โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เช็กความพร้อม ‘SAT-1’ อัพเกรด ‘สุวรรณภูมิ’

MATICHON ONLINE

อัพเดต 13 ส.ค. 2566 เวลา 15.53 น. • เผยแพร่ 13 ส.ค. 2566 เวลา 22.45 น.

เช็กความพร้อม ‘SAT-1’ อัพเกรด ‘สุวรรณภูมิ’

อาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 1 (SAT-1) หนึ่งในโครงการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เฟส 2 วงเงินลงทุนกว่า 39,760 ล้านบาท เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสาร จากปัจจุบัน 45 ล้านคนต่อปี เป็น 60 ล้านคนต่อปี ช่วยบรรเทาความแออัดของผู้โดยสารและเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี

SAT-1 เตรียมเปิดให้บริการแบบไม่เป็นทางการหรือ Soft Opening ถือฤกษ์วันที่ 28 กันยายน ก่อนเปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบในต้นปี 2567

กีรติ กิจมานะวัฒน์ ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ให้รายละเอียดว่า ทอท.พร้อมเปิดใช้อาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 1 ในรูปแบบทดลองการให้บริการเสมือนจริงวันที่ 28 กันยายน หลังจากนี้ ทอท.จะเร่งประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจผู้โดยสารถึงขั้นตอน และวิธีการเชื่อมต่อการเดินทางจากอาคารผู้โดยสารหลักไปยังอาคาร SAT-1 ด้วยระบบรถไฟฟ้าไร้คนขับ APM

“เมื่อ SAT-1 เปิดให้บริการเต็มรูปแบบจะเป็นประโยชน์ทั้งผู้ใช้บริการ ประชาชน และอุตสาหกรรมการบิน และเพิ่มขีดความสามารถของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มุ่งสู่การเป็นสนามบินชั้นนำระดับโลก” ผู้อำนวยการใหญ่ ทอท.เกริ่นนำ

สำหรับรายละเอียดภายในตัวอาคาร SAT-1 มีพื้นที่ใช้สอยรวม 216,000 ตารางเมตร ตัวอาคารมีความสูง 4 ชั้น ประกอบด้วย ชั้น G เป็นพื้นที่สำหรับระบบสายพานลำเลียงกระเป๋าสัมภาระ และพื้นที่สำนักงาน ชั้น 2 เป็นพื้นที่สำหรับผู้โดยสารขาเข้า และพื้นที่สำหรับผู้โดยสารเชื่อมต่อเที่ยวบิน

ชั้น 3 เป็นพื้นที่สำหรับผู้โดยสารขาออก มีพื้นที่พักคอยสำหรับผู้โดยสารรอขึ้นเครื่อง เป็นแบบ Open Gate และมีร้านค้าตลอดแนวทางเดิน และชั้น 4 เป็นพื้นที่สำหรับห้องรับรองสายการบิน นอกจากนี้ มีชั้นใต้ดินอีก 2 ชั้น ประกอบด้วย ชั้น B2 เป็นพื้นที่สำหรับสถานีขนส่งระบบ APM และชั้น B1 เป็นพื้นที่ห้องงานระบบ

ทั้งนี้ ทาง ทอท.ได้ออกแบบอาคารที่ผสมผสานความทันสมัย และมีเอกลักษณ์ที่สื่อถึงความเป็นไทยมาติดตั้ง และสอดแทรกในบริเวณต่างๆ ของอาคาร มีความสวยงาม ประณีต สะท้อนมรดกวัฒนธรรม และวิถีชีวิตของชาวไทยในแต่ละภูมิภาค พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน

การออกแบบอาคารหลังนี้ คำนึงถึงการใช้งานของทุกเพศทุกวันอย่างเท่าเทียมกัน ด้วยการออกแบบเพื่อทุกคน (Universal Design) อาทิ ห้องนั่งสมาธิ ห้องละหมาด ที่แยกระหว่างหญิง-ชาย ห้องแม่และเด็ก (Babycare Room) รวมทั้งมีห้องและพื้นที่สำหรับเด็กเล่น เก้าอี้พักคอยซึ่งติดตั้งที่ชาร์จ พร้อมอุปกรณ์เสริมเต้ารับไฟฟ้าช่องเสียบ USB แบบ Universal เป็นต้น

สำหรับงานสถาปัตยกรรมภายในอาคาร SAT-1 มีการออกแบบให้สอดคล้องกับอาคารผู้โดยสารหลัก หรือ Main Terminal โดยผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรม ศิลปะที่สะท้อนเอกลักษณ์ความเป็นไทยให้กลมกลืนไปกับโครงสร้างอาคารที่ทันสมัย โดยมีผลงานการตกแต่งชิ้นเอกเป็นช้างคชสาร ตั้งอยู่บริเวณโถงกลางของชั้น 3 ซึ่งเป็นพื้นที่สำหรับผู้โดยสารขาออก

ส่วนปลายอาคารทั้ง 2 ด้าน คือทิศตะวันออกและทิศตะวันตกติดตั้งสุวรรณบุษบก และรัตนบุษบก ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานองค์พระพุทธปฏิมา ปางมารวิชัย และปางเปิดโลก โดยถอดแบบมาจากวัดผาซ่อนแก้ว เพื่อความเป็นสิริมงคลต่อสถานที่ เป็นขวัญและกำลังใจต่อผู้ปฏิบัติงานและผู้เดินทาง

นอกจากนี้ บริเวณชั้น 3 ของอาคาร ยังได้รับการออกแบบให้เป็นสวน ตกแต่งด้วยสัตว์หิมพานต์ ตามคติความเชื่อไทยแต่โบราณ อาทิ กินนร กินรี เหมราช และหงส์สา ส่วนชั้น 2 ซึ่งเป็นพื้นที่สำหรับผู้โดยสารขาเข้า ได้ออกแบบเป็นสวนสัญจรผ่าน จัดแสดงงานภูมิทัศน์ผสมผสานกับศิลปวัฒนธรรมของไทย อาทิ หุ่นละครเล็ก หนังใหญ่ หัวโขน และว่าวไทย เป็นต้น

ส่วนห้องน้ำภายในอาคารก็มีความโดดเด่นด้วยการนำเอกลักษณ์หรือลักษณะเด่นทั้ง 4 ภาคของประเทศไทย รวมถึงประเพณีวัฒนธรรมของไทยมาใช้ออกแบบรูปลักษณ์ภายใน ขณะที่สุขภัณฑ์ทั้งหมดได้ใช้ระบบอัตโนมัติเพื่อช่วยในการประหยัดน้ำ

ผอ.กีรติแจกแจงเพิ่มอีกว่า สำหรับพื้นที่เชิงพาณิชย์ในอาคาร SAT-1 จะมีทั้งร้านอาหาร ห้องรับรองของ และร้านค้าต่างๆ นั้น ปัจจุบันอยู่ระหว่างเตรียมความพร้อม และตกแต่งให้สมบูรณ์ โดยจะแล้วเสร็จทัน และพร้อมให้บริการในวันเปิดให้บริการอาคาร SAT-1

ทั้งนี้ อาคาร SAT-1 มีพื้นที่ 216,000 ตารางเมตร (ตร.ม.) สูง 4 ชั้น มีชั้นใต้ดิน 2 ชั้น ประกอบด้วย ชั้น B2 รถไฟฟ้า APM ชั้น B1 งานระบบ ชั้น G ระบบสายพานลำเลียงกระเป๋า ชั้น 2 ผู้โดยสารขาเข้า ชั้น 3 ผู้โดยสารขาออก และชั้น 4 ร้านค้า ร้านอาหาร มีประตูทางออกเชื่อมต่อกับหลุมจอดประชิดอาคาร (Contact Gate) 28 หลุมจอดอากาศยาน

ส่วนระบบขนส่งผู้โดยสารอัตโนมัติ (APM) เป็นรถไฟฟ้าระบบล้อยางแบบไร้คนขับ ที่ใช้รับ-ส่งผู้โดยสารระหว่างตัวอาคารผู้โดยสารหลักกับอาคาร SAT-1 ปัจจุบันมีความพร้อมในการให้บริการแล้ว โดยจะเปิดให้บริการแบบ Soft opening ปลายเดือนกันยายนนี้ ก่อนเปิดให้บริการเต็มรูปแบบปี 2567 จะช่วยรองรับผู้โดยสารจาก 45 ล้านคนต่อปี เป็น 60 ล้านคนต่อปี

สำหรับทางวิ่งหรือรันเวย์เส้นที่ 3 ก่อสร้างแล้วกว่า 73% คาดจะเสร็จเดือนกันยายน 2566 เปิดใช้งานเดือนกรกฎาคม 2567 ช่วยรองรับการจราจรทางอากาศเพิ่มขึ้นเป็น 94 เที่ยวบินต่อชั่วโมง จากปัจจุบัน 68 เที่ยวบิน

ผอ.กีรติให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า การเปิดใช้งานอาคาร SAT-1 การก่อสร้างรันเวย์เส้นที่ 3 และโครงการอื่นๆ นอกจากเป็นการวางพื้นฐานที่จะช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจ และการท่องเที่ยวประเทศแล้ว ยังรองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมการบินในอนาคต ทำให้ไทยมีศักยภาพในการแข่งขัน สามารถรองรับนักเดินทางจากทั่วโลก และสร้างความประทับใจแก่ผู้เดินทาง

ขณะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างบริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด โดย ณพศิษฏ์ จักรพิทักษ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่บริษัท วิทยุการบินฯ เสริมว่า วิทยุการบินฯได้ดำเนินการปรับปรุงฐานข้อมูลระบบบริหารจราจรทางอากาศ (Data Set) ให้สามารถรองรับข้อมูลอาคาร ทางขับ และทางวิ่งเส้นที่ 3 เนื่องจากการก่อสร้างดังกล่าวได้ส่งผลกระทบกับการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพของสนามบินในการแสดงผลของระบบบริหารจราจรทางอากาศ วิทยุการบินฯจึงวางแผนปรับปรุงฐานข้อมูลเป็น 2 ระยะ คือ ระยะที่ 1 ปรับปรุง Data Set เพื่อรองรับอาคาร SAT-1 โดยกำหนดแล้วเสร็จในเดือนกันยายน 2566 และระยะที่ 2 ปรับปรุง Data Set เพื่อรองรับทางวิ่งเส้นที่ 3 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยจะดำเนินการให้ทันการเปิดใช้งานทางวิ่งเส้นที่ 3 ภายในเดือนกันยายน 2567

“นอกจากนี้ วิทยุการบินฯได้ดำเนินการติดตั้งระบบ CCTV แบบ panorama ไว้ 2 จุดณ อาคาร SAT-1 เพื่อให้เจ้าหน้าที่ควบคุมจราจรทางอากาศสามารถมองเห็นภาพเครื่องบินที่ผ่านจาก Taxiway เพื่อความปลอดภัย สามารถอำนวยความสะดวกให้กับทุกเที่ยวบินได้อย่างมีประสิทธิภาพ” กรรมการผู้อำนวยการใหญ่บริษัท วิทยุการบิน สรุป

เป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนและส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพท่าอากาศยานของประเทศไทย ให้เป็นศูนย์กลางในการขนส่งทางอากาศหรือฮับ ของภูมิภาคในอนาคต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...