โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘ศศิกานต์’ เตือน Data Center ไม่ใช่แค่เม็ดเงินลงทุน จี้รัฐคุมโครงสร้างผู้ถือหุ้น-อำนาจควบคุม ปกป้องข้อมูลคนไทย

THE STANDARD

อัพเดต 22 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 22 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
‘ศศิกานต์’ เตือน Data Center ไม่ใช่แค่เม็ดเงินลงทุน จี้รัฐคุมโครงสร้างผู้ถือหุ้น-อำนาจควบคุม ปกป้องข้อมูลคนไทย

วันนี้ (19 กันยายน) ศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ โฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ และอดีตรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แสดงความกังวลต่อความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์และธรรมาภิบาลของผู้ประกอบการ Data Center ท่ามกลางการพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการลงทุนในธุรกิจ Data Center ที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว

ศศิกานต์กล่าวถึงกรณีที่ The Wall Street Journal รายงานว่า Gemini ซึ่งเป็น AI ของ Google สามารถเข้าถึงระบบของบริษัทเอกชน 3 แห่ง ทั้งที่ภารกิจเดิมเป็นเพียงการทดสอบกับระบบจำลอง โดยสาเหตุส่วนหนึ่งเกิดจากสภาพแวดล้อมการทดสอบที่เปิดให้ AI เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตโดยไม่ได้ตั้งใจ

ภายหลัง Google ยืนยันเหตุการณ์ดังกล่าว พร้อมแจ้งบริษัทที่เกี่ยวข้องและทำงานร่วมกับผู้ทดสอบเพื่อปรับปรุงกระบวนการแล้ว

ศศิกานต์ระบุว่า AI มีประโยชน์มหาศาลต่อเศรษฐกิจและการพัฒนาประเทศ ประเทศไทยจึงควรเดินหน้าส่งเสริมเทคโนโลยีดังกล่าว แต่ยิ่ง AI มีความสามารถมากขึ้น ระบบความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ก็ยิ่งต้องพัฒนาให้ทันมากขึ้นเช่นกัน

โดยเฉพาะในอนาคตที่ AI จะสามารถเชื่อมต่อกับระบบคลาวด์ Data Center ฐานข้อมูลของคนไทย และบริการดิจิทัลประเภทต่างๆ ได้มากขึ้น ความเสียหายที่เกิดจากช่องโหว่เพียงจุดเดียวอาจไม่จำกัดอยู่เฉพาะบริษัทใดบริษัทหนึ่ง แต่อาจส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อข้อมูลของประชาชนและความมั่นคงของประเทศ

ย้ำ Cybersecurity ต้องเดินคู่ธรรมาภิบาล

ศศิกานต์เห็นว่าสิ่งที่รัฐบาลต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วนคือ การกำกับดูแลธรรมาภิบาลของผู้ประกอบการ Data Center หรือ Corporate Governance เพราะต่อให้ประเทศไทยมีเทคโนโลยีป้องกันภัยไซเบอร์ที่ดีเพียงใด หากบริษัทซึ่งถือครองหรือประมวลผลข้อมูลจำนวนมหาศาลไม่มีระบบกำกับดูแลที่โปร่งใส ไม่สามารถตรวจสอบได้ หรือไม่มีการแบ่งแยกอำนาจและความรับผิดชอบอย่างชัดเจน ความเสี่ยงต่อข้อมูลของประชาชนก็ยังคงอยู่

“เราจึงต้องถามมากกว่าแค่ว่า Data Center แห่งหนึ่งมีระบบป้องกันการแฮ็กดีแค่ไหน แต่ต้องถามต่อว่า ใครเป็นเจ้าของ เอาเงินมาจากไหน มีแผนพัฒนาโครงการอะไร รายละเอียดเป็นอย่างไร ใครควบคุม ใครเข้าถึงข้อมูลได้ ใครตรวจสอบ และถ้าเกิดปัญหาขึ้น ใครเป็นผู้รับผิดชอบ

“นี่คือเหตุผลว่าทำไม Cybersecurity กับ Corporate Governance ต้องเดินไปด้วยกัน” ศศิกานต์กล่าว

จี้ตรวจโครงสร้างผู้ถือหุ้น-การเปลี่ยนอำนาจควบคุม

ศศิกานต์กล่าวต่อไปว่า ประเด็นที่รัฐบาลต้องพิจารณาอย่างจริงจังคือ โครงสร้างผู้ถือหุ้นและการเปลี่ยนแปลงอำนาจควบคุมของบริษัทที่ดำเนินธุรกิจ Data Center หรือบริษัทซึ่งถือครองข้อมูลประชาชนจำนวนมาก เนื่องจากบริษัทเอกชนสามารถซื้อขายหุ้น เปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้น หรือเปลี่ยนผู้มีอำนาจควบคุมกิจการได้ ภายใต้กฎหมายและเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง

ขณะเดียวกัน ประเด็นการถือหุ้นของต่างชาติในธุรกิจ Data Center กำลังเป็นหนึ่งในประเด็นด้านกฎระเบียบที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) อยู่ระหว่างพิจารณาแนวทางปรับประเภทใบอนุญาต ซึ่งหากดำเนินการตามแนวทางดังกล่าว อาจทำให้ข้อกำหนดเกี่ยวกับสัดส่วนการถือหุ้นของต่างชาติแตกต่างไปจากปัจจุบัน

“รัฐบาลรู้หรือยังว่า บริษัทที่กำลังสร้าง Data Center ในประเทศไทยแต่ละแห่งมีใครเป็นผู้ถือหุ้น ใครมีอำนาจควบคุม และหากบริษัทที่มีข้อมูลของคนไทยจำนวนมหาศาลอยู่ในมือ วันหนึ่งมีการขายหุ้นหรือเปลี่ยนแปลงผู้มีอำนาจควบคุมไปเป็นต่างชาติ เรามีกลไกอะไรรับประกันว่าข้อมูลไม่ได้เปลี่ยนมือไปพร้อมกับบริษัท และข้อมูลของคนไทยจะยังได้รับการคุ้มครองภายใต้มาตรฐานเดิม” ศศิกานต์กล่าว

เสนอกระทรวงดีอีเร่งวางมาตรฐาน AI-Data Center

ศศิกานต์เสนอให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเร่งกำหนดมาตรฐานความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์สำหรับ AI และ Data Center ควบคู่กับมาตรฐานด้านธรรมาภิบาล โดยครอบคลุมประเด็นสำคัญ ได้แก่

  • การจำกัดสิทธิ์เข้าถึงข้อมูล
  • การแบ่งแยกระบบทดสอบออกจากระบบที่ใช้งานจริง
  • การตรวจสอบและบันทึกการเข้าถึงข้อมูล
  • การกำหนดผู้รับผิดชอบเมื่อเกิดเหตุ
  • การประเมินความเสี่ยงจากบุคคลภายใน
  • มาตรการรองรับกรณีเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นหรือผู้มีอำนาจควบคุมกิจการ

ศศิกานต์ย้ำว่า รัฐบาลไม่ควรรอจนถึงวันที่คนไทยต้องตั้งคำถามว่า “ข้อมูลของฉันอยู่กับใคร และยังปลอดภัยหรือไม่” หลังเกิดความเสียหายขึ้นแล้ว โดยการพัฒนา AI ต้องเดินหน้าควบคู่กับ Cybersecurity ขณะที่ผู้ถือครองข้อมูลประชาชนต้องมีธรรมาภิบาลซึ่งสามารถตรวจสอบได้

“รัฐบาลต้องคิดให้ทันเอกชน ปัญหา Data Center ไม่ใช่แค่เรื่องมลภาวะหรือการใช้น้ำและไฟฟ้า วันนี้เอกชนคิดเร็ว ลงทุนเร็ว และเทคโนโลยีเดินเร็วมาก รัฐต้องวางกติกาให้พร้อมก่อนที่ปัญหาจะเกิด

“เมื่อ Data Center กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ และข้อมูลกลายเป็นทรัพย์สินสำคัญของประเทศ เราจะมองเฉพาะเม็ดเงินลงทุนไม่ได้อีกต่อไป” ศศิกานต์กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...