โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เฉียดตายเสี้ยววิ หนุ่มนิวยอร์กโดนฟ้าผ่าฟาดร่างล้มทั้งยืน รอดปาฏิหาริย์ลุกเดินเฉย

Thaiger

อัพเดต 5 กันยายน 2569 เวลา 0.30 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thaiger ข่าวประเทศไทย

โธมัส ฟาห์มี หนุ่มนิวยอร์กวัย 24 ปี ถูกฟ้าผ่าขณะเดินไปขึ้นรถจนล้มลงกับพื้น แต่ยังลุกไปขอความช่วยเหลือได้ แพทย์ยืนยัน ไร้บาดแผลไฟไหม้ ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

โธมัส ฟาห์มี วัย 24 ปี จากสแตเทนไอแลนด์ นครนิวยอร์ก รอดชีวิตหลังถูกฟ้าผ่าขณะเดินอยู่บนทางเท้า เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569 โดยกล้องหน้าบ้านบันทึกวินาทีที่เกิดแสงวาบ ก่อนร่างของเขาจะล้มลงกับพื้นทันที

ขณะเกิดเหตุ ฟาห์มีกำลังเดินไปขึ้นรถเพื่อไปหาหมอฟัน ท่ามกลางพายุฝนฟ้าคะนอง รถอยู่ห่างจากตัวเขาประมาณ 15 ถึง 25 ฟุต หรือราว 4.5 ถึง 7.5 เมตร ก่อนเกิดฟ้าผ่าและทำให้เขาล้มลงบนทางเท้า

ฟาห์มีเล่าว่า เขายังมีสติตลอดเวลา หลังถูกฟ้าผ่ารู้สึกแสบร้อน ชา และเจ็บทั่วร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณเท้าทั้งสองข้าง แม้จะเจ็บมาก แต่ยังสามารถลุกขึ้นและเดินไปขอความช่วยเหลือจากบ้านใกล้เคียงได้

ภาพจาก : NBC News, People

สเตฟานี โฮแมน เพื่อนบ้านได้ยินเสียงฟาห์มีร้องขอความช่วยเหลือ จึงออกมาช่วยและติดต่อหน่วยฉุกเฉิน ก่อนเจ้าหน้าที่นำตัวเขาส่งโรงพยาบาล Northwell Staten Island University Hospital

แพทย์ให้ฟาห์มีพักดูอาการที่โรงพยาบาลหนึ่งคืน แต่ไม่พบแผลไหม้หรืออาการบาดเจ็บรุนแรง เขาออกจากโรงพยาบาลในวันถัดมา และกลับไปทำงานได้ภายในไม่กี่วัน

ฟาห์มีทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ประจำสำนักงานของ นิโคล มัลลิโอทาคิส สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ประจำสแตเทนไอแลนด์ หลังทราบข่าว มัลลิโอทาคิสออกแถลงขอบคุณเพื่อนบ้านที่เข้าช่วยเหลือ รวมถึงทีมแพทย์ที่ดูแลเขา

หลังออกจากโรงพยาบาล ฟาห์มีไปโบสถ์เพื่อขอบคุณที่รอดชีวิต เขาบอกว่าประสบการณ์ครั้งนี้ทำให้มองชีวิตต่างออกไป และอยากใช้ชีวิตโดยให้ความสำคัญกับสิ่งรอบตัวมากขึ้น

แหล่งอ้างอิง

  • ABC7 New York
  • NBC New York
  • People
  • Global News
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...