รู้จัก ‘ลาเกอร์-ดังคุล-ไวเซ่น’ สูตรเบียร์ 'คาราบาว-ตะวันแดง' 2 ยี่ห้อใหม่ชิงตลาดเบียร์ 2.6 แสนล.
เมื่อวันที่ 15 ก.ย. ที่ผ่านมา ‘สเถียร เสถียรธรรมะ’ ประธานกรรมการ บริษัท ตะวันแดง 1999 จำกัด และประธานกรรมการ บริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ออกมาเผยคลิป‘ทีเซอร์’ (Teser) ผ่านเพจเฟซบุ๊คคาราบาว ตะวันแดง เบเวอเรจ (Carabao Tawandang Beverage) บอกเล่าเรื่องราวประสบการณ์การทำโรงเบียร์ระดับโลกสูตรมาตรฐานเยอรมัน
คลิปวิดีโอนี้ คาดถูกปล่อยออกมาเรียกน้ำย่อย ก่อนเปิดตัวสินค้าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์กลุ่มเบียร์แบรนด์ใหม่ ที่ท้ายคลิป เสถียร บอกว่า เรามี2แบรนด์อยู่ในมือแล้ว คือ ‘คาราบาว’ และ ‘ตะวันแดง’
โดยทีเซอร์ ดังล่าวได้บอกเล่าจุดเริ่มต้น ประสบการณ์ความเชี่ยวชาญ จนถึงความสำเร็จในการทำโรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง ที่ ‘เสถียร’ มักถูกตั้งคำถามจากลูกค้าอยู่ประจำว่า “ทำไมไม่เอาเบียร์รสชาติดีขนาดนี้ของโรงเบียร์มาใส่ขวดขาย”
เสถียร บอกว่า “การทำธุรกิจเบียร์นั้นไม่ง่ายอย่างที่คิด ด้วยเจ้าตลาดที่มีความแข็งแกร่ง และความไม่พร้อมที่จะเอาธุรกิจที่ทำอยู่ตอนนั้น คือ ‘คาราบาวแดง’ เข้ามาเสี่ยง ’ทำให้เขาตัดสินใจยังไม่ลงมาแข่งขันในธุรกิจเบียร์และเก็บความคิดนี้เอาไว้มาโดยตลอดกว่า 20 ปี
ทว่าในวันนี้ “เรามีความพร้อมในการทำเบียร์แล้ว และเราจำเป็นต้องทำตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป” เสถียร ย้ำถึงความมั่นใจ
จากประสบการณ์การทำธุรกิจ สู่แนวคิดในการสร้างสินค้าใหม่ เริ่มตั้งแต่วิธีคิดไปจนถึงลงมือทำ กับความท้าทายในเรื่องรสชาติและการผลิต เพื่อให้คนไทยทุกคนได้สัมผัสประสบการณ์ระดับโลก
ด้วยโจทย์ใหญ่ที่รับมาจากความต้องการลูกค้า คือ คุณภาพและรสชาติ มาตรฐานเดียวกับเบียร์สดของโรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง ทำให้ เขาต้องกลับไปจุดกำเนิดของเบียร์ระดับโลกในประเทศเยอรมันนี พร้อมทำงานร่วมกับ บริว มาสเตอร์ นักปรุงเบียร์สัญชาติเยอรมัน และ สถาบันวิจัย LVB Berlin ที่อยู่มานานแล้วกว่า 150 ปี
เพื่อให้ได้เบียร์สูตรและรสชาติสไตล์เยอรมันขนานแท้ ผลิตภายใต้ German Purity Law (กฎการทำเบียร์เยอรมัน) ด้วยวัตถุดิบมอลต์ ฮอบส์ และยีสต์เท่านั้น จนได้รสชาติที่หนักแน่นและนุ่มนวล สามารถแข่งขันกับเบียร์นำเข้าจากต่างประเทศ และตลาดเบียร์พรีเมียมในประเทศ ได้
สำหรับตำรับเบียร์สดรสเยอรมันของโรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง ที่ ‘เสถียร’ ใช้เป็นโจทย์ใหญ่ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์เบียร์น้องใหม่เข้าสู่ตลาด คือ
ลาเกอร์เบียร์ (Lager Beer)
เบียร์สีทอง ที่ใช้ยีสต์ชนิดจมเป็นเชื้อ หมักบ่มนานถึง 28 วัน รสชาตินุ่มลิ้น ฟองเบียร์น้อย มีกลิ่นหอมของดอกฮ๊อป อบอวลชวนดื่ม ปริมาณแอลกอออล์ประมาณ 5%
ดุงเกลเบียร์ : Dunkel Beer
รู้จักกันในชื่อของ “เบียร์ดำ” เพราะสีของเบียร์จะเป็นสีน้ำตาลเข้ม หมักบ่มนาน 28 วัน มีรสหวานเจือรสขมจางๆของมอลต์ที่คั่วจนหอมแล้วเป็นสีดำ ปริมาณแอลกอออล์ประมาณ 4.5%
ไวเซนเบียร์ : Weizen Beer
เบียร์กลิ่นผลไม้ ใช้ยีสต์ชนิดลอยเป็นเชื้อ มีระยะเวลาหมักบ่ม 19 วัน ผลิตจากมอลต์ที่ได้จากข้าวสาลี หรือผลไม้ ฟองมากนุ่มลิ้น มีกลิ่นหอมรสผลไม้ ปริมาณแอลกอออล์ประมาณ 5.5%
สอดคล้องกับที่คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า ‘เสถียร’ จะทำเบียร์ประเภท ‘ลาร์เกอร์’ 100% มอลล์ และเบียร์ ดุงเกล (Dunkle) หรือเบียร์ดำ ด้วยแบรนด์ ‘คาราบาว’ ส่วนเบียร์ประเภท ‘ไวเซน’ หรือเบียร์จากวัตถุดิบข้าวสาลี และอีกตัวคือเบียร์โรเซ่ (Rose) สำหรับแบรนด์ ‘ตะวันแดง’ เป็นวีทเบียร์ผสมราสเบอร์รี่ ที่สะท้อนจุดเด่นจากการเป็นโรงกลั่นเบียร์เฉพาะตัว มาเป็นจุดขายในการเข้าตลาดเบียร์
โดยคาดว่า เบียร์เยอรมันตะวันแดงในรูปแบบขวดจะออกสู่ตลาดในเดือนพฤศจิกายน 2566 นี้ เพื่อให้ทันกับตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงเทศกาลเฉลิมมฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2567 นี้
สำหรับการเข้ามาในตลาดเบียร์ครั้งนี้ ‘เสถียร’ บอกว่าใช้งบลงทุนไม่ต่ำกว่า 4,000 ล้านบาท มีกำลังการผลิตราว 400 ล้านลิตร พร้อมวางตำแหน่งสินค้าในกลุ่มเบียร์สแตนดาร์ด มีส่วนแบ่งตลาดราว 20% และ ในกลุ่มเบียร์ อีโคโนมี ที่มีมูลค่าตลาดมากว่า 1.5 แสนล้านบาท จากมูลค่าตลาดรวมเบียร์กว่า 2 แสนล้านบาท และขยายการเติบโตต่อเนื่องทุกปี
เสถียร บอกว่า “ด้วยรสชาติ คุณภาพมาตรฐานเบียร์สไตล์เยอรทมันแท้สูตรเดียวกับโรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง จะเป็นจุดเด่นที่ทำให้ เบียร์น้องใหม่ของ คาราบาว ตะวันแดง เบเวอเรจ เข้าไปแข่งขันในตลาดระดับสากล ได้ไม่ยากมากนัก