โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ปริญญา” สรุปข้อกฎหมาย 4 มาตรา ชี้ “ประธาน กสทช.” ขาดคุณสมบัติ สิ้นสุดหน้าที่แล้ว

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เมื่อวันที่ 18 กรกฏาคม 2569 หลังจากคณะกรรมการสรรหากรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) มีมติเป็นเอกฉันท์ 4 ต่อ 0 ว่า นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานกรรมการ กสทช. มีลักษณะต้องห้าม ตามมาตรา 8 (2) แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยลงมติเมื่อวันที่ 17 กรกฏาคม ที่ผ่านมานั้น

ล่าสุด รศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้โพสต์ข้อความที่เพจ Prinya Thaewanarumitkul ว่า สรุปข้อกฎหมายและแนวทางปฏิบัติ ประธาน กสทช. พ้นตำแหน่งแล้วหรือไม่ ลงมติ 4 ปีที่ผ่านมาโมฆะไหม แล้วต้องดำเนินการอย่างไรต่อ

ประเด็นเรื่องนายแพทย์สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ถูกคณะกรรมการสรรหาลงมติว่า “ขาดคุณสมบัติ” เนื่องจากถือว่า “สละสิทธิ์” (ที่จะได้รับการโปรดเกล้าให้เป็น กสทช.) มีผลทางกฎหมายอย่างไร ? ต้องดำเนินการอย่างไรต่อไป? ที่จริงแล้วมีมาตรากฎหมายที่เกี่ยวข้องเพียง 4-5 มาตราเท่านั้น ซึ่งผมขออธิบายแบบให้เข้าใจง่ายที่สุด ดังนี้

1. นายแพทย์สรณ ขาดคุณสมบัติอย่างไร และทำไมกรรมการสรรหาใช้คำว่า “สละสิทธิ์”?

พระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และ กิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (เรียกสั้นๆ ว่า พรบ.กสทช.) มาตรา 8(2) บัญญัติว่า กรรมการต้อง “ไม่เป็นพนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยงานของรัฐ”

หากใครมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรานี้ มาตรา 18 กำหนดว่า เมื่อได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภาให้เป็น กสทช. แล้ว “ต้องแสดงหลักฐานว่าได้ลาออกหรือเลิกประกอบอาชีพหรือวิชาชีพดังกล่าวแล้วนั้นต่อประธานวุฒิสภาภายในเวลาที่ประธานวุฒิสภากำหนด” ทั้งนี้ ต้องเป็นเวลาก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะทูลเกล้า โดยหากไม่มีการแสดงหลักฐานภายในเวลาที่กำหนด มาตรา 18 ใช้คำว่า “ให้ถือว่าผู้นั้นสละสิทธิ” ก็คือสละสิทธิ์ที่จะได้เป็น กสทช.

มาตรา 18
มาตรา 8 พ.ร.บ.กสทช.

กรณีของนายแพทย์สรณนั้น ได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภาให้เป็น กสทช. เมื่่อวันที่ 20 ธันวาคม 2564 ประธานวุฒิสภา ได้กำหนดให้ลาออกจากการเป็นพนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยงานรัฐภายในวันที่ 10 มกราคม 2565 แม้ นายแพทย์สรณ จะได้ลาออกจากมหาวิทยาลัยมหิดลแล้ว แต่ยังเป็น ”นายแพทย์ได้ค่าตอบแทนรายชั่วโมง“ ทำให้นายแพทย์สรณจึงยังคงมีสถานะเป็น “ลูกจ้าง” ของหน่วยงานรัฐ และดังนั้นจึงขาดคุณสมบัติตามมาตรา 8(2) และเท่ากับ “สละสิทธิ์” ที่จะได้รับการโปรดเกล้าให้เป็น กสทช.

มติของคณะกรรมการสรรหาที่ใช้คำว่า “นายแพทย์สรณสละสิทธิ์” จึงเป็นการใช้ถ้อยคำตามมาตรา 18 นี้เอง อย่างไรก็ตามได้มีการทูลเกล้าและโปรดเกล้าแต่งตั้งไปแล้ว จะต้องดำเนินการอย่างไรต่อ?

2. ขาดคุณสมบัติแล้วพ้นตำแหน่งทันทีหรือไม่ ต้องมีการทูลเกล้าให้พ้นตำแหน่งหรือไม่ ใครต้องทูลเกล้า?

เมื่อ นายแพทย์สรณ สละสิทธิ์ จึงเท่ากับว่านายกรัฐมนตรีในขณะนั้น (พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา) ทูลเกล้าบุคคลที่ขาดคุณสมบัติ อย่างไรก็ตาม พรบ.กสทช. ไม่ถือว่าพระบรมราชโองการแต่งตั้ง นายแพทย์สรณ เป็นโมฆะ เนื่องจากว่ามีมาตรา 20 บัญญัติไว้ว่า ถ้า กสทช. ที่โปรดเกล้าแต่งตั้งไปแล้วคนใดขาดคุณสมบัติก็ให้ดำเนินการตามมาตรา 20 วรรคสองคือ “ให้นำความกราบบังคมทูลเพื่อมีพระบรมราชโองการให้พ้นจากตำแหน่ง”

มาตรา 20

กรณี นายแพทย์สรณ นั้น ขาดคุณสมบัติเพราะฝ่าฝืนมาตรา 8 (2) คือ ยังคงเป็นลูกจ้างหน่วยงานรัฐจนเลยกำหนดเวลา ซึ่งเป็นเหตุในการพ้นตำแหน่งตามมาตรา 20 (5) โดยต้องมีการทูลเกล้าเพื่อให้ทรงโปรดเกล้าให้พ้นตำแหน่งโดยผู้ทูลเกล้า คือ นายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติ กสทช. (มาตรา 5) และ เป็นผู้ทำหน้าที่ทูลเกล้าให้ทรงโปรดเกล้าแต่งตั้ง กสทช. (มาตรา 16)

3. นายแพทย์สรณ จะต้องพ้นตำแหน่งตั้งแต่เมื่อใด?

มาตรา 20 วรรคสอง บัญญัติว่า พระบรมราชโองการให้พ้นจากตำแหน่งนั้น “ให้มีผลตั้งแต่วันที่ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามหรือวันที่กระทำการอันเป็นการฝ่าฝืน แล้วแต่กรณี” นายแพทย์สรณ ฝ่าฝืนมาตรา 8(2) คือ เป็นลูกจ้างของหน่วยงานของรัฐจนเลย วันที่ 10 มกราคม 2565 นายแพทย์สรณ จึงต้องพ้นตั้งแต่วันที่ฝ่าฝืนก็คือ วันที่ 11 มกราคม 2565 เป็นต้นมา คือพ้นตำแหน่ง กสทช. ตั้งแต่ยังไม่ได้เป็น กสทช. เลย

4. การใช้อำนาจหน้าที่ 4 ปีที่ผ่านมาโมฆะหรือไม่

เมื่อพ้นตำแหน่ง กสทช. มาตั้งแต่ยังไม่ได้เป็นก็คงต้องคืนค่าตอบแทนตั้งแต่เดือนแรกที่ดำรงตำแหน่ง แต่เรื่องใหญ่กว่า คือการใช้อำนาจและทำหน้าที่ต่างๆ อาทิ การลงมติ การเซ็นคำสั่งต่าง ๆ จะเป็นโมฆะไปทั้งหมดหรือไม่? เพราะถ้าโมฆะไปทั้งหมดจะเป็นเรื่องใหญ่มาก (แม้ว่าหลาย ๆ มติควรจะเป็นโมฆะ) แต่เนื่องนี้พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองพ.ศ. 2539 ได้บัญญัติเอาไว้ไว้ที่มาตรา 19 คือ

“มาตรา 19 ถ้าปรากฏภายหลังว่าเจ้าหน้าที่หรือกรรมการในคณะกรรมการที่มีอำนาจพิจารณาทางปกครองใดขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามหรือการแต่งตั้งไม่ชอบด้วยกฎหมาย อันเป็นเหตุให้ผู้นั้นต้องพ้นจากตำแหน่ง การพ้นจากตำแหน่งเช่นว่านี้ไม่กระทบกระเทือนถึงการใดที่ผู้นั้นได้ปฏิบัติไปตามอำนาจหน้าที่”

คือ มาพบว่าขาดคุณสมบัติและพ้นตำแหน่งในภายหลัง “ไม่กระทบกระเทือนถึงการใดที่ผู้นั้นได้ปฏิบัติไปตามอำนาจหน้าที่” ดังนั้น เมื่อมีกฎหมายกำหนดไว้ชัดเจนเช่นนี้ทำให้เรื่องนี้ไม่มีประเด็นอีกต่อไป (อาจจะมีแค่บางเรื่องที่มีปัญหา)

สรุป: นายแพทย์สรณ ขาดคุณสมบัติตามมาตรา 8 (2) ประกอบมาตรา 18 จึงต้องพ้นตำแหน่งตามมาตรา 20 โดย นายกรัฐมนตรีจะต้องทูลเกล้าเพื่อมีพระบรมราชโองการให้พ้นตำแหน่งฝ่ายเลขาธิการ กสทช. ก็ต้องแจ้งนายกรัฐมนตรีโดยเร็ว แต่ถ้าเลขาธิการ กสทช. ไม่แจ้งการการสรรหาก็แจ้งเองได้ หรือนายกรัฐมนตรีเมื่อทราบข่าวก็เรียกเอกสารมาดูและดำเนินการได้เลย

เรื่องนี้คาราคาซังมา 4 ปีแล้ว และ เป็นปัญหาใหญ่ของ กสทช. มาโดยตลอด คุณอนุทิน จึงควรรีบทูลเกล้าให้พ้นตำแหน่ง ภารกิจ กสทช. เรื่องกิจการกระจายเสียงโทรทัศน์ทั้งหลายที่หยุดอยู่กับที่มาหลายปี จะได้เดินหน้าต่อเพื่อประโยชน์ประชาชนเสียที.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...