โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แมลงปีกแข็งยกฝูงบุกยึดบ้าน เจ้าของหนีลงมานอนที่ชั้นล่าง เฉลยมันคืออะไรพร้อมวิธีกำจัด

MATICHON ONLINE

อัพเดต 03 พ.ค. 2568 เวลา 11.57 น. • เผยแพร่ 03 พ.ค. 2568 เวลา 11.23 น.

แมลงปีกแข็งยกฝูงบุกยึดบ้าน เจ้าของหนีลงมานอนที่ชั้นล่าง เฉลยมันคืออะไรพร้อมวิธีกำจัด

เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ปราจีนบุรี ได้รับแจ้งว่ามีฝูงแมลงปีกแข็งนับหมื่นตัวมาอาศัยอยู่ในบ้านเลขที่ 130 หมู่ 6 บ้านโคกชัน ต.ลาดตะเคียน อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ซึ่งเจ้าของบ้านตัดสินใจยกห้องให้ฝูงแมลงปีกแข็งอยู่ ส่วนเจ้าตัวกับครอบครัวพากันลงมานอนที่ชั้นล่างทนอยู่กับฝูงแมลงปีกแข็งนับหมื่นตัว ฝูงแมลงปีกแข็งพากันเดินไปมาอยู่บนพื้นบ้านตลอดเวลา เวลานอนต้องใช้วิธีกางเต็นท์นอนภายในบ้านเพื่อป้องกันแมลงปีกแข็งเข้าหู เข้าปาก จมูก ตา

ผู้สื่อข่าวได้พบกับนางมยุรี โพธิ์เกิด เจ้าของบ้าน ได้พาขึ้นไปดูฝูงแมลงปีกแข็งอยู่บนชั้นบนของบ้าน ซึ่งเป็นบ้านไม้ยกพื้นสูง 2 ชั้น ภายในห้องมีฝูงแมลงปีกแข็งนับหมื่นตัวกระจายกันอยู่ตามมุมอับ ซอกขื่อของบ้าน ซอกฝาบ้าน ตามเสื้อผ้า รวมถึงใต้ที่นอน ตัวแมลงปีกแข็งพากันซ่อนตัวอยู่ เมื่อยกขึ้นดูก็พากันเดินหนียั้วเยี้ยชวนขนลุกขนชัน

นางมยุรีกล่าวว่า มีแมลงปีกแข็งมาอาศัยอยู่เหมือนเดิมประจำทุกๆ ปี เป็นช่วงฤดูกาลของเขาจะพากันมา เพราะบ้านเป็นบ้านไม้ แมลงปีกแข็งอาศัยอยู่ในบ้านก็ต้องทนอยู่กับมันเพราะมันเป็นธรรมชาติ ต้องอยู่กับมันให้ได้ทำอะไรก็ไม่ได้ ทำได้แค่ฉีดยาฆ่าแมลงกำจัดแมลงปีกแข็ง แต่ก็ได้แค่ทุเลาลงเล็กน้อยต้องทนอยู่ต้องกางเต็นท์นอน กลัวแมลงจะเข้าหู ที่บ้านก็เลี้ยงหลานน้อยต้องยิ่งระวังแมลงปีกแข็งจะมาทุกปีในช่วงเดือนเมษายนไปจนถึงหมดฤดูฝน (3-4 เดือน)

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติม กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ระบุแมลงปีกแข็ง เรียกว่า “ด้วงกระเบื้อง” ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มแมลงปีกแข็งบุกเข้าบ้าน อาจก่อให้เกิดผื่นแดง โรคผิวหนัง หอบหืด หากถูกขีดข่วนให้รีบล้างแผลให้สะอาดด้วยสบู่

โดยในช่วงฤดูฝนมักจะพบเห็น “ด้วงกระเบื้อง” จัดอยู่ในกลุ่มแมลงปีกแข็ง มีขนาดลำตัวยาว 6-8 มม. เป็นแมลงที่พบได้ทั่วโลกแต่จะพบมากในเขตร้อน รวมทั้งในประเทศไทย ด้วงชนิดนี้มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า อัลฟิโทเบียส ดิอะเพอรินัส (Alphitobius diaperinus) บินได้ไกลพอสมควร ชอบบินมาเล่นไฟในเวลากลางคืน กินอาหารได้หลากหลาย ทั้งเมล็ดพืช ผลิตภัณฑ์จากพืชที่ชื้นหรือขึ้นรา รวมทั้งวัตถุที่เน่าเปื่อย สามารถพบแมลงชนิดนี้เข้ามาอยู่ในที่อยู่อาศัยของคนได้โดยเฉพาะบริเวณบ้านหรือรอบๆ บ้านที่มีกองปุ๋ย มูลสัตว์ ปุ๋ยหมัก เศษไม้ผุพัง เป็นป่า หรือมีเล้าเป็ดเล้าไก่
แมลงชนิดนี้ไม่มีรายงานว่าเป็นพาหะนำโรคมาสู่คน อย่างไรก็ตามแมลงชนิดนี้สามารถปล่อยสารจำพวก เบนโซควิโนน (Benzoquinones) ออกมาเพื่อป้องกันตัวเองจากศัตรู และเมื่อมีเป็นจำนวนมากก็อาจจะทำให้เป็นอันตรายต่อมนุษย์ได้ โดยทำให้เกิดผื่นแดง รวมทั้งทำให้เกิดอาการแพ้ ปวดศีรษะ จมูกอักเสบ เป็นต้น

นอกจากนี้ถ้าแมลงมาสัมผัสตัวมนุษย์ นอกจากทำให้เกิดความรำคาญ ตามลำตัวและขาของแมลงซึ่งมีหนามแหลมอาจขีดข่วนตามผิวหนัง ผู้ที่แพ้ก็จะมีอาการคัน บวมแดงหรือเป็นผื่นแพ้ได้ หากถูกแมลงขีดข่วนให้รีบล้างแผลให้สะอาดด้วยสบู่และน้ำ ถ้ามีอาการคัน พยายามอย่าเกา ให้ทาด้วยยาคาลาไมน์ หรือถ้ามีการอักเสบให้ทาด้วยยาปฏิชีวนะประเภทครีม

การกำจัดด้วงกระเบื้องทำได้โดยเตรียมน้ำละลายผงซักฟอกใส่ภาชนะนำไปวางไว้ใต้ดวงไฟนอกบ้าน เพื่อดักแมลงที่มาเล่นไฟให้จมน้ำตาย รวมทั้งสามารถฉีดพ่นสารเคมีกำจัดแมลงตามบริเวณแหล่งเกาะพัก แหล่งเพาะพันธุ์นอกบ้าน เช่น บริเวณโพรงไม้ผุใต้กองไม้ชื้น หรือกองซากพืชทับถม รวมทั้งบริเวณกองมูลสัตว์หรือปุ๋ย โดยสารเคมีที่ใช้เป็นสารในกลุ่มไพรีทรอยด์ เช่น ไซฟลูทริน, เดลตามิทริน, ไซเพอร์เมทริน เป็นต้น เมื่อสารถูกตัวด้วงกระเบื้อง จะทำให้แมลงตายได้ รวมทั้งจะมีฤทธิ์ตกค้างบริเวณที่ฉีดพ่น ประมาณ 3-6 เดือน ตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก ซึ่งจะทำให้ด้วงจะไม่มาเกาะอีก

อย่างไรก็ตามการใช้สารเคมีควรใช้ด้วยความระมัดระวัง เมื่อพ่นสารใหม่ๆ ไม่ควรให้คนหรือสัตว์เข้าในพื้นที่จนกว่าสารจะแห้งดี และสามารถพ่นซ้ำได้อีก ทั้งนี้ หากต้องการพ่นตามผนังอาคารบ้านเรือนเพื่อป้องกันไม่ให้แมลงมาเกาะ ควรเลือกใช้สารไซฟลูทรินแบบสูตรผงละลายน้ำ หรือสูตรดับเบิลยูพี (WP) สารเคมีจะเกาะที่ฝาผนังได้ดี มีผลป้องกันได้ 6 เดือน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : แมลงปีกแข็งยกฝูงบุกยึดบ้าน เจ้าของหนีลงมานอนที่ชั้นล่าง เฉลยมันคืออะไรพร้อมวิธีกำจัด

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...