โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ว่าด้วยเรื่องกองทุนลดหย่อนภาษี!!

Thairath Money

อัพเดต 21 มี.ค. 2568 เวลา 11.55 น. • เผยแพร่ 21 มี.ค. 2568 เวลา 11.55 น.
ภาพไฮไลต์

เชื่อว่ามนุษย์เงินเดือน ตั้งแต่พนักงานออฟฟิศยันผู้บริหารระดับสูง หรือแม้แต่คนทำงานฟรีแลนซ์จำนวนมาก ที่ลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการลงทุนในหุ้นระยะยาว หรือ LTF เพื่อใช้สิทธิพิเศษนำเงินลงทุนไปลดหย่อนรายได้ โดยนำไปคำนวณการจ่ายภาษีรายได้บุคคลธรรมดา

โดยเฉพาะกองทุน LTF ที่ส่วนใหญ่จะมีผลขาดทุน หลังจากดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงมายืนอยู่แถว 1,200 จุด แต่ช่วงที่ทยอยเข้าซื้อกองทุนดังกล่าวในแต่ละปีนั้น ดัชนีหุ้นยืนอยู่ตั้งแต่ระดับ 1,200 จุด จนเกือบทะลุ 1,800 จุด

ทำให้เมื่อครบกำหนดเวลาที่สามารถไถ่ถอนหรือขายคืนหน่วยลงทุน LTF ได้แล้ว ไม่รู้จะตัดสินใจอย่างไร เพราะทำใจไม่ได้กับผลขาดทุนตั้งแต่ 10-60% แม้บางส่วนจะยอมตัดใจขาย รับผลขาดทุน ขณะที่หลายคนก็ปล่อยทิ้งค้างไว้อย่างนั้น ยึดคติ "ไม่ขาย-ไม่ขาดทุน"

ซึ่งจากข้อมูลที่เปิดเผย พบว่ามีเงินที่ยังค้างอยู่ในกองทุนรวม LTF ที่ลงทุนในตลาดหุ้นไทย ลงทุนครบกำหนด 5 ปีสามารถขายออกมาได้ มีมูลค่าราว 1.8 แสนล้านบาท ซึ่งหากมีการไถ่ถอนและขายหุ้นในกองทุน LTF ออกมาในตลาด จะส่งผลกระทบให้ราคาหุ้นหรือดัชนีหุ้นไทยปรับตัวลงไปได้อีก เพราะตั้งแต่ต้นปี 2568 (YTD) ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวลงแรงอย่างมีนัยสำคัญถึงกว่า 240 จุด หรือลดลงกว่า 17%

จึงเป็นที่มาให้มีการจัดตั้ง "กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน แบบพิเศษที่จัดตั้งขึ้นใหม่ หรือ Thai ESGX" ที่ให้สิทธิประโยชน์นำไปลดหย่อนภาษีเงินได้ เพื่อรองรับเงินที่จะถูกไถ่ถอนออกจากกองทุน LTF โดยโยกหรือเปลี่ยนเข้ามาลงทุนในกองทุน Thai ESGX เพื่อหวังพยุงหรือประคองตลาด ไม่ให้ปรับตัวลงจากแรงขายหุ้นของกองทุน LTF

ขณะเดียวกันก็เป็นการส่งเสริมให้ Thai ESGX ลงทุนในหุ้นที่มี ESG หรือ ธรรมาภิบาลที่ดีมากขึ้น เพราะมีความคิดว่า บริษัทที่มี ESG ถือเป็นบริษัทที่ดีรับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม ผู้บริหารมีธรรมาภิบาลซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้บริษัทหรือธุรกิจสามารถเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน!!

โดยมีการกำหนดเกณฑ์ให้กองทุน Thai ESGX ลงทุนหุ้นไทย 65% ของ NAV (มูลค่าทรัพย์สินทั้งหมดของกองทุน) โดยต้องเป็นหุ้นในกลุ่มที่มีคุณสมบัติ ดังนี้

  • เป็นบริษัทที่มีเรตติ้งเป็นที่ยอมรับในระดับสากล หรือเป็นบริษัทที่ได้รับเรทติ้งด้าน SET ESG Rating หรือในระดับสากลอื่น ๆ อาทิ MORNING STAR, FTSE, MSCI เป็นต้น
  • เป็นบริษัทที่เปิดเผยข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจก รวมทั้งผ่านการทวนสอบได้รับการรับรองจากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.)
  • เป็นบริษัทที่มีการสำรวจการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียน หรือ CGR ที่ดำเนินการโดยสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) เกินกว่า 90 คะแนน และเปิดเผยข้อมูลใน ESG Data Platform ของตลาดหลักทรัพย์ฯ เกินกว่า 85% ของไอเทม ซึ่งมีการเปิดเผยว่ามี 260 หุ้น ที่เข้าข่ายได้ 1 ใน 3 ข้อข้างต้นนี้

ทั้งนี้ กองทุน THAI ESGX จะเปิดขายให้บุคคลทั่วไป ตั้งแต่ 1 พ.ค. ถึง 30 มิ.ย. 2568 นี้ และถือเป็นเม็ดเงินใหม่ โดยเงินลงทุนสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 30% ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษี และไม่เกิน 3 แสนบาท

ส่วนที่ 2 คือเงินลงทุนที่ย้ายจากกองทุน LTF มาลงทุนใน Thai ESGX จะเปิดให้มีการแสดงความจำนงเปลี่ยนหรือโยกเงินจากกองทุน LTF มาลงทุนในกองทุน THAI ESGX ได้ในช่วง 2 เดือน คือตั้งแต่ 1 พ.ค. ถึง 30 มิ.ย.2568 นี้เท่านั้น โดยสามารถนำมาใช้สิทธิลดหย่อนภาษี ในปี 2568 ได้ไม่เกิน 3 แสนบาท และได้อีกไม่เกินปีละ 5 หมื่นบาท ไปอีก 4 ปี ตั้งแต่ปี 2569-2572

เช่น ย้ายเงินลงทุนจากกอง LTF มาอยู่ใน Thai ESGX 5 แสนบาท ก็จะได้สิทธิลดหย่อนภาษีปี 2568 จำนวน 3 แสน และปีถัดไปปีละ 5 หมื่นบาท เท่ากับเป็นการทยอยรับสิทธิลดหย่อนภาษีสูงสุด 5 แสนบาท ภายใน 5 ปี เท่ากับว่า ในปี 2568 นี้ ผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา จะสามารถใช้สิทธินำเงินลงทุนในกองทุน Thai ESGX มาลดหย่อนได้ถึง 6 แสนบาท

ขณะเดียวกันผู้เสียภาษียังมีทางเลือกอีก 2 ทางสำหรับการประหยัดภาษี คือ การลงทุนในกองทุน Thai ESG เดิม ที่ยังใช้ลดหย่อนภาษีได้อีกไม่เกิน 3 แสนบาท หรือไม่เกิน 30% ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษี โดยกองทุนนี้มีระยะเวลาถือครอง 5 ปี

และยังสามารถนำเงินลงทุนในกองทุนระยะยาวเพื่อเกษียณ ไม่ว่าจะเป็นกองทุน RMF, กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD), กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.), กองทุน กบข., กองทุนสงเคราะห์ครูเอกชน และประกันชีวิตแบบบำนาญ รวมทั้งหมดลดหย่อนได้ไม่เกิน 5 แสนบาท

เท่ากับว่า หากเราลงทุนแบบซื้อเต็มแม็กซ์ชนเพดาน จะสามารถลดหย่อนภาษีปี 2568 ได้สูงสุดถึง 1.4 ล้านบาท คือจาก Thai ESGX 6 แสน, Thai ESG 3 แสน และ RMF 5 แสน เพราะเพดานลดหย่อนของแต่ละแบบแยกต่างหากจากกัน แต่ขึ้นอยู่กับฐานรายได้ที่ต้องเสียภาษีของแต่ละคน รวมทั้งแผนการเงินและการลงทุนของตัวเอง

ขณะที่มีคำถามว่า ถ้าไม่อยากลงทุนใน Thai ESGX หากถอนออกจากกองทุน LTF แล้วไปลงทุนกองทุนลดหย่อนภาษีอื่นได้หรือไม่ เช่น อยากไปลงทุนในหุ้นต่างประเทศ ที่มองว่ามีโอกาสเติบโตได้เร็วกว่าตลาดหุ้นไทย หรืออยากกระจายลงทุนสินทรัพย์อื่นๆ และต้องการได้ลดหย่อนภาษีด้วย ก็ต้องไปพิจารณาดูกองทุนลดหย่อนภาษีอื่นๆ เช่น RMF ที่มีนโยบายการลงทุนสอดคล้องกับความต้องการลงทุนของเรา

เพียงแต่จะไม่ได้ใช้สิทธิลดหย่อนภาษี สำหรับเงินลงทุนในส่วนที่ให้สิทธิประโยชน์สำหรับเงินที่โยกจากกอง LTF มากอง Thai ESGX วงเงินในส่วนไม่เกิน 3 แสนบาทดังกล่าว เพราะจะเข้าไปอยู่ในส่วนของวงเงินลดหย่อนของกองทุน RMF

ดังนั้นจึงต้องพิจารณาเลือกลงทุนให้เหมาะกับความต้องการและแผนการลงทุนของตัวเองเพราะหลายคนไม่ได้มีรายได้สูงมาก จนต้องไปใช้สิทธิประโยชน์ลดหย่อนภาษีทุกรายการของกองทุนดังกล่าว!!

อ่านข่าวการเงินส่วนบุคคล และการวางแผนการเงิน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดีได้ที่
https://www.thairath.co.th/money/personal_finance

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้
https://www.facebook.com/ThairathMoney

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : Thairath Money
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...