ตัวอย่างเช่น USDT หรือ USDC ที่มูลค่าจะผูกกับดอลลาร์สหรัฐฯ มันจึงปลอดภัยกว่า Cryptocurrency ที่มีความผันผวนสูง เพราะเราสามารถคาดการณ์ได้ว่า 1 Stablecoin จะมีมูลค่าใกล้เคียงกับ 1 ดอลลาร์สหรัฐ

CBDC (Central Bank Digital Currency): คือสกุลเงินดิจิทัลที่รัฐบาลออกมาเอง ซึ่งได้รับการรับรองและควบคุมจากธนาคารกลางหรือรัฐบาล อย่างเช่นในประเทศจีนที่มี e-CNY หรือเงินดิจิทัลของรัฐบาลจีน ที่คนสามารถใช้แทนเงินสดในชีวิตประจำวันได้และปลอดภัยเพราะรัฐบาลรับประกัน

คลิกอ่านข่าว : รมว.คลัง เล็งออก Stable coin อิงพันธบัตรรัฐบาล เฟสแรก 1 หมื่นล้าน ในปี 68 อนาคตใช้ซื้อสินค้าได้

Stablecoin ของรัฐบาลไทย

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องติดตามกันต่อจากกรณีที่กระทรวงการคลังของไทยประกาศจะพัฒนา Stablecoin ใหม่มูลค่า 1 หมื่นล้านบาท นอกจากข้อดีที่จะกลายเป็นทางเลือกการชำระเงินที่สะดวกและประหยัดต้นทุนสำหรับการทำธุรกรรมในประเทศ เช่น การโอนเงินระหว่างบุคคล หรือชำระค่าสินค้าและบริการ ซึ่งจะทำให้ Stablecoin ที่รัฐบาลออกสามารถมีบทบาทสำคัญในระบบเศรษฐกิจไทยในอนาคตแล้วนั้น

ความเสี่ยงก็มีเช่นกัน เช่น การคุ้มครองข้อมูลผู้ใช้, การป้องกันการฟอกเงิน, หรือการตั้งกฎระเบียบใหม่ ๆ ที่อาจจะมีผลกระทบในอนาคต เรื่อยไปจนถึงความโปร่งใสของระบบ, การเปลี่ยนแปลงระบบการเงิน โดยเฉพาะการเข้าถึงและการทำให้คนทั่วไป-นักลงทุนเชื่อมั่นยอมรับ เป็นต้น

ที่มา : ธปท. ,ทำเนียบรัฐบาล ,ก.ล.ต.

อ่านข่าวหุ้น ข่าวทองคำ และ ข่าวการลงทุน และ การเงิน กับ Thairath Money ได้ที่

https://www.thairath.co.th/money/investment

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : Thairath Money
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...