โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

เปิด 77 เมนูเชิดชูอาหารถิ่น 77 จังหวัด มีอะไรบ้าง เช็กเลย

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 02 ก.ย 2566 เวลา 09.35 น. • เผยแพร่ 01 ก.ย 2566 เวลา 12.43 น.

เปิด 77 เมนูเชิดชูอาหารถิ่น 77 จังหวัด จากกิจกรรม “1 จังหวัด 1 เมนู เชิดชูอาหารถิ่น” ภายใต้โครงการส่งเสริมและพัฒนายกระดับอาหารถิ่นสู่มรดกทางวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ความเป็นไทย (Thailand Best Local Food) “รสชาติที่หายไป The Lost Taste” ของกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม

ตามที่กรมส่งเสริมวัฒนธรรมได้ดำเนินการจัดกิจกรรม “1 จังหวัด 1 เมนู เชิดชูอาหารถิ่น” ภายใต้โครงการส่งเสริมและพัฒนายกระดับอาหารถิ่นสู่มรดกทางวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ความเป็นไทย (Thailand Best Local Food) “รสชาติที่หายไป The Lost Taste” นั้น

ล่าสุด กรมส่งเสริมวัฒนธรรมออกประกาศ เรื่อง ผลการคัดเลือกกิจกรรม “1 จังหวัด 1 เมนู เชิดชูอาหารถิ่น” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 จำนวน 77 รายการ จาก 77 จังหวัดแล้ว

นายโกวิท ผกามาศ อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม เปิดเผยว่า การขับเคลื่อนกิจกรรม “1 จังหวัด 1 เมนู เชิดชูอาหารถิ่น” ภายใต้โครงการการส่งเสริม และพัฒนายกระดับอาหารถิ่น สู่มรดกทางวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ความเป็นไทย (Thailand Best Local Food) “รสชาติ…ที่หายไป The Lost Taste” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ซึ่งเป็นไปตามเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม พ.ศ. 2559

ด้วยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประวัติศาสตร์ของอาหารไทย อาหารท้องถิ่น ที่มีความสัมพันธ์กับวิถีชีวิตคนไทย เป็นการรวบรวมและเผยแพร่ข้อมูล สารสนเทศ รวมทั้งสาระความรู้เกี่ยวข้อง ทั้งเป็นการต่อยอดสมุนไพรไทยที่มีสรรพคุณทางเลือกใช้บรรเทาอาการเจ็บป่วยเบื้องต้นให้คงอยู่และส่งต่อเป็นมรดกทางภูมิปัญญาที่มีการสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น นำมาสร้างคุณค่าและมูลค่า รณรงค์ส่งเสริมให้คนไทยได้ตระหนักเกิดความภาคภูมิใจกระตุ้นให้เกิดการยกระดับอาหารไทยพื้นถิ่น สู่อาหารจานเด็ดที่ต้องชิม ผลักดันให้เป็นเมนูซอฟพาวเวอร์ ส่งเสริมการท่องเที่ยว สร้างรายได้หนุนเศรษฐกิจของท้องถิ่นและประเทศให้ยั่งยืนสืบไป

นายโกวิทเผยต่อว่า จากการประชุมผู้ทรงคุณวุฒิและกรรมการเพื่อพิจารณาคัดเลือกกิจกรรม “1 จังหวัด 1 เมนู เชิดชูอาหารถิ่น” ที่ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิผู้เชี่ยวชาญจากหลายด้าน อาทิ ด้านมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ด้านวิจัยภูมิปัญญาและการพัฒนาชุมชน ด้านอาหารและโภชนาการ ด้านการสร้างโมเดลธุรกิจและการเติบโตการตลาดดิจิทัล ด้านเชฟชุมชนอาหารไทยและอาหารพื้นเมือง ได้ร่วมกันพิจารณาคัดเลือกเมนูอาหารที่นายกเหล่ากาชาดจังหวัด สภาวัฒนธรรมจังหวัดและสำนักงานวัฒนธรรมทุกจังหวัดทั่วประเทศ รวมทั้งกรุงเทพมหานคร นำเสนอมาจังหวัดละ 3 เมนู รวมทั้งสิ้น 231 รายการ เพื่อให้กรรมการได้พิจารณาคัดเลือกให้เป็นเมนูตัวแทนจังหวัด รวม 77 เมนู

“ซึ่งเมนูอาหาร 77 เมนู ที่ผ่านการคัดเลือกนี้ ถือเป็นเมนูที่เปี่ยมไปด้วยภูมิปัญญาด้านอาหาร มีสรรพคุณในทางยาสมุนไพร มีส่วนผสมหรือเครื่องปรุงที่ถูกหลักโภชนาการ ให้สารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เป็นมรดกที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น ทั้งยังเป็นอาหารที่มีความเสี่ยงใกล้จะสูญหาย ด้วยขั้นตอนกรรมวิธีการทำที่ยุ่งยากซับซ้อน อาจจะไม่เหมาะสำหรับวิถีชีวิตของคนในปัจจุบัน จึงเป็นเมนูอาหารที่ทรงคุณค่าต่อการอนุรักษ์สืบสาน และส่งเสริมให้เกิดการต่อยอดให้ได้รับความนิยมต่อไป” นายโกวิทกล่าว

เมนูอาหารที่ได้รับการคัดเลือกเป็น “1 จังหวัด 1 เมนู เชิดชูอาหารถิ่น” เช่น ข้าวตอกตั้ง-กรุงเทพมหานคร, แกงมัสมั่นกล้วยไข่-กำแพงเพชร, ยำไกน้ำของ(สาหร่ายแม่น้ำโขง)-เชียงราย, ตำจิ๊นแห้ง-เชียงใหม่, เมี่ยงจอมพล-ตาก, แกงแคไก่เมือง-น่าน, หลนปลาส้มพะเยา-พะเยา, น้ำพริกเม็ดบัวปลาย่าง-พิษณุโลก, ปิ้งไก่ข้าวเบือ-เพชรบูรณ์, น้ำพริกน้ำย้อย-แพร่, แกงฮังแลลำไย-ลำพูน, ข้าวเปิ๊บสุโขทัย-สุโขทัย, อั่วบักเผ็ด-อุตรดิตถ์ ปลาแดกบองสมุนไพร-ขอนแก่น

คั่วเนื้อคั่วปลา-ชัยภูมิ, เมี่ยงตาสวด-นครพนม, เมี่ยงคำ (โคราช)-นครราชสีมา, หมกหม้อปลาน้ำโขง-บึงกาฬ ขนมตดหมา-บุรีรัมย์, แจ่วฮ้อนท่าขอนยาง-มหาสารคาม, ตำเมี่ยงตะไคร้ ลำข่าสดใส่มดแดง-มุกดาหาร, อั่วกบ (กบยัดไส้)-ยโสธร, ข้าวปุ้นน้ำยาปลาหลด-ร้อยเอ็ด,
ส้าปลาน้ำโขง-เลย, ละแวกะตาม-ศรีสะเกษ, แกงหวาย-สกลนคร, เบาะโดง (น้ำพริกมะพร้าวโบราณ)-สุรินทร์, ลาบหมาน้อย-อุบลราชธานี

ข้าวตอกน้ำกะทิทุเรียนนนท์-นนทบุรี, เมี่ยงคำบัวหลวง-ปทุมธานี, แกงคั่วส้มหน่อธูปฤาษีกับปลาช่อนย่าง-ประจวบคีรีขันธ์, แกงเหงาหงอด-พระนครศรีอยุธยา, แกงรัญจวน-สมุทรสงคราม, แกงบวน-สิงห์บุรี, ปลาหมำสมุนไพรทอดกรอบ-สุพรรณบุรี, ต้มส้มปลาแรด-อุทัยธานี, ลุกกะทิชองหรือน้ำพริกชองพร้อมผักเคียง-จันทบุรี, หมูหงส์-ฉะเชิงเทรา, ปลาคก-ชลบุรี

แกงเลียงกระแท่งหอยนางรม-ตราด, แกงส้มผักกระชับ-ระยอง, น้ำพริกกะสัง-สระแก้ว, ปลากจุกเครื่อง-กระบี่ โกยุก-ตรัง, ขนมปะดา-นครศรีธรรมราช, อาเกาะ-นราธิวาส, อาจาดหู-พังงา, น้ำชุบเมืองหลาง 9 อย่าง-ภูเก็ต, ก๊กซิมบี้-ระนอง,
ข้าวยำโจร(ข้าวยำคลุกสมุนไพร)-ยะลา, ข้าวเหนียวเหลืองแกงแพะ-สตูล และแกงขมิ้นไตปลาโบราณ-สุราษฎร์ธานี เป็นต้น

อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรมบอกอีกว่า กรมส่งเสริมวัฒนธรรมจะดำเนินการรวบรวมองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อจัดพิมพ์หนังสือ “1 จังหวัด 1 เมนู เชิดชู อาหารถิ่น” เผยแพร่ต่อสาธารณะ และจัดทำโล่รางวัลเพื่อมอบให้แก่จังหวัด และจัดทำเกียรติบัตร มอบให้แก่ผู้เสนอรายการ จากทุกจังหวัดที่เข้าร่วมกิจกรรม

และจะมีการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการสรุปบทเรียนการขับเคลื่อนโครงการส่งเสริมและพัฒนายกระดับอาหารถิ่นสู่มรดกทางวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ความเป็นไทย (Thailand Best Local Food) “รสชาติ…ที่หายไป The Lost Taste” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ระหว่างวันที่ 20 – 22 กันยายน 2566 ณ โรงแรมเดอะพาลาสโซ ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพมหานคร โดยจะมีการจัดงานประกาศยกย่อง “1 จังหวัด 1 เมนู เชิดชูอาหารถิ่น” สร้างการรับรู้ให้สังคมไทยในวันที่ 21 กันยายน 2566 ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยต่อไป

สำหรับผู้ที่สนใจ เครือข่ายวัฒนธรรมจังหวัดต่าง ๆ สามารถตรวจสอบประกาศรายชื่อ เมนูอาหารทั้งหมดได้ทาง www.culture.go.th และเฟซบุ๊กกรมส่งเสริมวัฒนธรรม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...