โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"พริษฐ์" จี้ กกต. ส่งฟ้อง 229 รายชื่อ โกง สว. บี้ปม "นภินทร"

Nation Online

อัพเดต 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 57 นาทีที่แล้ว

27 สิงหาคม 2569 'พริษฐ์ วชิรสินธุ' สส.พรรคประชาชน ตั้งกระทู้ถามกลางสภา จี้ 'กกต.' เร่งรัดส่งฟ้องดำเนินคดีขบวนการ 'โกง สว.' หลังพบความล่าช้าในการจัดการผู้สมัครขาดคุณสมบัติ 1,767 ราย ชี้มีพยานหลักฐานมัดแน่นจากอนุสืบสวนฯ พร้อมเปิดข้อมูล 229 รายชื่อผู้เกี่ยวข้อง และเรียกร้องความชัดเจนกรณี 'นภินทร ศรีสรรพางค์' รมต.ประจําสํานักนายกฯ ที่มีชื่อพัวพัน เพื่อพิสูจน์ความโปร่งใสในกระบวนการยุติธรรม
ที่อาคารรัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีการตั้งกระทู้ถามสดถึง นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ว่า ตนเองได้รับข้อมูลมาว่า นายนภินทรได้เรียกผู้สมัคร สว. เข้าไปคุยก่อนการเลือก สว. ระดับประเทศเมื่อปี 2567 ตั้งแต่เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งมีการขอให้เซ็นใบลาออกไว้ล่วงหน้า จึงอยากถามถึงความชัดเจนในส่วนนี้ อีกทั้ง นายนภินทร ก็เป็นหนึ่งในรายชื่อที่ถูกกล่าวหาว่าโกง สว.

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน

นายพริษฐ์ กล่าวถึงที่มาของข้อมูลที่ใช้นำเสนอ ว่า ได้รับมาจากหลายภาคส่วน และสิ่งที่ตนเองทำเสมอคือการไตร่ตรองความน่าเชื่อถือของข้อมูลในเบื้องต้น ก่อนที่จะออกมานำเสนอ และตั้งคำถามให้ผู้ที่เกี่ยวข้องชี้แจง และเรียกร้องไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่อาจจะยืนยัน หรือสามารถพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ได้

นายพริษฐ์ กล่าวว่า การตรวจสอบในช่วงหลังนี้ คาบเกี่ยวพอดีกับที่ กกต. จะลงมติ การจัดเวทีฝ่ายค้านในรอบที่ผ่านมานั้นเราจัดมา 4-5 ครั้ง ซึ่งอยู่ในช่วงปิดประชุมทั้งหมด ดังนั้น เมื่อเปิดสมัยประชุม คิดว่าเป็นเรื่องที่เหมาะสมที่สภาผู้แทนราษฎรจะใช้กลไกที่เป็นทางการของรัฐสภา ในการตอบคำถามที่คาใจของสังคม

นายพริษฐ์ กล่าวอีกว่า ตนเองผิดหวังที่นายนภินทรไม่มาตอบคำถามด้วยตัวเอง ซึ่งได้ประสานไปยังวิปรัฐบาลไปตั้งแต่วันจันทร์ว่าจะถามรัฐมนตรีคนไหนบ้าง โดยนายนภินทรให้เหตุผลว่าไม่สามารถมาตอบกระทู้ได้เนื่องจากติดลงพื้นที่ตรวจราชการที่จังหวัดราชบุรี ตนมองว่าแม้การลงพื้นที่ต่างจังหวัดมีความสำคัญ แต่เมื่อรู้ว่ากระทู้สดที่จะเกิดขึ้นในวันพฤหัสบดีช่วงเช้า จึงควรจัดตารางการประชุมกับหน่วยงานหรือประชาชนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถแวะมาตอบกระทู้ในสภาได้

ส่วนมองว่า กกต. จะสั่งฟ้องหรือไม่ และแนวทางจะออกมาในรูปแบบไหน นายพริษฐ์ กล่าวอีกว่า สิ่งที่เราเรียกร้องมาตลอด หาก กกต. ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา ควรสั่งฟ้องผู้ที่ถูกกล่าวหาทั้ง 229 คน ซึ่งตัวเลขนั้นไม่ได้มาลอย ๆ แต่มาจากสรุปของการทำงานของคณะอนุกรรมการสืบสวนและไต่สวนกลาง ชุดที่ 26 ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันระหว่าง กกต. และดีเอสไอ มีการสอบพยาน 700 คน และตนเองก็มีข้อสงสัยว่าบุคคลที่ไม่มีชื่ออยู่ใน 229 คนที่มีหลักฐานอันเชื่อได้ว่าอยู่ในขบวนการโกง ส.ว. เช่นกัน ดังนั้น จึงไม่ใช่การเหมารวม แต่เป็นรายชื่อที่ถูกกลั่นกรองมาในระดับหนึ่งแล้ว

ส่วนเกณฑ์ที่ กกต. ต้องใช้ ณ เวลานี้ คือต้องมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่ามีการทุจริตโกง ส.ว. หรือไม่ โดยนายนภินทรเคยยอมรับว่ามีการมายื่นหนังสือร้องเรียนในวันเวลาดังกล่าวจริง ซึ่งก็สามารถพิสูจน์ได้หากเป็นเอกสารจริงจะต้องมีเลขรับหนังสือในระบบราชการ

-เมื่อถามถึงกรณีที่ กกต. มีมติดำเนินคดีอาญากับผู้สมัคร ส.ว. ที่ขาดคุณสมบัติหรือลักษณะต้องห้ามจำนวน 1,767 รายนั้น เพื่อเป็นการลดกระแสสังคมใช่หรือไม่
นายพริษฐ์ ระบุว่า ไม่มั่นใจว่าจะวิเคราะห์ไปในทางนั้นได้หรือไม่ แต่ส่วนตัวมองว่าเราคาดหวังให้ กกต. ดำเนินการทุกคดีอย่างรวดเร็ว ตรงไปตรงมา ด้วยมาตรฐานเดียวกัน ดังนั้น หากมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่ามีผู้สมัครที่ขาดคุณสมบัติ ก็เป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้วที่ กกต. ดำเนินคดีตามกฎหมาย หรือมีการตั้งข้อสังเกตกับคดีดังกล่าวว่าเริ่มต้นมานานแล้วหรือไม่ ระยะเวลาที่ใช้นานยาวเกินกว่าที่ควรเป็นหรือไม่ แต่ตนเองไม่ได้เห็นรายละเอียดในคดีนี้

นายพริษฐ์ ยังยกตัวอย่างว่า ผู้สมัครที่ขาดคุณสมบัติตามกฎหมาย เช่น เป็นสามีภรรยาหรือเป็นพ่อแม่ลูกกัน ก็สามารถตรวจสอบได้ในระยะเวลาอันรวดเร็วกว่านี้ และควรตรวจสอบได้ตั้งแต่วันที่รับสมัครแล้ว แต่ กกต. ใช้เวลาสองปีกกว่า แม้ผลลัพธ์จะเป็นสิ่งที่ถูกต้อง แต่เกิดช้าเกินไป และหลังจากนี้ตนจะไปดูรายละเอียดว่าบุคคลที่ขาดคุณสมบัติมีลักษณะเป็นอย่างไร

-เมื่อถามว่า มีหลักฐานที่ชัดเจนจนสามารถเอาผิดได้ใช่หรือไม่
นายพริษฐ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาข้อมูลทั้งหมดที่นำเสนอ ทั้งที่ได้รับมาและมีหน่วยงานยืนยัน แทบจะทั้งหมดที่มีการนำเสนอ ท้ายที่สุดมีการพิสูจน์ว่าเป็นข้อมูลจริง ทั้งเรื่องเส้นทางการเงิน และบุคคลในคลิปเสียง ตนเองในฐานะ สส. ก็มีความรับผิดชอบในการกลั่นกรองข้อมูลระดับหนึ่ง ก่อนที่จะนำมาตั้งคำถามต่อสาธารณะ และข้อมูลที่ระบุออกมาที่เป็นความจริง ก็น่าจะบ่งบอกได้ถึงความน่าเชื่อถือ ของสิ่งที่ตนกำลังทำอยู่ระดับหนึ่ง

-เมื่อถามถึงกรณีนายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส. บัญชีรายชื่อ ในฐานะประธานคณะทำงานด้านกฎหมายพรรคภูมิใจไทย และนายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ ส.ว. ออกมาแถลงข่าว ตั้งข้อสังเกตว่า ทำไมถึงไม่ใช้ความเห็นของคณะที่ 36
นายพริษฐ์ กล่าวว่า ตนประหลาดใจมากในห้องแถลงข่าวเมื่อวานนี้ นายศุภชัยมีการใช้คำประมาณว่า ตนได้นำเอกสารมาแสดงโชว์ แล้วนายศุภชัยก็ถือเอกสารขึ้นมาชุดหนึ่งพร้อมอธิบายว่าเป็นเอกสารอะไร ตนก็งงว่าเคยไปแสดงเอกสารโชว์ที่ไหน ในโซเชียลมีเดียของตนก็ไม่ได้มีการโพสต์อะไรเกี่ยวข้องกับเอกสาร ตนอภิปรายในสภาก็เกี่ยวกับ พ.ร.ก.เงินกู้ และให้สัมภาษณ์เพียงรายการเดียวแต่ไม่ได้แชร์เอกสารอะไร

" จึงค่อนข้างสับสนว่าการที่ สส. คนหนึ่งใช้ห้องแถลงข่าวสภา กล่าวข้อมูลอันเป็นเท็จขนาดนี้ เกิน 12 ชั่วโมงแล้วและยังไม่มีการแก้ไขข่าว มันบ่งบอกถึงความน่าเชื่อถือของผู้แถลงข่าวได้ในระดับหนึ่ง ดังนั้นถ้าคุณศุภชัยยืนยันว่าเมื่อวาน ผมมีการแสดงเอกสารที่อยู่ในมือคุณศุภชัย ก็ระบุให้ชัดว่าผมไปแสดงเอกสารเวลาไหน ผ่านช่องทางไหน ผมก็สงสัยอยู่เหมือนกัน " นายพริษฐ์กล่าว

ส่วนที่นายศุภชัยกล่าวว่า ไม่มีการนำเอกสารของคณะอนุกรรมการฯ ชุดที่ 36 มาเปิดเผยบ้างนั้น ตนก็ได้พูดมาตลอด ซึ่งในช่วงเดือนมิถุนายน กกต. ได้มาชี้แจงต่อคณะกรรมการ ก็ได้ซักถามข้อมูลทั้งคณะอนุกรรมการชุดที่ 26 และ 36 คณะอนุกรรมการฯ ชุดที่ 26 ประธานมาชี้แจงด้วยตัวเองเลยตอบคำถามได้ทั้งหมด แต่คณะอนุกรรมการชุดที่ 36 ไม่มีใครตอบคำถามได้เลย ทางคณะกรรมาธิการได้ขอเอกสารคณะอนุกรรมการฯ ชุดที่ 36 อย่างละเอียด แต่ก็ไม่มีการส่งมา และขอเลื่อนมาโดยตลอดขณะนี้ครบ 2 เดือนแล้วก็ยังไม่ได้รับข้อมูลดังกล่าว ก็อยากจะรู้เหมือนกันว่านายศุภชัยสามารถช่วยตนในการเรียกร้องให้ทาง กกต. ส่งเอกสารกลับมาที่กรรมาธิการ ตนก็จะยินดีเป็นอย่างยิ่ง

-เมื่อถามว่า สถานการณ์จะเปลี่ยนหรือไม่หากฝ่ายค้านเปิดข้อมูลเร็วกว่านี้ แบบที่อีกฝ่ายยังตั้งตัวไม่ทัน
นายพริษฐ์ กล่าวว่า หลังจากเลือกตั้งตนได้เข้ามาทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างเต็มที่ในคดีนี้ ซึ่งเป็นช่วงคาบเกี่ยว 90 วัน ที่ กกต. พิจารณาคดีนี้ ดังนั้นเรื่องนี้เป็นเรื่องเข้าใจได้ ที่หลายภาคส่วนออกมาสื่อสารเรื่องการโกง สว. กันอย่างหนักหน่วงในช่วงเวลานี้เพราะเป็นช่วงเวลาที่ กกต. จะต้องลงมติชี้ขาดว่าจะสั่งฟ้องหรือตัดตอนใครจนทำให้ไปไม่ถึงศาลหรือไม่ และตอนนี้ยังไม่รู้ว่า กกต. จะลงมติทิศทางใด หากดูตามกรอบเวลาแล้ว กกต. ต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน ซึ่งจะครบกำหนดช่วงต้นเดือนกันยายน จึงคิดว่าจะจบเมื่อไหร่ ในชั้น กกต. จะรู้ผลช่วง 1-2 สัปดาห์นี้

สิ่งที่สำคัญกว่าคือจะจบอย่างไร ย้ำว่าหาก กกต. ทำงานอย่างตรงไปตรงมาสั่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหาทุกคนไปที่ศาล แต่ถ้าหากยกทั้งหมดก็จะค้านกับหลักฐานที่สังคมเห็น หรือหากใช้วิธีการสั่งฟ้องแค่ 20-30 คน ก็ต้องถามใจตัวเองก่อนว่าเชื่อว่ามีการโกง สว. หรือไม่ ถ้าเชื่อว่าไม่มี เหมือนอนุกรรมการชุดที่ 36 ก็ยกคำร้องได้เลย แต่ยืนยันว่าจะเป็นการสวนทางกับสิ่งที่ปรากฏแต่ถ้าเชื่อว่ามี จะเป็นไปได้อย่างไรที่กระบวนการนี้จะประสบความสำเร็จ โดยคนมีความผิดแค่ 20-30 คน ถ้าเชื่อว่ามีก็ต้องมีผู้ร่วมกระบวนการจำนวนมาก ดังนั้นก็รออยู่เหมือนกันว่าหาก กกต. จะไม่สั่งฟ้องทั้งหมดจะอธิบายกับสังคมอย่างไร

-เมื่อถามว่า มีการเปรียบเทียบการทำงานของฝ่ายค้านกับภาคประชาชนอย่างไอลอว์ ที่ออกมาเปิดข้อมูลเยอะกว่า
นายพริษฐ์ กล่าวว่า คดีโกง สว. เป็นคดีที่สำคัญต่อประเทศหากสมมติคดีโกง สว. มีคนกระทำความผิดแต่ไม่มีคนรับผิด เหมือนสังคมกำลังออกใบอนุญาตให้กับกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งยึดครองประเทศ โดยไม่ยึดโยงกับประชาชน ส่งผลต่อกลไกตรวจสอบถ่วงดุลในอนาคต อาจทำให้กลุ่มการเมืองบางกลุ่มในอนาคต ทำอะไรก็ไม่ผิด ดังนั้นเมื่อเป็นคดีสำคัญที่กระทบต่อประชาชนจำนวนมากและส่งผลกระทบต่ออนาคตของประเทศเรา หลายฝ่ายที่ตรวจสอบเรื่องนี้ก็พยายามร่วมกันเต็มที่ เพื่อนำเสนอชุดข้อมูลที่ตัวเองมี ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันของหลายฝ่าย นำเสนอความจริงให้ได้มากที่สุด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...