โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

รู้จักอิสราเอล ท่ามกลางปัญหาคุกรุ่น ประเทศที่มีวัฒนธรรมเก่าแก่กว่า 4 พันปี

เส้นทางเศรษฐี

อัพเดต 09 ต.ค. 2566 เวลา 11.41 น. • เผยแพร่ 09 ต.ค. 2566 เวลา 09.02 น.

รู้จักอิสราเอล ท่ามกลางปัญหาคุกรุ่น ประเทศที่มีวัฒนธรรมเก่าแก่กว่า 4 พันปี

อิสราเอลถูกจัดให้เป็นประเทศพัฒนาแล้ว จากประชากรที่มีคุณภาพ การได้รับการสนับสนุนจากอเมริกาและยุโรป และการพัฒนาคนในประเทศท่ามกลางปัญหาที่คุกรุ่น นอกจากนี้ ยังมีอัตราค่าแรงที่สูงทำให้ 90% ของแรงงานเป็นคนไทยเสียส่วนใหญ่ในภาคการเกษตร

นี่เป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับอิสราเอล วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาไปรู้จักกับประเทศอิสราเอล และความสัมพันธ์อันยาวนานที่ดีกับประเทศไทย

อิสราเอลและประเทศไทยสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2497

โดยอิสราเอลได้เปิดสถานเอกอัครราชทูตประจำประเทศไทยในปี 2500 ส่วนไทยเปิดสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ในเดือนมกราคม 2539 โดยมี นายรณรงค์ นพคุณ ดำรงตำแหน่งเป็นเอกอัครราชทูตไทยประจำอิสราเอล ณ กรุงเทลอาวีฟ คนแรก

ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยและอิสราเอล เป็นทวิภาคีและความร่วมมืออันดีทั้งทางด้านเศรษฐกิจและการค้า ความร่วมมือทางวิชาการและเทคโนโลยี ความร่วมมือในกรอบองค์การระหว่างประเทศ และแรงงานไทยที่ทำงานในอิสราเอล

ทั้งนี้ แรงงานไทยเป็นที่ต้องการของอิสราเอลเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในภาคการเกษตรซึ่งแรงงานไทยทำงานอยู่ในปัจจุบันประมาณ 26,000 คน (คิดเป็นร้อยละ 90 ของแรงงานเกษตรของอิสราเอลทั้งหมด) กระจัดกระจายตามชุมชนการเกษตร (Kibbutz หรือ Moshav) ทั่วอิสราเอล โดยแรงงานเหล่านี้ได้รับอนุญาตให้เข้าไปทำงานในอิสราเอลเพียงชั่วคราว และมีการหมุนเวียนเข้าออกอิสราเอลอยู่ตลอดเวลา

ข้อมูลน่ารู้เกี่ยวกับประเทศอิสราเอลสำหรับคนไทย

เมืองหลวง

เทลอาวีฟ

เมืองสำคัญ

เยรูซาเล็ม ไฮฟา เอลัท และเบียร์เชวา

ประชากร

มีจำนวนประมาณ 9.4 ล้านคน (สถานะ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2564) ร้อยละ 90 อาศัยอยู่ในเขตเมืองที่ทันสมัย แต่ก็มีบางส่วนที่อาศัยอยู่ในเขตเมืองเก่า ส่วนประชากรอีกร้อยละ 6 อยู่ในชนบท โดยเป็นสมาชิกสหกรณ์ 2 ลักษณะคือ คิบบุตซ์ และโมชาฟ ชาวอิสราเอลมีหลายชาติพันธ์ุ ทั้งชาวยิว และชนอาหรับพื้นเมือง รวมทั้งชาวยิวที่อพยพมาจากยุโรป แอฟริกา เอเชีย และประเทศตะวันออกกลางอื่นๆ ประชากรส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในเมืองใหญ่ๆ อาทิ เทลอาวีฟ เยรูซาเล็ม และไฮฟา ที่เหลือกระจัดกระจายตามพื้นที่การเกษตรทั่วประเทศ ชาวอิสราเอล ร้อยละ 79.8 นับถือศาสนายูดาย (Judaism) ที่เหลือนับถือศาสนาอิสลาม (14 %) คริสต์ (2%)

ภาษา

ภาษาฮิบรู (Hebrew) เป็นภาษาราชการ โดยชาวอิสราเอลเชื้อสายอาหรับจะใช้ภาษาอารบิก (Arabic) ทั้งนี้ ประชาชนส่วนใหญ่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้ดี

ภูมิอากาศ

แบบเมดิเตอร์เรเนียน ร้อนแห้งในฤดูร้อน เย็นปานกลาง และมีฝนตกเล็กน้อยในฤดูหนาว อุณหภูมิเฉลี่ย ระหว่าง 8-36 องศา ฝนตกประมาณปีละ 64 วัน ปริมาณ 539 มิลลิเมตร

ภูมิประเทศ

หลายลักษณะทั้งที่ราบชายฝั่งทะเล (ภาคตะวันตก) หุบเขาเทือกเขา (ภาคตะวันออก) และทะเลทราย (ภาคใต้) ทะเลสาบ Dead Sea บริเวณภาคใต้ถือว่าเป็นจุดที่อยู่ต่ำสุดของโลก อิสราเอลมีพื้นที่ 27,800 ตารางกิโลเมตร (รวมพื้นที่ของฝ่ายปาเลสไตน์) จากเหนือถึงใต้มีความยาว 470 กิโลเมตร สามารถเดินทางด้วยรถยนต์จากเหนือสุดถึงใต้สุดใช้เวลา 9 ชั่วโมง จากตะวันตกไปตะวันออก มีความกว้างสุด 135 กิโลเมตร ใช้เวลา 90 นาที

การเมืองภายใน

นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันของอิสราเอลคือนาย Yair Lapid

อัตราแลกเปลี่ยน

1 เชคเกล = ประมาณ 10 บาท

วัฒนธรรม

อิสราเอลมีวัฒนธรรมทั้งเก่าและใหม่ผสมผสานกัน กล่าวคือ วัฒนธรรมโบราณของยิวที่เก่าแก่กว่า 4,000 ปี และวัฒนธรรมใหม่ที่เกิดจากการหลั่งไหลของชาวยิวจากทั่วโลกที่กลับเข้าไปตั้งถิ่นฐานในอิสราเอลภายหลังการก่อตั้งรัฐอิสราเอลเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2491

ชาวอิสราเอลร้อยละ 90 อาศัยอยู่ในเขตเมืองที่ทันสมัย แต่ก็มีบางส่วนที่อาศัยอยู่ในเขตเมืองเก่า ส่วนประชากรอีกร้อยละ 6 อยู่ในชนบทโดยเป็นสมาชิกสหกรณ์ 2 ลักษณะคือ คิบบุตซ์ และโมชาฟ

ข้อมูลแรงงานที่ควรทราบ

– สำหรับระบบการว่าจ้างแรงงานต่างชาติอิสราเอล รัฐจะให้วีซ่าแก่นายจ้าง เพื่ออนุญาตให้นายจ้างนั้นรับโควตาว่าจะสามารถจ้างแรงงานต่างชาติได้จำนวนเท่าใด หากมีการเปลี่ยนนายจ้าง นายจ้างใหม่ต้องมีวีซ่าว่าง จึงจะสามารถรับโอนได้ โดยต้องได้รับคำยินยอมจากกระทรวงมหาดไทยเสมอ โดยตั้งแต่กลางปี 2549 นายจ้างเก่าไม่จำเป็นต้องเซ็นยินยอมให้คนงานย้ายโอนงาน

– แรงงานต่างชาติสามารถทำงานในอิสราเอลได้ไม่เกิน 5 ปี (เว้นแต่งานดูแลผู้สูงอายุและคนพิการซึ่งไม่จำกัดจำนวนปีไว้)

– ปัจจุบันค่าแรงขั้นต่ำของอิสราเอลสำหรับแรงงานคือ 5,300 เชคเกลต่อเดือน (ต่อการทำงานปกติ 186 ชั่วโมงต่อเดือน) นายจ้างมีสิทธิหักเงินค่าจ้างได้ตามกฎหมาย เช่น ภาษีรายได้ การประกันสังคมแห่งชาติ ค่าที่พักอาศัย ค่าประกันสุขภาพ และเงินที่นายจ้างจ่ายล่วงหน้าให้ลูกจ้างไปก่อน ทั้งนี้ เงินที่หักในแต่ละเดือนรวมกันแล้วต้องไม่เกินร้อยละ 25 ของค่าจ้าง

– ค่าจ้างล่วงเวลา : แรงงานที่ทำงานเกินวันละ 8 ชั่วโมง มีสิทธิได้รับค่าล่วงเวลาตั้งแต่ชั่วโมงที่ 9 เป็นต้นไป โดย 2 ชั่วโมงแรกที่เกินชั่วโมงทำงานปกติ จะได้รับค่าล่วงเวลาชั่วโมงละร้อยละ 125 ของค่าจ้างปกติ ส่วนชั่วโมงที่ 3 เป็นต้นไปจะได้รับค่าล่วงเวลาชั่วโมงละร้อยละ 150 ของค่าจ้างปกติ

คำแนะนำในการทำงาน

– ตั้งใจปฏิบัติงานด้วยความขยันขันแข็ง

– มีความซื่อสัตย์สุจริต

– เป็นมิตรกับนายจ้างและคนท้องถิ่น

– สามัคคีและช่วยเหลือคนไทยด้วยกัน

– ปฏิบัติตามกฎหมายท้องถิ่น และเว้นการดื่มสุรา

– ละเว้นการทะเลาะวิวาท/ทำร้ายร่างกาย

– ละเว้นการเสพและจำหน่ายสิ่งเสพติด

– ละเว้นการเล่นการพนัน

– ละเว้นการล่าสัตว์ทุกชนิด

ข้อพึงระมัดระวัง

> การเป็นแรงงานผิดกฎหมายมีเหตุจากการกระทำ ดังนี้

– เปลี่ยนนายจ้างเองโดยพลการ

– วีซ่าขาดอายุ ดังนั้น ควรเตือนให้นายจ้างต่อวีซ่าก่อนวันหมดอายุ

> การขอใบรายการจ่ายเงินเดือนหรือสลิปเงินเดือนจากนายจ้าง หากนายจ้างไม่ออกให้แรงงานจัดทำหลักฐานการทำงานและการคิดค่าจ้างด้วยตนเอง โดยให้เพื่อนร่วมงานลงชื่อรับรองไว้เป็นหลักฐานได้

> บริษัทจัดหางานไม่มีอำนาจเรียกเก็บเงิน หรือโฉนดเพื่อประกันการหนีสัญญาจ้างแรงงานซึ่งถูกเรียกเก็บเงิน โดยแรงงานสามารถขอรับเงินคืนจากบริษัทจัดหางานที่เกี่ยวข้อง หากบริษัทไม่ให้ความร่วมมือ สามารถยื่นร้องทุกข์ที่กรมการจัดหางาน หรือจัดหางานจังหวัดที่เกี่ยวข้อง

> ขอให้ระมัดระวังอันตรายที่อาจเกิดจากการลอบก่อวินาศกรรมในพื้นที่ต่างๆ ทั่วอิสราเอล ทั้งร้านอาหาร แหล่งชุมชนอื่นๆ ป้ายรถเมล์ หรือบนรถเมล์ และติดตามข่าวสารด้านความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด

> หากมีปัญหาด้านแรงงาน กรุณาแจ้งบริษัทจัดหางานที่ดูแล หากไม่ได้รับความช่วยเหลือ โปรดแจ้งสถานเอกอัครราชทูตฯ หมายเลขโทรศัพท์ (972-9) 954-8412 หรือ 954-8431-3 หรือฝ่ายแรงงานฯ หมายเลขโทรศัพท์ (972-9) 954-8431-3

ขอบคุณข้อมูล

กระทรวงการต่างประเทศ

สถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย

สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...