โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

ผมและเธอเกิดใหม่ในโลกฝึกปราณพร้อมกับระบบคุ้มครองทายาท

นิยาย Dek-D

อัพเดต 05 พ.ค. 2567 เวลา 06.58 น. • เผยแพร่ 05 พ.ค. 2567 เวลา 06.58 น. • ฟู่หนัน
หลี่หลิง กับ หลิวจื่อรั่ว มีชีวิตอยู่คนละช่วงเวลา แต่เมื่อทั้งสองเสียชีวิตกลับตื่นขึ้นมาในโลกของผู้ฝึกปราณ อีกทั้งยังมีระบบที่คอยมอบภารกิจให้พวกเขาทำไม่หยุด…

ข้อมูลเบื้องต้น

หลี่หลิง ทหารหน่วยรบพิเศษที่เสียชีวิตจากการโดนกับระเบิดขณะปฏิบัติภารกิจ

หลิวจื่อรั่ว แพทย์หญิงจบใหม่ไฟแรงเสียชีวิตจากการถูกยิงผิดตัวขณะขึ้นเวร

เมื่อทั้งสองเสียชีวิตกลับไม่ได้ลงไปยังปรโลก

แต่กลับตื่นขึ้นมาในร่างกายที่ไม่ใช่ของตน ในโลกที่เต็มไปด้วยผู้ใช้พลังปราณ

เอี๊ยดด

“กลับมาแล้ว”

“นายไปไหนมาตั้งนาน ฉันปวดท้องใกล้จะคลอดแล้วเนี่ย!”

“ว่ายังไงนะ!”

“ก็บอกว่าปวดท้องจะคลอดแล้ว ไปตามหมอตำแยของหมู่บ้านมาหน่อยสิ! นายบอกป้าแกไว้แล้วไม่ใช่เหรอ”

“เอ้อ ใช่ๆ ตามหมอๆ เธอรอฉันก่อนนะ อดทนไว้ก่อน ฮึ้บบบบ”

“รีบไปเถอะน่า ฉันฮึ้บของฉันเองได้!”

“ไปแล้วๆ”

….

อุแว้ อุแว้!

เสียงเด็กร้องขึ้นพร้อมกันดังจนได้ยินไปถึงด้านนอกบ้าน

ใช่แล้ว เสียงเด็กร้องดังขึ้นพร้อมกันก็หมายความว่าได้ลูกแฝดนั่นเอง!

หลังจากได้ยินเสียงเด็กร้อง หลี่หลิงที่รออยู่ด้านนอกก็อดที่จะตื่นเต้นไม่ได้ นี่คือลูกของเขา ที่ไม่ใช่ลูกเขา

ส่วนภรรยาที่คลอดลูกอยู่ด้านในขณะนี้ก็เป็นภรรยาของเขา ที่ไม่ใช่ของเขา

เฮ้อ พูดไปแล้วก็ยาว คงต้องย้อนกลับไปเมื่อ 1ปีก่อน

ป.ล.

นิยายเรื่องนี้เป็นเพียงจิตนาการของผู้แต่ง ทุกการบรรยายในเรื่องเป็นเพียงบทบาทสมมุติที่นักเขียนแต่งขึ้นเท่านั้น

เหตการณ์ภายในเรื่องอาจมีเรื่องราวที่ไม่สมเหตุสมผลเพื่ออรรถรส

โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

**อัปเดตตอนใหม่ 2วัน/1ตอน

**ตอนที่ อัปเดตใหม่ตั้งแต่เดือน ก.พ. 2024 จะเปิดให้อ่านฟรีจนกว่าเรื่องจะจบนะคะ (หลังจากเรื่องจบ 7วันจะทำการติดเหรียญตามหลังอีกครั้งค่ะ)

**ขออภัยที่อัปตอนใหม่ช้านะคะ พอดีก่อนหน้านี้ไรท์ติดงานยาวๆเลยค่ะ หลังจากนี้จะพยายามมาเป็นประจำนะคะ (ขอบคุณรี้ดทุกคนที่ยังตามอ่านอยู่นะคะ)

©สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 และฉบับเพิ่มเติม พ.ศ. 2558 ห้ามทำการคัดลอก เลียนแบบ หรือดัดแปลงเนื้อหาส่วนใดส่วนหนึ่งของงานเขียนนี้ รวมทั้งการสแกน หรือนำไปทำหนังสือเสียง เว้นแต่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้เขียนเท่านั้น

ข้อมูลเบื้องต้น

ข้อมูลเบื้องต้น

ขั้นพลังปราณ

เผ่ามนุษย์ มนุษย์มี 12ขั้น มีเพียงมนุษย์ที่มีขั้นก่อร่าง-สร้างฐาน

1ขั้นก่อร่าง 1-102ขั้นสร้างฐาน 1-103ขั้นนักรบ 1-104ขั้นจ้าวยุทธ 1-10 5ขั้นวีรชน1-10 6ขั้นปราชญ์ 1-10 7ขั้นราชันต้น-กลาง-ปลาย 8ขั้นมหาราชันต้น-กลาง-ปลาย 9ขั้นจักรพรรดิต้น-กลาง-ปลาย 10ขั้นมหาจักรพรรดิ ต้น-กลาง-ปลาย11ขั้นนภาต้น-กลาง-ปลาย12เซียนสวรรค์ ต้น-กลาง-ปลาย

เผ่าเทพ + เผ่าอสูร + เผ่ามาร มีขั้นพลังทั้งหมด 10 ขั้น

ไม่มีขั้นก่อร่าง-สร้างฐานเหมือนมนุษย์ เพราะเกิดมาก็มีพลังอยู่ขั้นนักรบแล้ว

1ขั้นนักรบ1-102ขั้นจ้าวยุทร1-10 3ขั้นวีรชน1-10 4ขั้นปราชญ์ 1-105ขั้นราชันต้น-กลาง-ปลาย 6ขั้นมหาราชันต้น-กลาง-ปลาย 7ขั้นจักรพรรดิต้น-กลาง-ปลาย8ขั้นมหาจักรพรรดิ ต้น-กลาง-ปลาย 9ขั้นนภาต้น-กลาง-ปลาย10เทพสวรรค์ / เทพอสูร / เทพมาร / จิ้งจอกสวรรค์ต้น-กลาง-ปลาย 11เทพแท้จริงต้น-กลาง-ปลาย

ร่างกายพิเศษ

เผ่าเทพกายทิพย์เทพสวรรค์เผ่ามนุษย์กายทิพย์กษัตราเผ่าอสูรกายทิพย์อสุราเผ่ามารกายทิพย์ทมิฬเผ่าปีศาจจิ้งจอกกายทิพย์จิ้งจอกสวรรค์

มหาทวีปหลิงหลง

มีทั้งหมด 5ดินแดน

แผ่นดินใหญ่คือดินแดนที่อยู่แกนกลางมีขนาดใหญ่ที่สุด พลังปราณและทรัพยากรมากที่สุด และมีอีก 4ดินแดนล้อมรอบ

แผ่นดินใหญ่ส่วนกลางของมหาทวีปเชื่อมทั้งสี่ดินแดนดินแดนลำดับหนึ่ง ‘ฝูหลิง’มีทั้งหมด 4อาณาจักรดินแดนลำดับสอง ‘เหอหลิง’มีทั้งหมด 4อาณาจักรดินแดนลำดับสาม ‘เสวียนหลิง’มีทั้งหมด 4อาณาจักรดินแดนลำดับสี่ ‘ฟางหลิง’มีทั้งหมด 4อาณาจักร

ดินแดนอันดับ 3 เสวียนหลิง

มี 4 อาณาจักร

อาณาจักรกลางเสวียนหลิงเป็นที่ตั้งของตำหนักเทพแห่งดินแดนเสวียนหลิง เป็นใจกลางของดินแดน เมืองหลวงของดินแดนตั้งอยู่ที่นี่อาณาจักร เสวียนชิงมนุษย์อาศัยอยู่ส่วนใหญ่อาณาจักร เสวียนอู่อสูรอาศัยอยู่ส่วนใหญ่อาณาจักร เสวียนจูมารอาศัยอยู่ส่วนใหญ่

ระดับขั้นทักษะ/โอสถ/ศาสตราวุธ/ยันต์/ค่ายกล

1ขั้นพื้นฐานต่ำ-กลาง-สูง-สวรรค์-ศักดิ์สิทธิ์2ขั้นปฐพีต่ำ-กลาง-สูง-สวรรค์-ศักดิ์สิทธิ์3ขั้นสวรรค์ต่ำ-กลาง-สูง-สวรรค์-ศักดิ์สิทธิ์4ขั้นศักดิ์สิทธิ์ต่ำ-กลาง-สูง-สวรรค์-ศักดิ์สิทธิ์5ขั้นตำนานต่ำ-กลาง-สูง-สวรรค์-ศักดิ์สิทธิ์

ค่าเงิน

ใช้จ่ายด้วยหินปราณ

ต่ำ-กลาง-สูง-ศักดิ์สิทธิ์

ระดับต่ำ 100ก้อน = กลาง 1ก้อน

กลาง 100 ก้อน = สูง 1ก้อน

สูง 100ก้อน = ศักดิ์สิทธิ์ 1ก่อน

อาชีพ

1ปรมาจารย์ผู้ที่มีความถนัดทางอาชีพมากกว่า4 อย่างขึ้นไป มีแค่ระดับต่ำ-กลาง-สูง2ผู้ปรุงโอสถสมาคมผู้ปรุงโอสถ ระดับต่ำ-กลาง-สูง-ปรมาจารย์3นักยันต์สมาคมผู้ใช้ยันต์ ระดับต่ำ-กลาง-สูง-ปรมาจารย์4นักสร้างค่ายกลสมาคมนักสร้างค่ายกล ระดับต่ำ-กลาง-สูง-ปรมาจารย์5ช่างตีเหล็กสมาคมช่างตีเหล็ก ระดับต่ำ-กลาง-สูง-ปรมาจารย์6ผู้พยากรณ์ตระกูลผู้พยากรณ์ ไม่มีข้อมูล7พ่อค้าสมาคมพ่อค้า ไม่มีระดับ8ทหารรับจ้างสมาคมทหารรับจ้าง มีแค่ระดับต่ำ-กลาง-สูง9นักฆ่าสมาคมนักฆ่า ระดับต่ำ-กลาง-สูง-ปรมาจารย์10นักต้มตุ๋นตระกูลนักต้มตุ๋น ไม่มีข้อมูล11จิตรกรสมาคมจิตรกร ระดับต่ำ-กลาง-สูง-ปรมาจารย์12นักปรุงอาหารสมาคมนักปรุงอาหาร ระดับต่ำ-กลาง-สูง-ปรมาจารย์13นักดนตรีสมาคมนักดนตรี ระดับต่ำ-กลาง-สูง-ปรมาจารย์14นักเล่านิทานไม่มีสมาคม ไม่มีระดับ15จอมโจรตระกูลจอมโจร ไม่มีข้อมูล

ระบบปฏิบัติการดาราจักร

# สร้างขึ้นมาเพื่อรักษาความสงบสุขของดาราจักรแห่งนี้

ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด .. .

[ มีการตรวจพบว่าแกนกลางของมหาทวีปหลิงหลง กำลังสูญเสียพลังปราณดั้งเดิมด้วยความเร็วที่น่าตกใจ สืบเนื่องมาจากศิลาสวรรค์ของทวีปแห่งนี้หายสาบสูญ ขณะนี้พลังปราณดั้งเดิมเหลือเพียง 60เปอร์เซ็นต์ เสี่ยงต่อการดับสูญ ]

[ ไม่สามารถค้นหาโฮสต์ระดับ SSS ได้ มีเพียงโฮสต์ระดับระดับ SS สองคนเท่านั้น ]

[ ประมวลผลอีกครั้ง ทำการส่งหมายเลขสามและหมายเลขแปดเข้าร่วมภารกิจ ]

[ เริ่มปฏิบัติการใน สาม สอง หนึ่ง! ]

บทนำ

บทนำ

มหาทวีปหลิงหลง

ว่ากันว่าก่อนที่มหาทวีปหลิงหลงจะแตกออก เคยมีศิลาสวรรค์อยู่ก้อนหนึ่ง ศิลาสวรรค์นี้เดิมคือหัวใจของมหาทวีปหลิงหลง แต่เมื่อครั้งบรรพกาลเคยเกิดการต่อสู้ครั้งใหญ่ของเหล่าเทพทั้งหลาย เผ่าเทพร่วมมือกับเผ่าอสูรเข้าต่อสู้กับเผ่ามาร

ก่อนเริ่มศึกได้มีการสร้างข้อตกลงของการสู้รบในครั้งนี้ หากฝ่ายเทพมารเป็นผู้ชนะ เผ่ามารจะยึดครองครึ่งหนึ่งของมหาทวีปหลิงหลง แต่ถ้าหากฝ่ายเทพชนะ มีเสียงแตกออกสองฝั่ง ฝั่งหนึ่งต้องการให้ทำลายเผ่ามารให้สิ้นซาก อีกฝั่งหนึ่งกลับต้องการเพียงอยู่ร่วมกันอย่างสันติเท่านั้น แต่ยังไม่ได้ข้อสรุปการต่อสู้ก็เริ่มขึ้น ในครั้งนั้นเผ่ามนุษย์ที่มีพลังน้อยที่สุดไม่ได้เข้าร่วมต่อสู้เลือกที่จะอยู่เป็นกลาง

สงครามในครั้งนั้นถูกเรียกว่า ‘สงครามเทพมาร’

สุดท้ายเผ่าเทพเป็นฝ่ายที่ชนะศึก ฝ่ายที่สนับสนุนการอยู่ร่วมกันอย่างสันติมีจำนวนมากกว่า ผลสรุปจึงเป็นการไว้ชีวิตเผ่ามารให้คงอยู่ต่อไป ยกเว้นผู้ที่เข้าร่วมศึกในครั้งนั้นที่ไม่อาจไว้ชีวิตได้

สงครามในครั้งนั้นทำให้ศิลาสวรรค์หายสาบสูญ เมื่อไม่มีศิลาสวรรค์คอยค้ำจุนทวีป จึงทำให้มหาทวีปหลิงหลงแตกออก

มหาทวีปหลิงหลงแตกออกเป็นห้าดินแดน ประกอบด้วยแผ่นดินใหญ่ที่เป็นแกนกลางเชื่อมต่อดินแดนทั้งหมดถึงแม้ว่าจะไม่มีศิลาสวรรค์อยู่แล้ว แต่มหาทวีปก็ยังลงเหลือพลังปราณดั้งเดิมอยู่จำนวนมาก ทำให้ยังสามารถเชื่อมต่อแผ่นดินใหญ่กับอีกสี่ดินแดนไว้ด้วยกันได้ โดยใช้พลังปราณดั้งเดิมในการเชื่อมต่อ ต่อมาผู้คนต่างเรียกขานเส้นทางเชื้อมต่อนี้ว่า สะพานพันดารา

ดินแดนทั้งสี่ที่แตกออกไปนั้น มีดินแดนลำดับหนึ่งคือดินแดนฝูหลิง ลำดับสองดินแดนเหอหลิง ลำดับสามดินแดนเสวียนหลิง และลำดับสี่ดินแดนฟางหลิง

แต่ถึงแม้ในเวลานี้พลังปราณดั้งเดิมของทวีปยังเหลืออยู่ แต่ก็ลดน้อยลงเรื่อยๆ หากยังไม่สามารถตามหาศิลาสวรรค์ให้กลับคืนสู่แกนกลางทวีปได้ คาดว่าอีกไม่กี่แสนปี มหาทวีปหลิงหลงคงต้องถึงคราวแตกดับ

บรรพจารย์ของตระกูลผู้พยากรณ์ซ่างกวนฉงยอมสูญเสียอายุขัย 500ปี เพื่อทำนายดวงชะตาของมหาทวีปหลิงหลง

คำทำนายกล่าวไว้ว่า ในอีก 5แสนปีนับจากนี้ ก่อนที่มหาทวีปจะดับสูญจะมีผู้ที่ถูกรับเลือกจากศิลาสวรรค์เป็นบุรุษและสตรีคู่หนึ่งที่มาจากเผ่าเทพ พวกเขาจะสามารถตามหาศิลาสวรรค์พบและนำกลับคืนสู่ใจกลางทวีปได้ในที่สุด

หลังจากนั้นเวลาก็ผ่านมาหลายแสนปี

เผ่าเทพที่สูญเสียจากสงครามมากที่สุด เหลือเพียงสี่ตระกูลใหญ่เท่านั้นที่ยังคงเหลือรากฐานของตนเอาไว้ ส่วนตระกูลอื่นบ้างสูญหายบ้างสูญเสียรากฐานที่สั่งสมมานานไป ทำให้พลังอำนาจของตระกูลลดน้อยลง

ตระกูลเหล่านั้นส่วนมากได้มาขอพึ่งพิงสี่ตระกูลใหญ่เพื่อความอยู่รอด โดยให้ตระกูลใหญ่ทั้งสี่ช่วยเหลือเรื่องทรัพยากร แลกกับการที่พวกเขาจะยอมรับใช้ตระกูลเหล่านั้นเป็นการตอบแทน

ในสี่ตระกูลใหญ่มีตระกูลหนานกงเป็นผู้นำ จากสงครามเทพมารครั้งนั้นเผ่าเทพเหลือประชากรอยู่ไม่มากคนที่เหลือทั้งหมดจึงอาศัยอยู่ที่แผ่นดินใหญ่เท่านั้น

เผ่ามารที่เหลือประชากรน้อยไม่ต่างจากเผ่าเทพมากนักต่างย้ายไปอาศัยอยู่ในดินแดนทั้งสี่เป็นส่วนใหญ่ แต่ก็ยังมีบางส่วนที่ใจกล้าอยู่ในแผ่นดินใหญ่ต่อ

ส่วนเผ่าอสูรและเผ่ามนุษย์ที่มีจำนวนมากที่สุดต่างก็กระจายอยู่ทั้งห้าดินแดน

จากตอนแรกมีการกระทบกระทั่ง ต้องใช้เวลาปรับตัวเข้าหากันยาวนานกว่า 5พันปีเผ่าต่างๆจึงสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุข

เรื่องราวยังไม่จบเพียงเท่านี้..

เพราะไม่ใช่เพียงศิลาสวรรค์เท่านั้นที่หายไป กระดานสวรรค์ที่เป็นของวิเศษของมหาทวีปก็หายไปด้วยเช่นกัน

ถึงแม้ว่ากระดานสวรรค์นี้ไม่ได้มีความสำคัญต่อมหาทวีปเทียบเท่าศิลาสวรรค์ แต่ก็มีความสำคัญต่อผู้ฝึกปราณในมหาทวีปหลิงหลิงไม่น้อย

กระดานสวรรค์สามารถรับรู้ถึงการมีอยู่ของผู้ฝึกปราณภายในมหาทวีปหลิงหลงและจะจัดอันดับรายชื่อขึ้นมาบนกระดาน ไม่มีใครรู้แน่ชัดว่ากระดานสวรรค์นี้จัดอันดับโดยใช้อะไรตัดสิน เพราะบางครั้งผู้ที่มีพลังปราณน้อยกว่าก็อยู่ในอันดับที่ดีกว่า แต่โดยส่วนมากผู้ที่มีพลังปราณยิ่งสูงยิ่งมีอันดับที่ดี

กระดานสวรรค์จึงเปรียบเสมือนเครื่องวัดความแข็งแกร่งของผู้คนในมหาทวีป

นอกจากนี้ ผู้ใดที่สามารถติดอันดับหนึ่งหมื่นอันดับแรกบนกระดานสวรรค์ได้ จะสามารถเข้าไปในมหาวิหารหลิงหลงที่จะเปิดออกทุกๆหนึ่งร้อยปีได้ คนที่ไม่ติดอันดับหนึ่งหมื่นอันดับแรกแต่ฝืนเข้าไปในมหาวิหารก็จะถูกมหาวิหารปฏิเสธออกมา อย่างเบาก็บาดเจ็บเพียงเล็กน้อย อย่างหนักก็อาจถึงตาย

คนที่เคยเข้าไปในมหาวิหารหลิงหลงบ้างก็บอกว่าข้างในมีของวิเศษมากมาย บ้างก็บอกว่ามีสัตว์อสูรระดับเทพอสูรอยู่ ยังมีอีกหลายคำบอกเล่า คนที่เคยเข้าไปมีทั้งคนที่เข้าไปแล้วสามารถออกมาได้พร้อมทั้งของวิเศษ และคนที่ไม่สามารถออกมาได้อีกเลยก็มีเช่นเดียวกัน ไม่มีใครรู้ว่ามหาวิหารหลิงหลงนี้มาจากที่ไหนและใครเป็นเจ้าของ มีเพียงผู้ที่สามารถเข้าไปได้ที่รู้ว่าด้านในมีอะไรอยู่บ้าง ทำให้ผู้คนต่างมุ่งมั่นฝึกฝนเพื่อให้ตนมีชื่อติดอยู่ในกระดานสวรรค์

แต่หลังจากมหาทวีปหลิงหลงแตกออก ศิลาสวรรค์และกระดานสวรรค์สูญหายไป มหาวิหารหลิงหลงก็ไม่เคยปรากฏขึ้นมาอีกเลย

หลังจากไม่สามารถตามหาศิลาสวรรค์และกระดานสวรรค์เจอ ห้าดินแดนจึงได้รวบรวมเหล่าผู้มีความสามารถสร้างศิลาสวรรค์และกระดานสวรรค์จำลองขึ้นมา ให้มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับของดั้งเดิมให้มากที่สุด ร่วมมือกันอยู่นานก็ไม่สามารถสร้างศิลาสวรรค์จำลองขึ้นมาได้ สร้างได้เพียงกระดานสวรรค์จำลองเท่านั้น

โดยกระดานสวรรค์จำลองนี้ทั้งห้าดินแดนได้ร่วมมือกันสร้างขึ้นมาทั้งหมด 6แผ่นด้วยกัน และเปลี่ยนชื่อใหม่เป็นกระดานหลิงหลง ซึ่งจะนำมาใช้จัดอันดับผู้ฝึกปราณแทนกับกระดานสวรรค์ที่หายไป

กระดานหลิงหลง 1 ใน 6แผ่นนั้นใช้จัดอันดับผู้คนทุกเผ่ารวมกันทั้งห้าดินแดน

ส่วนอีก 5แผ่นที่เหลือใช้จัดอันดับของคนในแต่ละดินแดนเท่านั้น ไม่ได้จัดอันดับรวมเหมือนแผ่นแรก ต่อมาเพื่อให้ง่ายต่อการแยกแยะผู้คนจึงเรียกกระดานแผ่นแรกว่ากระดานหลิงหลงใหญ่กับส่วนอีก 5แผ่นคือกระดานหลิงหลงเล็ก

กระดานหลิงหลงใหญ่ตั้งอยู่ในตำหนักเทพของแผ่นดินใหญ่ มีรายชื่อจัดอันดับบนกระดานทั้งหมด 500 รายชื่อเท่านั้น ผู้ใดสามารถติด 100 อันดับแรกจะมีสิทธิ์เข้าไปในสถานที่ลับของแผ่นดินใหญ่ได้ทุกๆสิบปี ส่วน 400อันดับที่เหลือต้องไปเข้าร่วมประลองเพื่อแย่งชิงสิทธิ์เอาเอง

ส่วนกระดานหลิงหลงเล็กแผ่นหนึ่งยังคงตั้งอยู่ในตำหนักเทพของแผ่นดินใหญ่เพื่อใช้จัดอันดับผู้ฝึกปราณที่อยู่ในแผ่นดินใหญ่เท่านั้น

อีกสี่แผ่นที่เหลือตั้งอยู่ในตำหนักเทพของแต่ละดินแดน เพื่อจัดอันดับผู้ฝึกปราณในแต่ละดินแดนแยกกันไป โดยกระดาน 5แผ่นที่เหลือนี้จะมีรายชื่อจัดอันดับทั้งหมด 2000 รายชื่อ

ผู้ที่ติด 1000อันดับแรกของแต่ละดินแดนจะสามารถเข้าร่วมการประลองเพื่อแย่งชิงสิทธิ์เข้าสถานที่ลับในแผ่นดินใหญ่เช่นเดียวกัน โดยสิทธิ์ในการเข้าสถานที่ลับนั้นมีเพียง 500 สิทธิ์ต่อครั้งเท่านั้น

ซึ่งการประลองที่จัดขึ้นทุกสิบปีนี้มีชื่อว่า ‘งานประลองหลิงหลง’

ไม่ว่าจะเป็นเพราะต้องการเข้าไปนสถานที่ลับหรือเป็นเพราะต้องการชื่อเสียงเงินทองก็ตาม เหล่าผู้ฝึกปราณในมหาทวีปแห่งนี้ต่างก็พยายามให้ตัวเองติดอันดับในกระดานหลิงหลงนี้ให้ได้ เพราะนั่นคือการการันตีว่าเจ้าคือผู้แข็งแกร่ง

แปะๆๆๆ

เสียงปรบมือดังขึ้นอย่างต่อเนื่องภายในร้านน้ำชาว่านฉง เมืองท่าเหอหยาง ของอาณาจักรเสวียนชิง

“เล่าได้ดี!”

“แต่เรื่องเก่าไปหน่อยนะเฒ่าแก่ คราวหน้าขอฟังเรื่องอื่นบ้าง เอาเรื่องตระกูลใหญ่หรือคุณหนูคุณชายในเมืองหลวงบ้างก็ได้นะเฒ่าแก่” เสียงลูกค้าในร้านน้ำชาดังขึ้นเรียกร้องให้นักเล่านิทานหาเรื่องเล่าเรื่องอื่นมาเล่าแทนประวัติศาสตร์มหาทวีปหลิงหลง ที่นักเล่านิทานเล่าไปหลายสิบรอบแล้ว

หลังจากฟังเรื่องเล่าจบ ชายหนุ่มผู้หนึ่งที่นั่งใกล้ทางออกก็วางเงินเอาไว้บนโต๊ะตามจำนวนค่าอาหารที่ต้องจ่าย แล้วลุกออกจากร้านไป

“ไม่ได้ข่าวใหม่ๆอะไรเลยแฮะ” ชายหนุ่มบ่นพำพึมขณะที่กำลังเดินกลับบ้าน

หมู่บ้านไผ่งาม

หมู่บ้านทางทิศใต้ของเมืองท่าเหอหยาง เป็นหมู่บ้านขนาดเล็กที่อยู่ติดทะเล

ชายหนุ่มที่เมื่อครู่ไปนั่งฟังเรื่องเล่าที่ร้านน้ำชากำลังถือห่ออาหารและเสื้อผ้าชุดใหม่เดินเข้ามาในหมู่บ้านแล้วมุ่งหน้าไปที่บ้านหลังเล็กริมทะเลด้านหลังหมู่บ้าน

เอี๊ยดด

“กลับมาแล้ว”

“นายไปไหนมาตั้งนาน ฉันปวดท้องใกล้จะคลอดแล้วเนี่ย!”

“ว่ายังไงนะ!”

“ก็บอกว่าปวดท้องจะคลอดแล้ว ไปตามหมอตำแยของหมู่บ้านมาหน่อยสิ! นายบอกป้าแกไว้แล้วไม่ใช่เหรอ”

“เอ้อ ใช่ๆ ตามหมอๆ เธอรอฉันก่อนนะ อดทนไว้ก่อน ฮึ้บบบบ”

“รีบไปเถอะน่า ฉันฮึ้บของฉันเองได้!”

“ไปแล้วๆ”

….

อุแว้ อุแว้!

เสียงเด็กร้องขึ้นพร้อมกันดังจนได้ยินไปถึงด้านนอกบ้าน

ใช่แล้ว เสียงเด็กร้องดังขึ้นพร้อมกันก็หมายความว่าได้ลูกแฝดนั่นเอง!

หลังจากได้ยินเสียงเด็กร้อง หลี่หลิงที่รออยู่ด้านนอกก็อดที่จะตื่นเต้นไม่ได้ นี่คือลูกของเขา ที่ไม่ใช่ลูกเขา

ส่วนภรรยาที่คลอดลูกอยู่ด้านในขณะนี้ก็เป็นภรรยาของเขา ที่ไม่ใช่ของเขา

เฮ้อ พูดไปแล้วก็ยาว คงต้องย้อนกลับไปเมื่อ 1ปีก่อน

ตอนที่ 1 เกิดใหม่ในโลกแห่งการฝึกปราณ (1)

กลางป่าแห่งหนึ่ง

ในค่ำคืนที่ฝนตกราวพายุโหมกระหน่ำ เสียงฟ้าร้องแปลบปลาบ สายฟ้าแลบผ่านท้องนภา

ลมหนาวพัดเข้ามาภายในถ้ำที่มืดมิด มีเพียงแสงจากฟ้าแลบด้านนอกส่องเข้ามาเป็นระยะ

หนานกงหมิงเยว่กำลังทรมานจากพิษตัดลมปราณที่ศิษย์พี่ร่วมอาจารย์เป็นคนมอบให้กับเขา ชายหนุ่มมีสีหน้าซีดขาว เนื้อตัวสั่นสะท้าน สติพร้อมจะหลุดลอยไปได้ทุกเมื่อ เขายังไม่เข้าใจว่าเหตุใดศิษย์พี่ถึงต้องทำอย่างนี้กับเขา ทั้งที่ก่อนหน้านี้พวกเขาทั้งสองต่างรักใคร่กลมเกลียวมาตลอด

ชายหนุ่มกัดฟันฝืนทนต่อความเจ็บปวด พยายามพยุงร่างกายที่สั่นสะท้านเข้าไปภายในถ้ำ

เขายังเป็นอะไรไปตอนนี้ไม่ได้ เพราะภายในถ้ำที่มืดมิดแห่งนี้ยังมีคนที่ต้องการความช่วยเหลือจากเขาอยู่

เมื่อเข้ามาด้านในส่วนลึกของถ้ำ หนานกงหมิงเยว่ใช้พลังปราณที่เหลือเพียงน้อยนิดสร้างลูกไฟขนาดเล็กขึ้นมาเพื่อให้พอมีแสงสว่างเท่านั้น เพราะเขาไม่มั่นใจว่าชายฉกรรจ์เหล่านั้นยังมีพวกพ้องอยู่อีกหรือไม่

หลังจากปิดกั้นไม่ให้แสงสว่างสะท้อนออกนอกถ้ำได้แล้ว หนานกงหมิงเยว่ก็เดินเข้าไปนั่งลงข้างกายสตรีนางหนึ่งที่หนีตายมาพร้อมกับเขา

สตรีนางนี้มีนามว่า หลิวจื่อรั่ว เมื่อเดือนก่อนหลังถูกศิษย์พี่ของเขาวางยาพิษ หนานกงหมิงเยว่ได้หลบหนีเข้ามาในอาณาจักรกลางเสวียนหลิงแห่งนี้ บังเอิญได้พบหลิวจื่อรั่วที่กำลังถูกพิษดอกชื่อหวง หรืออีกชื่อก็คือยาปลุกกำหนัด เขาที่ร่างกายบาดเจ็บสาหัสอยู่ก่อนไม่สามารถขัดขืนนางได้ หลังจากพวกเขามีสัมพันธ์กันก็มีคนของตระกูลนางเข้ามาพบ

เขาและนางจึงถูกจับแต่งงานกันเพื่อรักษาชื่อเสียงของตระกูล

ข่าวการแต่งงานของคุณหนูใหญ่ตระกูลหลิวกับชายหนุ่มชาวบ้านโด่งดังไปทั่วทั้งเมืองหลวง นักเล่านิทานต่างนำเรื่องนี้ไปเล่าตามโรงน้ำชาและโรงเตี๊ยมทุกหนแห่ง

หลายคนต่างก็เสียดายคุณหนูใหญ่หลิวยิ่งนักเพราะนอกจากนางจะเป็นหนึ่งในสี่ยอดหญิงงามของเมืองหลวงแล้ว ยังเป็นอัจฉริยะของอาณาจักรกลางเสวียนหลิง ที่มีพลังปราณขั้นจ้าวยุทธระดับ 10 ด้วยอายุเพียง 17ปีเท่านั้น แต่กลับต้องมาแต่งงานกับชาวบ้านธรรมดาผู้หนึ่ง

คนตระกูลหลิวเข้าใจว่าหนานกงหมิงเยว่เป็นเพียงชาวบ้านทั่วไปเท่านั้น เพราะตอนนั้นเนื้อตัวเขาสกปรกมอมแมม อีกทั้งบนใบหน้าที่เคยหล่อเหลากลับมีรอยแผลยาวตั้งแต่คิ้วไปจนถึงมุมปาก แน่นอนว่านี่ก็เป็นอีกหนึ่งผลงานของศิษย์พี่ผู้นั้นของเขา หนานกงหมิงเยว่จึงปิดบังชื่อแซ่และเข้าพิธีแต่งงานกับคุณหนูใหญ่ตระกูลหลิว

หลิวจื่อรั่วไม่ยอมรับการแต่งงานครั้งนี้เพราะนางมีชายในดวงใจอยู่แล้ว ซึ่งก็คือคุณชายใหญ่ตระกูลหวัง หวังหยวน ด้วยอารมณ์ชั่ววูบหลังจากแต่งงานได้เพียงหนึ่งวันนางจึงแอบหนีออกไปหาหวังหยวนถึงจวนตระกูลหวัง พยายามจะปีนเตียงเขา แต่นางยังทำไม่สำเร็จก็ถูกหวังหยวนโยนออกมา หากเป็นคนอื่นหวังหยวนคงบีบคอให้ตายไปแล้ว แต่หลิวจื่อรั่วเป็นถึงคุณหนูใหญ่ตระกูลหลิวหนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่ของอาณาจักรกลางเสวียนหลิงแห่งนี้

เขาจึงให้คนไปแจ้งที่จวนตระกูลหลิวให้มารับนางกลับไปจัดการแทน

เมื่อคนตระกูลหลิวทราบเรื่องก็อับอายยิ่งนัก หลิวหยุนไห่ผู้เป็นบิดาของหลิวจื่อรั่วลงมือสั่งสอนนางด้วยตนเอง

หลิวซูเม่ยน้องสาวต่างมารดาของหลิวจื่อรั่วเองก็มีใจรักมั่นต่อคุณชายใหญ่หวังเช่นเดียวกัน เมื่อนางรู้ข่าวว่าหลิวจื่อรั่วถึงขั้นขาดสติแอบเข้าไปปีนเตียงคุณชายหวัง นางก็วางแผนให้ส่งหลิวจื่อรั่วไปอยู่ที่บ้านบรรพบุรุษเพื่อสำนึกตน ผู้อาวุโสในตระกูลต่างเห็นด้วย เพราะต้องการแสดงความจริงใจให้คุณชายใหญ่หวังได้เห็นเช่นเดียวกัน

แม้หลิวจื่อรั่วจะไม่ยินยอมทว่าก็ไม่อาจขัดขืนคำสั่งบิดาได้

หลิวจื่อรั่วถูกส่งตัวไปบ้านบรรพบุรุษในวันต่อมา แน่นอนว่าหนานกงหมิงเยว่ที่ร่วมผูกผมเป็นสามีภรรยากับนางแล้วย่อมติดตามไปด้วยเช่นเดียวกัน ระยะทางจากเมืองหลวงอาณาจักรกลางเสวียนหลิงไปบ้านบรรพบุรุษต้องใช้เวลาประมาณครึ่งเดือน

ทว่าพวกเขาเดินทางเพียงไม่กี่วันกลับถูกชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่ง ที่อ้างตัวว่าเป็นโจรมาเพื่อปล้นชิงทรัพย์สินจากพวกเขา แต่จิตสังหารที่ปล่อยออกมาทำให้หนานกงหมิงเยว่สัมผัสได้ทันทีว่าชายฉกรรจ์กลุ่มนี้มาเพื่อสังหารพวกเขาต่างหาก!

หลังจากเกิดการปะทะระหว่างผู้คุ้มกันกับกลุ่มชายฉกรรจ์ ไม่นานผู้คุ้มกันจากสิบสองคนก็เหลือเพียงสี่คนเท่านั้น

ด้วยว่าผู้คุ้มกันที่มาในครั้งนี้มีพลังปราณสูงสุดเพียงขั้นนักรบ ทว่าโจรกลุ่มนี้กลับมีผู้ฝึกปราณขั้นจ้าวยุทธมาด้วยถึงสองคน ในที่นี้มีเพียงหลิวจื่อรั่วและหนานกงหมิงเยว่เท่านั้นที่สามารถต่อกรกับชายฉกรรจ์ทั้งสองได้

ทว่าหนานกงหมิงเยว่นั้นถูกพิษตัดลมปราณอยู่ก่อนยังไม่ได้รับการถอนพิษ พลังปราณของเขาถดถอยลงเรื่อยๆ จากเดิมที่มีพลังปราณขั้นจักรพรรดิ แต่เมื่อไม่กี่วันก่อนที่เขาเพิ่งหนีมาถึงอาณาจักรแห่งนี้พลังปราณของเขาก็ลดลงมาถึงขั้นวีรชนแล้ว ถ้าหากพลังปราณลดลงจนไม่เหลือ พิษจะกระจายเข้าสู่หัวใจเพื่อสังหารเขาทันที นี่คงเป็นความตั้งใจของศิษย์พี่ที่ต้องการให้เขาค่อยๆทรมานก่อนตายกระมัง

เดิมทีหนานกงหมิงเยว่ไม่ควรใช้พลังปราณอีกเพื่อชะลอการกระจายของพิษ แต่ตอนนี้สถานการณ์คับขัน ถ้าเขาฝืนใช้พลังอาจจะช่วยถ่วงเวลาให้คนอื่นหนีไปได้ แต่เขาก็อาจจะตายเช่นเดียวกัน!

คิดเพียงไม่นานหนานกงหมิงเยว่ก็ตัดสินใจได้ ถึงแม้เหตุการณ์ที่ผ่านมาจะเป็นเพียงอุบัติเหตุที่พวกเขาไม่ได้ตั้งใจให้เกิด ทว่าเขาก็มีความสัมพันธ์กับหลิวจื่อรั่วแล้วจริงๆ ผ่านพิธีแต่งงานอย่างถูกต้อง ตอนนี้หลิวจื่อรั่วจึงถือได้ว่าเป็นภรรยาของเขา จะให้เขาทิ้งนางแล้วหนีไป หนานกงหมิงเยว่คงรู้สึกผิดไปตลอดชีวิต

หนานกงหมิงเยว่ร่วมมือกับหลิวจื่อรั่วเพื่อประมือกับชายฉกรรจ์สองคนที่มีพลังปราณขั้นจ้าวยุทธ หลิวจื่อรั่วสั่งให้สาวใช้คนสนิทของนางหนีไปก่อนเนื่องจากสาวใช้ทั้งสองมีพลังปราณเพียงขั้นสร้างฐานเท่านั้น ไม่สามารถสู้กับชายฉกรรจ์กลุ่มนี้ได้ เมื่อสาวใช้คนสนิทของหลิวจื่อรั่วหนีไป ชายฉกรรจ์กลุ่มนี้กลับไม่มีใครตามพวกนางไปสักคน ยิ่งทำให้หนานกงหมิงเยว่มั่นใจในความคิดของตน

ผ่านไปอีกครึ่งชั่วยาม ชายฉกรรจ์เหล่านั้นเหลือเพียงสี่คน ส่วนพวกเขาก็ยังมีผู้คุ้มกันเหลืออีกหนึ่ง ชายผู้นี้มีนามว่า ลั่วเฟิง แม้จะอยู่เพียงขั้นนักรบแต่กลับมีความสามารถต่อสู้ข้ามขั้นได้ ทำให้เขาขัดขวางชายอีกสองคนเอาไว้ได้ด้วยตัวคนเดียว

ตอนนี้พลังปราณของหนานกงหมิงเยว่ลดลงเหลือเพียงขั้นจ้าวยุทธระดับ 1 เท่านั้นอีกทั้งความเร็วในการกระจายของพิษตัดลมปราณยังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เขากัดฟันทน อยากรีบจบการต่อสู้ให้เร็วที่สุด

เสียงพลั่กดังขึ้นหนึ่งครั้ง หนานกงหมิงเยว่หันไปมองก็เห็นร่างของหลิวจื่อรั่วกระเด็นไปอีกทาง นางหยุดเอาไว้ได้ทันก่อนที่ร่างจะชนเข้ากับต้นไม้ใหญ่ แต่ยังไม่ทันได้โล่งใจก็มีมีดสั้นเล่มหนึ่งพุ่งเสียบเข้าไปที่กลางอกของหลิวจื่อรั่ว

“ไม่!” หนานกงหมิงเยว่ได้แต่มองร่างของหญิงสาวถูกมีดสั้นเล่มนั้นปักเข้าไป

เขาขบกรามแน่น ตั้งสติพุ่งไปรับตัวนางที่กำลังร่วงลงพื้น เมื่อหลิวจื่อรั่วเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดของเขานางก็กระอักเลือดออกมา เลือดสดไหลออกจากมุมปากเรื่อยๆ หนานกงหมิงเยว่ใช้พลังปราณหยุดเลือดบริเวณปากแผลให้นาง เขาวางนางลงข้างต้นไม้ก่อนที่จะทะยานออกไปหาชายฉกรรจ์ทั้งสอง

หนานกงหมิงเยว่ไม่คิดจะสู้นานไปกว่านี้ เพราะตอนนี้หลิวจื่อรั่วต้องได้รับการรักษาอย่างเร็วที่สุด เขาไม่สามารถต่อสู้ยืดเยื้อกับสองคนนี้ได้อีก ชายหนุ่มปลดปล่อยพลังปราณทั้งหมดออกมา ไม่เหลือเอาไว้กดพิษตัดลมปราณอย่างก่อนหน้านี้อีก แม้แต่พลังที่ใช้ปกปิดเส้นผมและดวงตาก็ไม่เหลือเอาไว้

หนานกงหมิงเยว่จ้องมองไปทางชายฉกรรจ์ทั้งสอง เส้นผมสีขาวยาวปลิวไสวตามสายลม ดวงตาสีทองปรากฏแววโหดเหี้ยม

ชายฉกรรจ์ทั้งสองต่างมองมาที่หนานกงหมิงเยว่ด้วยตาเบิกโพลง “เจ้าคือเผ่าเทพ! เผ่าเทพมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร!”

ว่ากันว่าเผ่าเทพทั้งสี่ตระกูลล้วนมีเส้นผมเป็นสีขาว แต่มีสีดวงตาที่แตกต่างกัน ตระกูลหนานกงมีดวงตาสีทอง ตระกูลโอวหยางมีดวงตาสีเขียว ตระกูลมู่หรงมีดวงตาฟ้า และตระกูลซ่างกวนมีดวงตาสีม่วง เพียงแค่ได้เห็นก็สามารถรู้ได้ทันทีว่าพวกเขาคือเผ่าเทพ นี่คือเหตุผลที่ก่อนหน้านี้หนานกงหมิงเยว่แม้กำลังถูกพิษตัดลมปราณก็ยังต้องใช้พลังปราณปิดบังสีผมและสีดวงตาเอาไว้ เพื่อป้องกันคนของศิษย์พี่ตามมาเจอ

ทว่าเผ่าเทพทั้งสี่ตระกูลใหญ่นั้นอาศัยอยู่ที่แผ่นดินใหญ่เท่านั้น ส่วนตระกูลเล็กอื่นๆส่วนมากก็อยู่ในแผ่นดินใหญ่เช่นกัน เหตุใดที่นี่จึงมีคนจากเผ่าเทพได้ อีกทั้งยังเป็นศัตรูที่พวกเขารับงานลอบสังหารมาด้วย

“สวรรค์มีทางพวกเจ้ากลับไม่ไป นรกไร้ทางพวกเจ้ากลับมุ่งแสวงหา” เสียงเย็นเยียบของหนานกงหมิงเยว่ดังขึ้น สองมือของเขาปรากฏแสงสีทองเจิดจ้า พลังปราณทั้งร่างระเบิดออก

“กายทิพย์เทพสวรรค์จงเปิด!”

เสียงเปรี๊ยะๆดังลั่นไปทั่วบริเวณ ทั้งร่างของชายหนุ่มส่องประกายแสงสีทองออกมา หนานกงหมิงเยว่รู้อยู่แก่ใจ ตราบใดที่เขาเปิดใช้ร่างกายพิเศษนี้ พิษตัดลมปราณจะยิ่งกระจายรวดเร็วมากขึ้น

ทว่าเขาต้องการสังหารชายฉกรรจ์ทั้งสองให้เร็วที่สุด!

ชายหนุ่มพุ่งทะยานไปข้างหน้าด้วยความเร็วราวสายฟ้าฟาด

“ในเมื่อพวกเจ้ารนหาที่ตาย ข้าก็จะทำให้พวกเจ้าสมปรารถนา ปราณเทพสยบโลกา!” พลังปราณสีทองเปร่งประกายเจิดจ้ารอบกายของหนานกงหมิงเยว่ มือสองข้างของเขาปรากฏปราณสีทองขนาดเท่าเมล็ดถั่ว ทว่าเมื่อชายฉกรรจ์ทั้งสองได้เห็นกลับหน้าถอดสี ถึงแม้พวกเขาจะไม่รู้ว่านี่คือวิชาอันใด แต่แรงกดดันที่ออกมาจากก้อนพลังสีทองเท่าเมล็ดถั่วนั้นกลับมากกว่าผู้ฝึกตนขั้นวีรชนที่พวกเขาเคยพบเจอมาเสียอีก

เห็นท่าไม่ดีชายฉกรรจ์ทั้งสองเตรียมตัวหนีเอาตัวรอด พวกเขารู้ว่าไม่สามารถต้านทานพลังปราณสีทองของหนานกงหมิงเยว่ได้ อีกทั้งภารกิจที่รับมาดูเหมือนว่าอีกเพียงไม่นานก็คงสำเร็จ เพราะสตรีนางนั้นถูกทำร้ายถึงจุดตายของนางแล้ว มีดที่ใช้แทงนางก็อาบด้วยพิษระดับสูงที่ผู้ว่าจ้างให้มา ในป่าลึกแบบนี้ต่อให้เร่งเดินทางก็ต้องใช้เวลาถึงสามสี่วันกว่าจะถึงหมู่บ้านที่ใกล้ที่สุด ไม่พูดถึงว่าในหมู่บ้านนั้นจะมีหมออยู่หรือไม่ แค่นางทนได้ถึงครึ่งวันก็ถือว่ามีความสามารถมากแล้ว

พวกเขาไม่ได้มีความแค้นล้ำลึกกับชายหนุ่มเผ่าเทพผู้นี้ จึงต้องการหนีโดยเร็วที่สุด

เพียงแต่ในยามที่ชายฉกรรจ์ทั้งสองเคลื่อนตัว หนานกงหมิงเยว่ก็มาอยู่ตรงหน้าพวกเขาเสียแล้ว

เร็วมาก!

ชายหนุ่มใช้มือขวาดีดเมล็ดถั่วสีทองเข้าใส่ร่างชายฉกรรจ์ระดับจ้าวยุทธทั้งสอง ส่วนมือซ้ายดีดไปทางชายอีกสองคนที่กำลังประมืออยู่กับผู้คุ้มกันนามลั่วเฟิง เมื่อสัมผัสเก็บเมล็ดถั่วสีทองร่างของชายฉกรรจ์ทั้งสี่แตกสลายกลายเป็นฝุ่นผงลอยหายไปกับสายลม ราวกับไม่เคยมีกลุ่มชายฉกรรจ์ปรากฏในที่แห่งนี้มาก่อน

ลั่วเฟิงมองหนานกงหมิงเยว่ด้วยสายตาตกตะลึง รู้สึกหวาดเกรงชายหนุ่มผู้นี้ขึ้นไม่น้อย

หนานกงหมิงเยว่ปรายตามองมาทางลั่วเฟิงด้วยสายตาเย็นเยียบจนร่างกายเขาสั่นสะท้าน

“ท่านโปรดวางใจ คืนนี้ข้าเพียงต่อสู้กับกลุ่มโจรป่า เพื่อให้คุณหนูใหญ่หลิวและท่านเขยหนีไปเพียงเท่านั้น ไม่พบเห็นสิ่งใดอีก”

ได้ยินเช่นนั้นหนานกงหมิงเยว่จึงสะบัดร่างรีบพุ่งถลาไปทางหลิวจื่อรั่ว

เขาอุ้มนางขึ้นแล้วทะยานหายไปในความมืดมิด

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...