โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กราดยิงในมหาวิทยาลัยในรัฐฟลอริดา สหรัฐฯ ดับ 2 เจ็บ 6

JS100

อัพเดต 18 เม.ย. 2568 เวลา 08.07 น. • เผยแพร่ 18 เม.ย. 2568 เวลา 04.29 น. • JS100:จส.100
กราดยิงในมหาวิทยาลัยในรัฐฟลอริดา สหรัฐฯ ดับ 2 เจ็บ 6

นายลอเรนซ์ เรเวลล์ หัวหน้าตำรวจเมืองแทลลาแฮสซี รัฐฟลอริดา สหรัฐฯเปิดเผยว่า มีผู้เสียชีวิต 2 ราย และมีผู้บาดเจ็บ 6 คนหลังคนร้าย คือ นายฟีนิกซ์ อิกเนอร์ นักศึกษาวัย 20 ก่อเหตุกราดยิงผู้อื่นใกล้อาคารองค์การนักศึกษาของมหาวิทยาลัยรัฐฟลอริดา (FSU)วิทยาเขตเมืองแทลลาแฮสซีเมื่อเวลาประมาณ 11.50น.ของวันพฤหัสบดี(17 เม.ย.)หรือราว 23.50น.ตามเวลาประเทศไทย โดยตำรวจชุดรักษาความปลอดภัยของมหาวิทยาลัย สามารถเข้าควบคุมสถานการณ์ และจับกุมคนร้ายอย่างรวดเร็ว ตำรวจระบุว่า คนร้ายถูกยิงได้รับ บาดเจ็บเพราะขัดขืนไม่ยอมวางอาวุธ เบื้องต้นคนร้าย ยังไม่ยอมให้การใดๆถึงมูลเหตุจูงใจในการก่อเหตุ

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้นำตัวผู้บาดเจ็บ 6 คน พร้อมคนร้ายส่งโรงพยาบาลเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บ จากการสอบสวนเบื้องต้น ตำรวจทราบว่า คนร้ายเป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ และได้นำปืนของแม่ ซึ่งเป็นผู้ช่วยนายอำเภอมณฑลลีออนเคาน์ตีมาใช้ก่อเหตุ

ด้านนายรอน เดอซานติส ผู้ว่าการรัฐฟลอริดาและภริยา แสดงความเสียใจกับครอบครัวของผู้เสียชีวิต ขอให้ตำรวจเร่งสอบสวน เพื่อดำเนินคดีคนร้ายในอัตราโทษจำคุกสูงสุดตามที่กฏหมายกำหนดไว้ และขอให้ผู้บาดเจ็บหายจากการเจ็บป่วย มีสุขภาพแข็งแรงโดยเร็ว พร้อมทั้งขอบคุณตำรวจที่เข้าควบคุมสถานการณ์อย่างรวดเร็ว ซึ่งช่วยรักษาชีวิตของนักศึกษาอีกจำนวนมาก

ด้านมหาวิทยาลัยรัฐฟลอริดาระบุว่า ขณะนี้ สถานการณ์ต่างๆในมหาวิทยาลัยมีความปลอดภัย โดยตำรวจขอความร่วมมือให้นักศึกษาเลี่ยงการเข้าไปใกล้จุดเกิดเหตุเพื่อไม่ให้กระทบการปฏิบัติงานของตำรวจในการรวบรวมหลักฐานในจุดเกิดเหตุ พร้อมทั้งสั่งปิดการเรียนการสอนและกิจกรรมทั้งหมดในวันนี้(18 เม.ย.) จากเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยระบุว่า วิทยาเขตเมืองแทลลาแฮสซี มีเนื้อที่ 4,340 ไร่ มีอาคารต่างๆรวม 403 หลัง มีนักศึกษา 42,507 คนในปีการศึกษา 2567

#สหรัฐ

#กราดยิงในมหาวิทยาลัย

#เหตุรุนแรง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...