โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

นิสัยเสียไม่รู้ตัว! โรคขาดความยับยั้งชั่งใจ เพราะสมองส่วนหน้าพัง

Thai PBS

อัพเดต 23 เม.ย. 2568 เวลา 10.36 น. • เผยแพร่ 23 เม.ย. 2568 เวลา 10.35 น. • Thai PBS
“สมองส่วนหน้า” ส่วนควบคุมอารมณ์ การตัดสินใจ และมารยาทในสังคม ถ้าได้รับบาดเจ็บ อาจนำไปสู่ “โรคขาดความยับยั้งชั่งใจ” และความผิดปกติทางจิตใจที่รุนแรง ที่บางครั้งยังเชื่อมโยงกับพฤติกรรมอาชญากรชื่อดัง แล้วจะสังเกตอาการจากคนรอบตัว เพื่อนร่วมงาน ได้อย่างไร ?

ลองนึกภาพสมองที่เหมือนศูนย์บัญชาการ สมองส่วนหน้า (Frontal Lobe) คือ ห้องควบคุมที่สั่งการทุกอย่าง ตั้งแต่การตัดสินใจว่าจะพูดอะไรในที่ประชุม การยั้งตัวเองไม่ให้โมโหเมื่อเจ้านายดุ ไปจนถึงการวางแผนชีวิตในอีก 5 ปีข้างหน้า จุดรวมอยู่ที่ตรงหน้าผากทั้งสิ้น และเป็นส่วนที่ทำให้มนุษย์เป็น "มนุษย์" ที่อยู่ร่วมกับคนอื่นได้

แต่ถ้าสมองส่วนนี้พัง ชีวิตอาจเปลี่ยนไปในแบบที่ไม่คาดคิด

สมองส่วนหน้าสามารถเกิดความเสียหายได้จากหลายสาเหตุ เช่น อุบัติเหตุรถยนต์ การล้มหัวกระแทก หรือแม้แต่การถูกเขย่าตัวแรง ๆ ตอนเป็นเด็กทารก โดยเรียกอาการนี้ว่า Shaken Baby Syndrome ซึ่งพ่อแม่บางคนอาจไม่รู้ว่าอันตรายแค่ไหน

ความเสียหายนี้อาจนำไปสู่ โรคขาดความยับยั้งชั่งใจ หรือพฤติกรรมที่เห็นแล้วรู้สึกว่า คนนี้ทำไมเป็นแบบนี้ ? และบางครั้ง มันอาจรุนแรงถึงขั้นเปลี่ยนคนธรรมดาให้กลายเป็นคนที่สังคมมองว่าอันตราย

ชีวิตเปลี่ยนอย่างไร เมื่อสมองส่วนหน้าทำงานผิดปกติ

สมองส่วนหน้ามีส่วนย่อย ๆ เช่น Prefrontal Cortex ที่ช่วยคิด ช่วยจัดการวางแผน และ Orbitofrontal Cortex ที่ควบคุมอารมณ์และมารยาทในสังคม ถ้า 2 ส่วนนี้บาดเจ็บ อาจเกิดผลกระทบ ดังนี้

  • ใจร้อน ขาดสติ จากคนที่เคยใจเย็น อาจกลายเป็นคนโมโหง่าย พูดจาไม่คิด เช่น ด่าคนในที่ประชุมต่อหน้าทุกคน
  • ทำอะไรไม่ยั้งคิด เช่น ใช้เงินฟุ่มเฟือยจนหมดตัว ขับรถเร็วโดยไม่สนอันตราย หรือพูดเรื่องส่วนตัวที่ไม่ควรพูดในที่ทำงาน
  • บุคลิกเปลี่ยน จากคนร่าเริงกลายเป็นคนเฉยชา ไม่แคร์ความรู้สึกคนอื่น หรือบางคนกลายเป็นก้าวร้าวจนคนรอบข้างรับไม่ได้
  • วางแผนไม่ได้ ลืมนัดสำคัญ ส่งงานไม่ทัน หรือตัดสินใจอะไรผิด ๆ ซ้ำ ๆ จนคนรอบตัวเริ่มหงุดหงิด
  • อารมณ์ขึ้น ๆ ลง ๆ เดี๋ยวดี เดี๋ยวร้าย บางวันเหมือนไม่สนใจอะไรเลย บางวันก็ระเบิดอารมณ์ใส่คนใกล้ตัว

ผมเคยเจอเพื่อนที่ทำงานคนหนึ่ง อายุประมาณ 40 ปี เดิมทีเขาเป็นคนขยันและเป็นมิตร แต่หลังจากอุบัติเหตุที่หัวถูกกระแทกแรง เขาก็เปลี่ยนไป มาทำงานสาย กลับบ้านก่อนไม่สนใจกฎบริษัท โกหกบ่อย ทำให้เพื่อนร่วมงานอึดอัด ทีแรกทุกคนคิดว่าเขาแค่เครียด แต่สุดท้ายหมอพบว่า สมองส่วนหน้าของเขาได้รับความเสียหาย

พนักงานออฟฟิสวัย 50 ปีคนหนึ่ง สะท้อนถึงสถานการณ์ที่ได้เจอกับผู้ป่วยที่สมองส่วนหน้าได้รับความเสียหายให้ไทยพีบีเอสออนไลน์ฟัง

ความเสียหายที่สมองส่วนหน้า ไม่ได้แค่ทำให้ใจร้อนหรือตัดสินใจแย่ มันอาจนำไปสู่โรคต่าง ๆ ที่ส่งผลต่อชีวิตผู้ป่วยเองและคนรอบข้าง

  • โรคขาดความยับยั้งชั่งใจ (Impulse Control Disorders) ผู้ป่วยจะทำอะไรโดยไม่คิด เช่น ขโมยของ หรือ ทำร้ายร่างกาย จิตใจ คนอื่นโดยไม่สนใจ
  • โรคบุคลิกภาพต่อต้านสังคม (Antisocial Personality Disorder) ขาดความเห็นอกเห็นใจ ทำผิดกฎหมายหรือจริยธรรมโดยไม่รู้สึกผิดใด ๆ
  • โรคสมาธิสั้น (ADHD) ขาดสมาธิ ควบคุมตัวเองไม่ได้ อาจรุนแรงขึ้นถ้าสมองส่วนหน้าเสียหาย
  • โรคบุคลิกภาพแบบก้ำกึ่ง (Borderline Personality Disorder) อารมณ์แปรปรวนรุนแรง ความสัมพันธ์วุ่นวาย และทำอะไรเสี่ยง ๆ ต่อการใช้ชีวิต
  • สมองเสื่อมส่วนหน้าและขมับ (Frontotemporal Dementia) อาการจะคล้ายคนแก่ แต่เกิดในวัย 40-60 ปี ทำให้บุคลิกเปลี่ยนและขาดความยับยั้ง
  • โรคซึมเศร้าและวิตกกังวล เพราะความเสียหายจากสมองส่วนหน้า ทำให้ควบคุมอารมณ์ไม่ได้จนกลายเป็นซึมเศร้าเรื้อรังหรือกังวลเกินเหตุ
  • การติดยาเสพติด สมองส่วนหน้าที่เสียหาย ทำให้ขาดการควบคุม ติดแอลกอฮอล์ ยา หรือพนันง่ายขึ้น

โรคเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัว หลายคนอาจเคยเจอคนที่เปลี่ยนไปหลังจากเจออุบัติเหตุ หรือบางคนที่ดู "แปลกไป เปลี่ยนไป" โดยไม่รู้สาเหตุ ซึ่งอาจมาจากสมองส่วนหน้าที่มีปัญหา

"อาชญากร" ที่สมองส่วนหน้าเสียหายจนพาไปสู่ความรุนแรง

สมองส่วนหน้าที่เสียหายอาจเปลี่ยนคนธรรมดาให้กลายเป็นคนที่ก่อคดีร้ายแรงได้ มาดูเคสจริงที่ทำให้วงการแพทย์และกฎหมายต้องตกตะลึง

Phineas Gage (1848) คนงานรถไฟชาวอเมริกันที่รอดชีวิตหลังแท่งเหล็กแทงทะลุหน้าผากของเขา เดิมทีเขาเป็นคนขยันและใจดี แต่หลังบาดเจ็บ เขากลายเป็นคนก้าวร้าว ดื่มเหล้า และเสียการควบคุมตัวเอง คดีนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้แพทย์รู้ว่า สมองส่วนหน้าควบคุมบุคลิกภาพ

Charles Whitman (1966) อดีตนาวิกโยธินที่ยิงผู้คนจากหอคอยมหาวิทยาลัยเท็กซัส มีผู้เสียชีวิต 16 คน บาดเจ็บ 31 คน ก่อนหน้านี้ เขาบ่นถึงอาการปวดหัวและเริ่มมีพฤติกรรมที่ควบคุมไม่ได้ การชันสูตรพบเนื้องอกในสมองที่กดทับสมองส่วนหน้า ทำให้เขาเสียการควบคุมอารมณ์

John Hinckley Jr. (1981) ชายที่พยายามลอบสังหาร ปธน.สหรัฐฯ โรนัลด์ เรแกน การสแกนสมองพบความผิดปกติในสมองส่วนหน้า ซึ่งทำให้เขาขาดความยับยั้งชั่งใจและหมกมุ่นกับความคิดสุดโต่ง ศาลตัดสินว่าเขา "วิกลจริต" และไม่ต้องรับโทษจำคุก

Herbert Weinstein (1992) ชายวัย 65 ปีที่ฆ่าภรรยาด้วยการผลักออกจากหน้าต่าง การตรวจพบถุงน้ำขนาดใหญ่ในสมองส่วนหน้า ซึ่งอาจทำให้เขาขาดการควบคุมอารมณ์ คดีนี้เป็นครั้งแรกที่ศาลสหรัฐฯ ใช้การสแกนสมองเป็นหลักฐานในคดีอาญา

งานวิจัยของ ดร.เอเดรียน ไรน์ นักประสาทวิทยา พบว่า นักโทษที่ก่อคดีรุนแรง เช่น ฆาตกรรม มักมีสมองส่วนหน้าที่ทำงานผิดปกติ โดยเฉพาะบริเวณที่ควบคุมความรู้สึกผิดและการยับยั้งพฤติกรรม

นี่ทำให้เห็นว่า สมองที่เสียหายอาจเปลี่ยนคนดี ๆ ให้กลายเป็นคนที่ทำร้ายผู้อื่นได้

ช่วยคนที่มีปัญหาสมองส่วนหน้าได้ยังไง ?

ถ้าสมองส่วนหน้าเสียหาย การรักษาจะขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรง แต่ไม่ใช่ว่าจะหมดหวัง มีวิธีช่วยให้ชีวิตดีขึ้นได้

  • คุยกับนักจิตวิทยา

  • บำบัดแบบ Cognitive Behavioral Therapy (CBT) ช่วยให้ผู้ป่วยเรียนรู้ที่จะควบคุมอารมณ์และพฤติกรรม เช่น ฝึกให้คิดก่อนพูดหรือทำ

    • การบำบัดทักษะทางสังคม ช่วยให้รู้วิธีอยู่ในสังคม เช่น ไม่ขัดจังหวะคนอื่น หรือจัดการความโกรธ
  • ใช้ยา

  • ยากล่อมประสาท ช่วยลดความก้าวร้าวและควบคุมอารมณ์

    • ยาสำหรับสมาธิสั้น ช่วยเพิ่มการโฟกัสและลดความหุนหัน
    • ในกรณีรุนแรง เช่น อาการหลงผิดจากสมองเสื่อม อาจใช้ยาต้านโรคจิต
  • ฟื้นฟูสมองและร่างกาย

  • กายภาพบำบัด ช่วยถ้าสมองส่วนหน้าที่ควบคุมการเคลื่อนไหวเสียหาย เช่น เดินลำบาก

    • การบำบัดการพูด ช่วยคนที่พูดติดขัดหรือสื่อสารไม่ได้
    • การฝึกทักษะชีวิต เช่น การจัดการเวลา ช่วยให้ผู้ป่วยกลับมาทำงานหรือใช้ชีวิตได้
  • ปรับชีวิตประจำวัน

  • สร้างตารางชีวิตที่ชัดเจน เช่น ตื่นกี่โมง ทำงานอะไร ช่วยลดความสับสน

    • ครอบครัวต้องเข้าใจและช่วย เช่น ไม่ปล่อยให้อยู่ในสถานการณ์ที่ทำให้โมโห
    • ลดสิ่งกระตุ้น เช่น เสียงดังหรือความกดดันจากงาน
  • รักษาต้นเหตุ

  • ถ้ามีเนื้องอกหรือเลือดคั่งในสมอง การผ่าตัดอาจช่วยฟื้นฟูบางส่วน

    • ถ้าเกิดจากการติดเชื้อ เช่น สมองอักเสบ ยาปฏิชีวนะอาจลดความเสียหาย
  • เทคโนโลยีใหม่ ๆ

  • Transcranial Magnetic Stimulation (TMS) ใช้คลื่นแม่เหล็กกระตุ้นสมองส่วนหน้าให้ทำงานดีขึ้น

    • ในกรณีรุนแรง อาจใช้ Deep Brain Stimulation ฝังอุปกรณ์ในสมองเพื่อควบคุมพฤติกรรม

ส่วนถ้าสมองเสียหายถาวร เช่น สมองเสื่อม การดูแลแบบประคับประคอง เช่น มีคนดูแลใกล้ชิด จะช่วยให้ผู้ป่วยและครอบครัวรับมือได้ดีขึ้น

หรือเพื่อนเราอาจมีปัญหาที่สมองส่วนหน้า ?

หลายคนอาจเคยเจอคนที่จู่ ๆ ก็ดู "แปลกไป" เช่น เพื่อนร่วมงานที่เปลี่ยนไป ญาติที่เริ่มทำตัวไม่เหมือนเดิม อาการของสมองส่วนหน้าที่เสียหายอาจปรากฏในคนใกล้ตัว โดยไม่ต้องรออุบัติเหตุใหญ่ ๆ สัญญาณที่ควรระวัง ได้แก่

  • บุคลิกเปลี่ยน จากคนใจเย็น กลายเป็นคนโมโหง่าย พูดจาไม่เหมาะสม หรือหัวเราะในสถานการณ์ที่ไม่ควร
  • ทำอะไรไม่คิด เช่น ขัดจังหวะในที่ประชุม พูดเรื่องส่วนตัวต่อหน้าคนแปลกหน้า หรือใช้เงินจนเกินตัว
  • อารมณ์ไม่คงที่ เดี๋ยวดี เดี๋ยวร้าย บางวันเหมือนไม่สนใจอะไร บางวันก็ระเบิดอารมณ์
  • ไม่รู้ว่าตัวเองกำลังทำผิด หรืออาจทำอะไรที่คนอื่นมองว่าแย่ แต่ตัวผู้ป่วยไม่คิดว่าผิด เช่น กล่าวหาคนอื่นต่อหน้า แล้วทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
  • งานพัง เพราะลืมส่งงาน ลืมนัด หรือตัดสินใจอะไรที่ทำให้ตนเองหรือเพื่อนร่วมงานเสียหาย

ลองนึกถึงใครสักคนในที่ทำงาน ที่เริ่มมาสายบ่อยขึ้น พูดจาไม่คิด หรือตัดสินใจแปลก ๆ ทั้งที่เมื่อก่อนเขาเป็นคนรอบคอบ

อาจไม่ใช่แค่เขา "นิสัยเปลี่ยน" แต่สมองส่วนหน้าของเขาอาจมีปัญหา สาเหตุอาจมาจากอุบัติเหตุเล็ก ๆ หรือแม้แต่การถูกเขย่าตัวแรง ๆ ตอนเด็ก ๆ ซึ่งบางครั้งพ่อแม่ก็ไม่รู้ว่านั่นอันตราย

รู้ก่อนรักษาก่อน ทำอย่างไร ?

ถ้าสงสัยว่าตัวเองหรือคนใกล้ตัวมีปัญหาที่สมองส่วนหน้า หมอสมัยนี้มีวิธีตรวจที่แม่นยำ ได้แก่

  • คุยกับหมอประสาทวิทยา โดยหมอจะถามประวัติ เช่น เคยหัวกระแทกไหม หรือพฤติกรรมเปลี่ยนไปเมื่อไหร่ และอาจคุยกับครอบครัวเพื่อยืนยัน
  • ทดสอบสมอง ด้วยการใช้แบบทดสอบ เช่น ให้เรียงลำดับงาน หรือทดสอบว่ายับยั้งตัวเองได้แค่ไหน เช่น อ่านคำว่า "แดง" แต่ตัวอักษรเป็น "สีน้ำเงิน" แล้วดูว่าจะสับสนไหม
  • สแกนสมอง
  • MRI หรือ CT Scan ดูว่ามีรอยแผล เนื้องอก หรือเลือดคั่งในสมองหรือไม่
  • Functional MRI (fMRI) ดูว่าสมองส่วนหน้าทำงานปกติไหมขณะเราคิดหรือตัดสินใจ
  • PET Scan ดูการเผาผลาญของสมอง เผื่อมีอะไรผิดปกติ เช่น สมองเสื่อม
  • ตรวจคลื่นสมอง (EEG) ดูว่ามีคลื่นสมองแปลกๆ ที่อาจทำให้ชักหรือพฤติกรรมเปลี่ยน
  • ตรวจเลือดหรือน้ำไขสันหลัง หาการติดเชื้อหรือปัญหาอื่นที่อาจกระทบสมอง

เพื่อนที่ทำงาน อายุ 50 ปี เริ่มมีปัญหาลืมง่าย โมโหง่าย ทุกคนคิดว่าเขาแค่แก่ แต่พอไปหาหมอ หมอพบว่าเขาเคยหัวกระแทกจากอุบัติเหตุเมื่อ 10 ปีก่อน ซึ่งตอนนั้นไม่มีใครคิดว่ามันจะมีผลอะไร

ข้าราชการคนหนึ่งให้ข้อมูลเพิ่มเติม เมื่อคนใกล้ตัวเป็นผู้ป่วยโดยไม่รู้ตัว สมองส่วนหน้าเสียหายจากอุบัติเหตุรถชนเพียงเล็กน้อย แต่ก็ยังมีสาเหตุอื่น ที่คนทั่วไปอาจเจอได้ เช่น

  • การเขย่าตัวเด็ก พ่อแม่บางคนเขย่าเด็กตอนร้องไห้เพื่อให้หยุด โดยไม่รู้ว่า นั่นอาจเป็นการสร้างความเสียหายแก่สมองส่วนหน้า
  • สารพิษ เช่น เด็กที่แม่ดื่มเหล้าตอนท้อง (Fetal Alcohol Syndrome) หรือสัมผัสสารตะกั่วจากสิ่งแวดล้อม
  • ติดเชื้อไวรัส ทำให้สมองอักเสบ สาเหตุอาจเกิดจากไข้หวัดรุนแรง
  • ขาดออกซิเจน เช่น เกือบจมน้ำ หรือมีปัญหาการหายใจขณะหลับ
  • บาดเจ็บซ้ำ ๆ นักกีฬาที่โดนกระแทกหัวบ่อย ๆ หรือคนที่เคยล้มหลายครั้ง

ในที่ทำงาน อาจเจอเพื่อนร่วมงานที่ดู "ควบคุมตัวเองไม่ได้" เช่น พูดจาไม่เหมาะสมในที่ประชุม หรือตัดสินใจอะไรที่ทำให้ทีมเดือดร้อน แต่แทนที่จะตัดสินว่าเขา "นิสัยไม่ดี" ลองชวนคุยและแนะนำให้ไปหาหมอ เพราะเขาอาจมีปัญหาที่สมองโดยไม่รู้ตัว

อย่าปล่อยให้สมองส่วนหน้าทำลายโอกาสข้างหน้าของชีวิต

สมองส่วนหน้าที่เสียหาย ไม่ว่าจะจากอุบัติเหตุ การเขย่าตัวตอนเด็ก หรือสาเหตุอื่น ๆ อาจเปลี่ยนคนรู้จักให้กลายเป็นคนละคน จากคนสุภาพอาจกลายเป็นคนใจร้อน ขาดความยับยั้งชั่งใจ หรือแม้แต่ก่อคดีร้ายแรงอย่างที่เห็นในเคส Phineas Gage หรือ Charles Whitman โรคที่ตามมา เช่น โรคบุคลิกภาพต่อต้านสังคม สมาธิสั้น หรือสมองเสื่อมส่วนหน้าและขมับ สามารถทำลายทั้งชีวิตผู้ป่วยและคนรอบข้าง

แต่ข่าวดีคือ มีวิธีช่วย เริ่มจากการบำบัด ใช้ยา ฟื้นฟูสมอง หรือปรับชีวิตประจำวัน ถ้าสังเกตเห็นเพื่อนร่วมงาน ญาติ หรือแม้แต่ตัวเอง มีอาการแปลก ๆ เช่น ใจร้อนเกินเหตุ ลืมงานบ่อย หรือทำอะไรไม่ยั้งคิด อย่าปล่อยผ่าน ชวนไปหาหมอเพื่อตรวจสมอง อาจช่วยให้เจอปัญหาและแก้ไขได้ทันเวลา

จงมีเมตตา อย่ามองแค่ว่า คน ๆ นี้เป็นคนนิสัยเสีย
เพราะบางที สมองของเขาอาจกำลังขอความช่วยเหลืออยู่ก็ได้

รู้หรือไม่ : ความเสียหายที่สมองส่วนหน้า สามารถทำให้ คนกล้าปฏิเสธความผิด ไม่รู้สึกผิด ใช้ชีวิตแบบผิด ๆ และไม่ยอมรับผิด แม้หลักฐานชัดเจน เพราะขาดการทำงานของส่วนที่ควบคุมศีลธรรมและมโนธรรม

ที่มา: National Institute of Neurological Disorders and Stroke (NINDS), The Anatomy of Violence : The Biological Roots of Crime, Principles of Frontal Lobe Function. Oxford University Press., Cleveland Clinic. Frontal Lobe Damage : Symptoms, Causes, and Treatment., Case Studies : Phineas Gage, Charles Whitman, John Hinckley Jr., and Herbert Weinstein from Forensic Neuroscience Literature.

อ่านข่าวเพิ่ม :

“มาดามแป้ง” บริจาค 25 ล้านช่วยสมาคมฯ จ่ายหนี้สยามสปอร์ต

ตม.1 ตรวจไซต์งานก่อสร้างศาลฯ ไม่พบคนจีนใช้วีซา นศ.ทำงาน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

ปธน.อิหร่านประณามโจมตีพลเรือนไร้มนุษยธรรม ยอดตายทะลุ 200 คน

48 นาทีที่แล้ว

"ภูเก็ต" ยกเลิก 22 เที่ยวบิน ขอผู้โดยสารติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

หมดยุค "คาเมเนอี" จับตาใครขึ้นเป็น "ผู้นำสูงสุดอิหร่าน" คนต่อไป ?

2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

การบินไทยยังให้บริการเที่ยวบินยุโรป - ไม่บินผ่านน่านฟ้า "ตะวันออกกลาง"

2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว สังคม อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...