ร้านอาหารดังระยอง ถูกมิจฉาชีพหลอกจองโต๊ะจัดงานเลี้ยง ส.ส. ออกอุบายสั่งไวน์ราคาแพง ทำสูญเงินครึ่งล้าน
ร้านอาหารดังระยอง ถูกมิจฉาชีพหลอกจองโต๊ะ จัดงานเลี้ยง ส.ส. ออกอุบายสั่งไวน์ราคาแพง สูญเงินครึ่งล้าน สุดเซ็ง ตร.-ธนาคารโยนกันไปมา ไม่ตรวจสอบจริงจัง
เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจาก นางปิยะฉัตร อายุ 66 ปี เจ้าของร้านอาหาร เดอะไวต์เฮาส์ ถูกแก๊งมิจฉาชีพ เข้ามาหลอกให้สูญเงินไป 432,000 บาท โดยได้เข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.เมือง ระยอง เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม พร้อมทั้งแจ้งทางธนาคารที่โอนเงิน และธนาคารของมิจฉาชีพที่ใช้รับโอนเงิน แต่ยังไม่มีความคืบหน้า โยนกันไปมาระหว่างตำรวจกับธนาคาร
นางปิยะฉัตรกล่าวว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 19 สิงหาคม มีผู้หญิงโทรมาสอบถามว่าจะขอจัดงานเลี้ยงในนามบริษัทหนึ่ง ในเวลา 18.30 น. วันที่ 19 สิงหาคม หลังจากนั้นมีการขอแอดไลน์ของตนเอง โดยใช้ไลน์ชื่อ”Chuthima” แล้วก็มีการสั่งอาหารจำนวนหลายรายการ มีการเปลี่ยนแปลงรายการอาหารหลายครั้ง เสมือนทำให้วุ่นตลอด
หลังจากตกลงกันได้ ผู้หญิงคนดังกล่าวทำการส่งสลิปธนาคาร ธกส.โอนเงินค่าอาหารจำนวน 14,319 บาท มาให้ดูทางไลน์ แต่ยังไม่ทันตรวจสอบ ปรากฏว่ามีการสั่งไวน์ยี่ห้อที่มีราคาสูง แต่ทางร้านไม่มี
ผู้หญิงคนดังกล่าวบอกว่า ไม่ได้ ส.ส.จะต้องดื่มไวน์ระดับนี้เท่านั้น พร้อมทั้งแนะนำร้านที่มีไวน์ยี่ห้อดังกล่าวขายจำนวนมาก โดยให้แอดไลน์ไปที่ไลน์ ไอดีไลน์ “Wine_w986” และแจ้งว่า หากตกลงซื้อขายกันได้แล้ว ให้แจ้งยอดเงินจะโอนเงินไปให้
หลังจากแอดไลน์ไปที่ร้านไวน์ดังกล่าว เมื่อสอบถามถึงยี่ห้อไวน์ ที่ลูกค้าต้องการปรากฏว่ามีครบ แล้วทางร้านยังยินดีรับคืนสินค้าทั้งหมด เบื้องต้น หลังจากตกลงราคากันจบ จึงแจ้งราคาไปให้ผู้หญิงคนดังกล่าว ทราบราคา และก็ตอบกลับว่าพร้อมจะโอนเงินให้ทันที ตนเองจึงโอนเงินซื้อไวน์ไปทั้งหมด 432,000 บาท โดยโอนเงินเข้าบัญชี จำนวน 2 ธนาคาร
หลังจากที่โอนเงินไปแล้ว รู้สึกว่าผิดปกติ เพราะตรวจสอบยอดเงินทั้งหมดยังไม่เข้าบัญชี จึงสอบถามไปยังผู้หญิงคนดังกล่าว ก็ได้คำตอบพร้อมให้เบอร์โทรติดต่อผู้จัดการฝ่ายบัญชี โทรไปไม่มีการรับสาย จนต่อมามีสายโทรเข้ามา เป็นผู้ชายบอกว่าเป็น ผจก.ฝ่ายบัญชี พร้อมพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจว่า ไม่ต้องกังวล ถ้าเงินไม่เข้าจะจ่ายเป็นเงินสดให้ แล้วยังบอกว่ากำลังจะไปที่ร้าน เตรียมเบิกเงินสดไปให้
ส่วนทางร้านไวน์ โทรกลับมาแจ้งว่าต้องจ่ายค่าไวน์ที่เหลือทันที จึงแจ้งว่าพนักงานอยู่ที่ อ.บ้านฉาง จ.ระยอง ให้ส่งที่ตั้งร้านมาให้ จะให้พนักงานเข้าไปที่ร้าน ทางร้านก็เงียบไป และก็ไม่สามารถคิดต่อใครได้อีกเลย ในตอนแรกยังคิดว่าโอนเงินค่าไวน์ไปผิด จึงติดต่อทางธนาคาร แต่ทางธนาคารให้ไปแจ้งความก่อน จึงจะตรวจสอบข้อมูลได้ จึงรีบไปแจ้งความ พอแจ้งความเสร็จ ทางธนาคารตรวจสอบ พบว่าเป็นกลุ่มมิจฉาชีพ ให้รับแจ้งความใหม่ว่าถูกมิจฉาชีพหลอกให้โอนเงิน เพราะมีการโอนเงินหลายครั้ง จำนวนครั้งละ 49,999 บาท เพื่อเลี่ยงการตรวจสอบใบหน้า
นางปิยะฉัตรเปิดเผยต่ออีกว่า หลังจากที่ทราบว่าถูกหลอกโดยกลุ่มมิจฉาชีพ ที่มีตัวละครทั้งหมด 3 คน คนติดต่อจองร้าน ร้านไวน์ และ ผจก.ฝ่ายบัญชี โดยใช้วิธีการร่วมกันรับลูก โทรเข้ามาทำให้วุ่นวายกับการเปลี่ยนรายการอาหาร และห่อขวดไวน์เป็นของขวัญ จนทำให้ไม่มีเวลาตรวจสอบบัญชี พอรู้ตัวก็สายไปแล้ว จึงเป็นอีกหนึ่งอุทาหรณ์เตือนผู้ประกอบการร้านอาหาร
ซึ่งทราบว่าถูกมิจฉาชีพหลอกในรูปแบบเดียวกันจำนวนหลายร้านด้วยกัน พร้อมทั้งตำหนิการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ควรจะต้องใส่ใจและฉับไวมากกว่านี้ ไม่ใช่โยนเรื่องกันไปมา ธนาคารก็เช่นกัน ในเมื่อรู้ว่าการเปิดบัญชีเป็นช่องโหว่ให้มิจฉาชีพ แต่กลับไม่ใส่ใจในการตรวจสอบ และควรจะมีการตรวจสอบที่เข้มงวดกว่านี้ เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้บริการ หากเห็นการโอนเงินที่ผิดปกติก็ควรจะต้องมีการตรวจสอบทันที พอเกิดเรื่องกลับไม่สามารถเปิดเผยอะไรกับผู้เสียหายได้เลย ทั้งที่ต้องสูญเสียเงิน ขอฝากให้ภาครัฐที่เกี่ยวข้องควรจะต้องเร่งปราบปรามป้องกัน ไม่ใช่ปล่อยผ่านจนเกิดความเสียหายขึ้นมาตลอด นับวันยิ่งเพิ่มมากขึ้น