“จตุพร” แนะ “ทักษิณ” ลง3จ.ใต้อย่าลืมไปขอโทษประชาชน
"จตุพร" แนะ "ทักษิณ"ลง 3 จ.ใต้ อย่าลืมไปขอโทษประชาชนเหตุการณ์กรือเซะ ตากใบ สะบ้าย้อย คาดสูตรใหม่ปรับ ครม. ถอดภูมิใจไทย ไม่เสริมพรรคไหนเข้าเสียบแทน ย้ำซักฟอกนายกฯ คนเดียว
นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊คไลฟ์ว่า นายทักษิณ ชินวัตร ในฐานะที่ปรึกษาประธานอาเซียน จะไปพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ พร้อมประชุมร่วมกองทัพภาค 4 ส่วนหน้าเพื่อหารือแนวทางแก้ไขปัญหาความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ เมื่อนายทักษิณ ลงใต้ไปนราธิวาส ก็ควรมาที่ตากใบ กรือเซะ และสะบ้าย้อย แล้วขอโทษประชาชนผู้บริสุทธิ์ที่เสียชีวิต บาดเจ็บมากมายและเป็นปฐมบทให้เหตุการณ์ไม่สงบ 3 จังหวัดชายแดนใต้ขยายประทุรุนแรงขึ้นมาต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2547
นายจตุพร กล่าวต่อว่า นายทักษิณ เป็นายกฯ ครั้งแรกปี 2544 แล้วถูกทหารยึดอำนาจปี 2549 นับจากนั้นกว่า 18 ปี ไม่เคยลงไปพื้นที่ชายแดนใต้เลย ดังนั้น 23 ก.พ.นี้ มีกำหนดการไปชายแดนใต้ในฐานะที่ปรึกษาประธานอาเซียน (นายอันวาร์ อิบราฮิม นายกฯมาเลเซีย) จึงควรไปแสดงความขอโทษกับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ไม่สงบรุนแรงที่เกิดช่วงตัวเองใช้อำนาจรัฐตำรวจ จัดการปัญหาด้วยวิธีรุนแรงด้วย
จากเหตุการณ์ปล้นปืนและความไม่สงบที่เกี่ยวเนื่องกัน นายทักษิณ กลับซ้ำเติมปัญหายิ่งขึ้น ด้วยการพูดเย้ยหยันความรุนแรงภาคใต้ว่า เกิดจากฝีมือโจรกระจอก แต่รัฐบาลไม่สามารถจัดการได้มานานกว่า 21 ปีดังนั้น โจรกระจอกจึงไม่เป็นจริง
ส่วนความขัดแย้งในพรรคร่วมรัฐบาลนั้น นายจตุพร กล่าวว่า เป็นปัญหาทางการเมืองเพราะการล็อกเป้าตรวจสอบที่ดินเขาใหญ่ ไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ดินทั่วไประดับประเทศ แต่โยงการตรวจสอบไปพัวพันกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.มหาดไทย จึงคิดเป็นอื่นไม่ได้ นอกจากต้องการเจาะจงและหวังผลทางการเมืองระยะสั้นช่วงอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งจะมีขึ้นในช่วงกลางเดือนมีนาคมนี้
อีกทั้งเตือนพรรคประชาชน ฝ่ายค้าน ที่มีข่าวจะถูกดึงเข้าร่วมรัฐบาลแทนพรรคภูมิใจไทยว่า พรรคประชาชนต้องการคิดแค่วันนี้หวังเอาตัวรอด หรือคิดถึงการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ถ้าคิดถึงการเปลี่ยนแปลง ในอนาคตแล้ว การอภิปรายไม่ไว้วางใจต้องล็อกเป้าที่นายกรัฐมนตรีคนเดียว
นอกจากนี้ นายจตุพร กล่าวว่า การปรับ ครม.ยังมีการวิเคราะห์อีกสูตรหนึ่งอาจเกิดขึ้น โดยปรับพรรคภูมิใจไทยออก และไม่ดึงพรรคใดเข้ามาร่วมรัฐบาลอีก ซึ่งจะทำให้เสียงรัฐบาลไม่ได้รับผลกระทบมากนัก เพราะเมื่อเปรียบเทียบกับเสียง 25 สส.พรรคประชาชนที่มีแนวโน้มจะถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ จะทำให้เสียงจำนวนครึ่งของสภาอยู่ที่ประมาณ 230 เสียง แต่รัฐบาลมีมากถึง 260 เสียงในกรณีปรับพรรคภูมิใจไทยออกไป
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook: https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews