ดับบลิว เฮ้าส์ ปั้นบ้าน Ultra-Luxury 50–100 ลบ. เจาะเศรษฐีเมืองท่องเที่ยว
ดับบลิว เฮ้าส์ หนีตลาดบ้านกลาง–บนแข่งสูง หันบุกตลาด Ultra-Luxury ราคา 50–100 ล้านบาท ปั้นบ้านซีรีส์ใหม่ ‘THE WORLD’ เจาะลูกค้าเศรษฐีเมืองท่องเที่ยว–หัวเมืองใหญ่ ล็อกเป้าเขาใหญ่ เชียงใหม่ และจังหวัดติดชายทะเล
นายเจตน์ กาญจนกูล กรรมการบริหาร บริษัท ดับบลิว เฮ้าส์ จำกัด (W House) บริษัทรับสร้างบ้านโมเดิร์นหรู ประสบการณ์กว่า 26 ปี เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดรับสร้างบ้านในไตรมาส 2 ปีนี้มีแนวโน้มการแข่งขันสูง จากการที่ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ (Developer) รายใหญ่เริ่มเข้ามาในตลาดรับสร้างบ้านมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มบ้านระดับกลางถึงบน
ทั้งนี้“ดับบลิว เฮ้าส์” พร้อมเดินหน้าขยายตลาดใหม่ในกลุ่ม Ultra-Luxury ที่ต้องใช้ความชำนาญเฉพาะทาง ทั้งในด้านการออกแบบ วิศวกรรม และการควบคุมคุณภาพ โดยบริษัทผ่านการสร้างคฤหาสน์หรู บ้านหลังใหญ่มาแล้วมากกว่า 500 หลัง ทำให้เข้าใจความต้องการเชิงลึก และสามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้อย่างตรงจุด
เพื่อรองรับความต้องการของกลุ่มเศรษฐีที่มีกำลังซื้อสูงในทำเลหัวเมืองใหญ่และเมืองท่องเที่ยวทั่วประเทศ เช่น เขาใหญ่ เชียงใหม่ และจังหวัดติดชายทะเล ที่ต้องการสร้างคฤหาสน์โมเดิร์นหรู ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง และอัตราการขยายตัวต่อเนื่อง
โดยกลุ่มลูกค้า Ultra-Luxury ส่วนใหญ่เป็นนักธุรกิจ เจ้าของกิจการ และนักลงทุน มีที่ดินเปล่า และต้องการสร้างบ้านขนาดใหญ่ ตั้งแต่ 1,000 ตร.ม. มูลค่าตั้งแต่ 50–100 ล้านบาทขึ้นไป ที่มีการออกแบบเป็นเอกลักษณ์ และเชื่อมโยงความเป็นตัวตนได้อย่างชัดเจน ไม่ซ้ำใคร พร้อมกับมีความคาดหวังสูงในความประณีต และคุณภาพในทุกมิติ ทั้งในด้านโครงสร้าง สถาปัตยกรรม และบริการครบวงจร
“Ultra-Luxury จะเป็นตลาดใหม่ที่เต็มไปด้วยโอกาส และเข้ามาเสริมความแข็งแกร่งให้กับ ดับบลิว เฮ้าส์ ในภาพรวม จากเดิมที่มีฐานลูกค้าหลักในกลุ่ม 15 ล้านบาทขึ้นไป ซึ่งเปิดให้บริการครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลเป็นหลัก”
นอกจากนี้ ยังเข้าร่วมงานสถาปนิก’68 เป็นปีที่สอง เพื่อเพิ่มการรับรู้แบรนด์“ดับบลิว เฮ้าส์” ในกลุ่มบ้านหรูระดับ Ultra-Luxury ที่ต้องการมาตรฐานสูงสุดในการออกแบบและก่อสร้าง วางแผนการเจรจานัดหมายลูกค้าใหม่ไม่ต่ำกว่า 20 รายภายในงาน และตั้งเป้ายอดจองสร้างบ้านอย่างน้อย 3 หลัง ภายหลังจากที่งานจบลง และการเปิดตัวแบบบ้านใหม่ พร้อมได้รับการตอบรับจากกลุ่มเป้าหมายโดยตรง
ไฮไลต์ที่จะเกิดขึ้นในงานสถาปนิก’68 “ดับบลิว เฮ้าส์” มาพร้อมกับโซน Interactive เน้นสร้างพื้นที่การสนทนาระหว่างลูกค้ากับทีมออกแบบตัวจริง พร้อมเปิดตัวคฤหาสน์ 6 หลัง จาก 6 แบบบ้านในซีรีส์ใหม่ “THE WORLD” เป็นครั้งแรก
ได้แก่ THE MOON, THE WIND, THE FLAME, THE OCEAN, THE FOREST และ THE SUN ที่ออกแบบมาเพื่อกลุ่มลูกค้า Ultra-Luxury โดยเฉพาะ ภายใต้แนวคิด "More is More" หมายถึงการออกแบบที่กล้าหาญ โดดเด่น และแสดงตัวตนของเจ้าของบ้านได้ชัดเจน ทั้งในมิติของแรงบันดาลใจ รายละเอียด และคุณค่าที่มากขึ้นด้านดีไซน์ วัสดุ และฟังก์ชันการใช้งาน
เพื่อให้ตอบรับกับความต้องการของลูกค้า Ultra-Luxury ที่ให้ความสำคัญกับบ้านสะท้อนความเป็นตัวเอง และเลือกใช้บริการบริษัทรับสร้างบ้านที่นำเสนอในสิ่งที่มากกว่าผลงานสวยหรือราคา แต่ต้องการความมั่นใจในมาตรฐานคุณภาพระดับสูง การทำงานที่เป็นระบบ โปร่งใส เชื่อถือได้ ส่งมอบบ้านได้ตรงเวลา รวมถึงบริการหลังการขาย
ที่สำคัญ จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ทำให้ความสนใจเรื่อง "ความแข็งแรงของโครงสร้างบ้าน" เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในกลุ่มที่สร้างบ้านเพื่อเป็นการลงทุนในระยะยาว ซึ่งสอดรับกับแนวทางการทำงานของดับบลิว เฮ้าส์ ที่ให้ความสำคัญกับการออกแบบโครงสร้างต้านแรงสั่นสะเทือน เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจได้ในทุกสถานการณ์ โดยมีระบบควบคุมคุณภาพตามมาตรฐาน ISO และทีมงานมืออาชีพที่ดูแลตลอดกระบวนการ รวมทั้งบริการหลังการขายแบบครบวงจร
ควบคู่ไปกับการให้บริการ Lifetime Service หรือดูแลบ้านระยะยาว โดยลูกค้าแต่ละหลังจะมีวิศวกรคอยดูแลและให้บริการแบบครบวงจรแบบหนึ่งต่อหนึ่ง ตั้งแต่เริ่มดูแบบ ปรับแบบ การยื่นขออนุญาต ก่อสร้าง ไปจนถึงการส่งมอบบ้าน และบริการหลังการขายที่มีให้ในระยะยาว นอกจากโครงสร้างที่มีรับประกัน 20–30 ปี งานหลังคา 5 ปีแล้ว