โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘สุรเดช’ ชี้ ยกเครื่องมาตรการคัดกรอง-พิสูจน์รายได้ ปมบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แนะใช้กลไกท้องถิ่นสำรวจ

THE STANDARD

อัพเดต 17 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 17 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
‘สุรเดช’ ชี้ ยกเครื่องมาตรการคัดกรอง-พิสูจน์รายได้ ปมบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แนะใช้กลไกท้องถิ่นสำรวจ

วันนี้ (21 กรกฎาคม) สุรเดช ยะสวัสดิ์ นักการเมืองอิสระ อดีตสมาชิกวุฒิสภา อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และอดีตรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์มาตรการคัดกรองคุณสมบัติผู้ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐว่า เป็นอีกครั้งที่ต้องมีการปรับเกณฑ์และเงื่อนไขในการรับสิทธิ สวัสดิการ และการช่วยเหลือของรัฐ ก่อนหน้านี้เคยเกิดปัญหาในช่วงลงทะเบียนรับสิทธิโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60:40 ล่าสุดเรื่องโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งพบว่า มีผู้ไม่ผ่านเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ในปีนี้ ไปยื่นอุทธรณ์ทวงสิทธิ์ ตัวเลขเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม มีมากถึง 2.7 ล้านราย เรื่องที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์มากที่สุดคือ เรื่องการถือครองรถยนต์ รถมอเตอร์ไซค์ ทำให้เสียสิทธิดังกล่าวไป ทั้งที่รถยนต์หรือมอเตอร์ไซค์บางคันเก่า พัง จอดทิ้งไว้เฉยๆ รวมถึงมีฐานะยากจน หรือกรณีนักศึกษานอกระบบแห่กันลาออก เพราะกลัวว่า จะไม่ได้รับสิทธิ ซึ่งรัฐบาลพยายามจะแก้ปัญหา โดยการเสนอให้กระทรวงการคลังทบทวนหลักเกณฑ์ใหม่เพื่อที่จะเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในเร็วๆ นี้

‘ตรงนี้เป็นเรื่องที่น่าชื่นชมที่รัฐบาลรับฟังเสียงสะท้อน วิพากษ์วิจารณ์ หากแต่เรื่องการพิสูจน์สิทธิ หรือที่บางคนเรียกว่า พิสูจน์ความจน ความแม่นยำ และความครอบคลุมของระบบคัดกรอง การใช้เกณฑ์รายได้ สินทรัพย์ หรือเงื่อนไขการใช้สิทธิทางภาษีเป็นตัวตั้งเพียงอย่างเดียว มักเกิดปัญหาตกหล่นแทบทุกรอบ รวมถึงปัญหาคนจนจริงๆไม่ได้ แต่คนได้จนไม่จริง และแม้เราจะพึ่งพาเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อความสะดวก แต่สุดท้ายแล้วก็ยังมีช่องว่างสำหรับประชาชนในพื้นที่ห่างไกลอยู่ดี และทำให้การช่วยเหลือของรัฐไปไม่ถึงกลุ่มเป้าหมายที่แท้จริง’

สุรเดช กล่าวว่า เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในอนาคต หรือเกิดข้อผิดพลาดน้อยที่สุด ตนจึงอยากเสนอแนะรัฐบาลให้ปรับปรุงหลักเกณฑ์ รวมถึงปรับปรุงระบบคัดกรอง โดยเปลี่ยนจากการวัดรายได้แบบตายตัว มาเป็นการประเมินความเปราะบางแบบรอบด้าน ให้ความสำคัญกับภาระค่าใช้จ่ายจริง และภาวะพึ่งพิงของแต่ละครัวเรือน

สุรเดช กล่าวว่า นอกจากนี้ ต้องเชื่อมโยงระบบฐานข้อมูลภาครัฐ (Big Data) ร่วมกับสถาบันการเงินและท้องถิ่นให้เป็นปัจจุบันที่สุด เพื่อลดภาระให้ประชาชน ขณะเดียวกัน รัฐบาลต้องใช้กลไกท้องถิ่นให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยเฉพาะในเรื่องการตรวจสอบและรับรองสิทธิ เพื่อเก็บข้อมูล ซึ่งจะมีความแม่นยำมากกว่าส่วนกลาง

‘กระทรวงมหาดไทยที่กำกับดูแลท้องถิ่นคือ เครื่องมือสำคัญของภาครัฐที่นำมาใช้ประโยชน์ในเรื่องนี้ได้ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาอีก ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน นายก อบต. นายกเทศมนตรี หรือแม้แต่ อสม. คนเหล่านี้ใกล้ชิดกับชุมชน รู้ข้อมูลแต่ละครัวเรือน อย่างกรณีเรื่องรถยนต์ รถเตอร์ไซค์ สามารถเข้าไปตรวจสอบได้อย่างรวดเร็ว และรายงานข้อมูลเข้ามาเก็บยังภาครัฐได้ เพื่อจะใช้ในโอกาสต่อไป ไม่จำเป็นจะต้องให้ประชาชนเดินทางมายื่นอุทธรณ์ ทำเอกสารอะไรให้ยุ่งยาก ที่จะเป็นภาระกับประชาชน’ สุรเดช ระบุ

สุรเดช กล่าวว่า ตนเห็นว่า รัฐบาลควรยกระดับบทบาทของบัตรสวัสดิการจากการเป็นเพียงเงินอุดหนุน เงินช่วยเหลือ ค่าครองชีพ ซึ่งเป็นมาตรการชั่วคราวมาใช้เครื่องมือสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ โดยอาจปรับเงื่อนไขการใช้วงเงินให้กระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากด้วยการสนับสนุนให้ใช้จ่ายกับร้านค้าชุมชน วิสาหกิจชุมชน และเกษตรกรรายย่อยในพื้นที่ ซึ่งเป็นมาตรการช่วยเหลือในระยะยาว แทนการไหลเวียนกลับไปสู่กลุ่มทุนขนาดใหญ่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...