โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สิ่งแอบแฝงที่มาพร้อมกับภาษีทรัมป์2.0 (2)

ไทยโพสต์

อัพเดต 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 15 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สิ่งแอบแฝงที่มาพร้อมกับภาษีทรัมป์นับวันชัดเจนขึ้น มีข้อมูลมากขึ้น การขาดดุลการค้าเป็นแค่ตัวจุดประเด็นให้ทรัมป์ 2.0 ใช้เป็นข้ออ้างเรียกร้องสิ่งต่างๆ ที่มากกว่าแก้ขาดดุลการค้า

จากมาตรการกำแพงภาษี หลายประเทศสนใจซื้อสินค้าอเมริกันเพื่อปรับสมดุลการค้า แก้ปัญหาสหรัฐขาดดุล มีสินค้า 3 หมวดที่เอ่ยถึงมากที่สุดคือ พลังงาน อาวุธ และสินค้าเกษตร

ภาพ: ขีปนาวุธ S-400 ของรัสเซีย

เครดิตภาพ: ปัญญาประดิษฐ์

ไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่พูดเรื่องนี้ตรงกัน ถ้าคิดอย่างเป็นระบบ รัฐบาลสหรัฐต้องการควบคุมความมั่นคงทางทหารกับความมั่นคงพลังงานของประเทศต่างๆ นี่คือวิธีการควบคุมนานาชาติที่ได้ผลและรัฐบาลสหรัฐทำเรื่อยมา ตามยุทธศาสตร์ของอภิมหาอำนาจ

บางคนตอบว่าเหตุที่สหรัฐพยายามขายอาวุธเพราะเป็นแหล่งรายได้หลัก เป็นผลประโยชน์ของเครือข่ายอำนาจทางทหารและอุตสาหกรรม (Military Industrial Complex: MIC) แต่ถ้ามองเชิงยุทธศาสตร์ความมั่นคงสามารถอธิบายดังนี้

ควบคุมผ่านอาวุธที่ต่างชาติซื้อใช้:

แต่ไหนแต่ไรประเทศผู้ผลิตอาวุธจะขายสินค้าของตนให้กับพันธมิตรหุ้นส่วนเท่านั้น ไม่ขายให้กับฝ่ายตรงข้ามเด็ดขาด การซื้อขายอาวุธเครื่องกระสุนมีความสำคัญไม่เพียงด้านการทหาร ยังสัมพันธ์กับการจัดระเบียบโลก การสร้างขั้วกระชับอำนาจในขั้วของตน อาวุธที่ซื้อใช้จากมหาอำนาจหากขาดกระสุน อะไหล่บำรุงจะกลายเป็นแค่เศษเหล็ก เป็นจุดอ่อนสำคัญของประเทศที่ใช้อาวุธจากมหาอำนาจนั้น ยิ่งอียู ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ใช้อาวุธสหรัฐมากเพียงไรยิ่งอยู่ใต้อำนาจควบคุมของสหรัฐมากขึ้นเท่านั้น

SIPRI รายงานรอบ 5 ปี (2020-2024) ยุโรปนำเข้าอาวุธเพิ่มขึ้นเท่าตัว โดย 64% เป็นอาวุธอเมริกา สหรัฐยังคงเป็นผู้ส่งออกอาวุธรายใหญ่สุดของโลก หรือเท่ากับ 43% ของอาวุธทั้งโลกที่ส่งออก รองลงมาคือฝรั่งเศส มีส่วนแบ่งตลาดโลก 9.6%

สงครามยูเครนหรือภัยรัสเซียคือต้นเหตุสำคัญ

แม้นาโตยุโรปพยายามลดใช้อาวุธสหรัฐ แต่ไม่ง่าย เพราะผูกความมั่นคงทางทหารกับสหรัฐมาอย่างยาวนาน อาวุธหลักมักเป็นของอเมริกา เช่น เครื่องบินรบ ขีปนาวุธต่อต้านอากาศยาน

Lloyd Axworthy อดีตรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศแคนาดากล่าวว่า กระทรวงกลาโหมสหรัฐสามารถควบคุมอาวุธยุทโธปกรณ์สหรัฐที่แคนาดาซื้อใช้ ผ่านการควบคุมทางดิจิทัล

การควบคุมอาวุธด้วย digital management หรือการจัดการอาวุธแบบดิจิทัล หมายถึง การนำเทคโนโลยีดิจิทัลและระบบซอฟต์แวร์มาใช้ในการบริหารจัดการ ควบคุม ติดตาม และตรวจสอบอาวุธต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย

เช่น ควบคุมการเข้าถึง กำหนดสิทธิ์การเข้าถึงอาวุธให้กับบุคลากรที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น โดยอาจใช้ระบบยืนยันตัวตน เช่น รหัสผ่าน บัตรประจำตัว หรือไบโอเมตริกซ์ เพื่อควบคุมการเบิกจ่ายและการคืนอาวุธ

การใช้เทคโนโลยี เช่น บาร์โค้ด, RFID (Radio-Frequency Identification) หรือระบบ GPS เพื่อติดตามตำแหน่งและการเคลื่อนไหวของอาวุธแบบเรียลไทม์ ตรวจสอบสถานะของอาวุธได้ตลอดเวลา

ประเทศใดที่ซื้อใช้อาวุธสหรัฐ ความมั่นคงทางทหารจึงอยู่ภายใต้การควบคุมของสหรัฐไม่มากก็น้อย

กรณี F-35:

มีข้อมูลว่าเครื่องบินรบ F-35 ที่ประเทศต่างๆ ซื้อใช้ หากจะนำเครื่องขึ้นหรือทำการใดๆ ต้องได้รับอนุญาตจากสหรัฐก่อน รัฐบาลสหรัฐจึงมีอำนาจควบคุมเครื่องบินรบนี้แม้ขายให้ไปแล้ว นอกจากนี้ยังควบคุม F-35 ผ่านระบบซอฟต์แวร์ (ระบบควบคุมเครื่องบิน) และอะไหล่ต่างๆ

นานแล้วที่สหรัฐกับตุรกีเจรจาซื้อระบบขีปนาวุธป้องกันภัยทางอากาศแพทริออต (Patriot) แต่ไม่สำเร็จเสียที มีข้อมูลว่าสหรัฐไม่ยอมถ่ายทอดเทคโนโลยีและให้ร่วมผลิต ตุรกีจึงติดต่อสั่งซื้อขีปนาวุธ S-400 ของรัสเซียแทน และได้รับมอบชุดแรกเมื่อกรกฎาคม 2019 ผลคือรัฐบาลสหรัฐขู่คว่ำบาตรและไม่ยอมขาย F-35

การซื้อใช้อาวุธรัสเซียกลายเป็นเรื่องไม้เบื่อไม้เมาระหว่าง 2 ประเทศ (เพิ่มเติมจากเรื่องเดิมอื่นๆ)

เมื่อทางการสหรัฐขู่ว่าจะไม่ขาย F-35 ตามข้อตกลงเดิม ตุรกีโต้กลับว่าจะซื้อเครื่องบินรัสเซียแทน ฝ่ายรัสเซียยื่นข้อเสนอขายเครื่องบิน Su-35 กับ Su-57 ให้ทันที

ในสมัยรัฐบาลทรัมป์ สหรัฐยังคงตามราวีให้ตุรกีกีซื้อใช้อาวุธของตน ส่วน S-400 ให้ส่งคืนหรือทำลายเสีย ธันวาคม 2020 ไมค์ ปอมเปโอ (Mike Pompeo) รัฐมนตรีต่างประเทศอธิบายว่า สหรัฐพูดชัด และพูดหลายครั้งแล้วว่าการซื้อระบบ S-400 เป็นภัยต่อความมั่นคงด้านเทคโนโลยีการทหารของสหรัฐ ต่อเจ้าหน้าที่อเมริกัน และเป็นการให้เงินทุนแก่อุตสาหกรรมทหารรัสเซีย จึงต้องคว่ำบาตรตุรกีตามใต้กฎหมาย CAATSA (Countering America's Adversaries Through Sanctions Act)

ด้านประธานาธิบดีแอร์โดอันกล่าวว่า สหรัฐคว่ำบาตรก็เพื่อกีดกันไม่ให้พัฒนาระบบป้องกันประเทศ ต้องพึ่งพาสหรัฐไม่สิ้นสุด

กรณีตุรกีนั้นซับซ้อน อาจเกี่ยวข้องกับอิสราเอล ที่อิสราเอลกังวลว่า S-400 สามารถตรวจจับและสกัดกั้น F-35 รัฐบาลแอร์โดอันหวังใช้เรื่องนี้เพิ่มอำนาจต่อรอง (เช่น เรื่องปาเลสไตน์) ในมุมที่กว้างกว่านั้นสหรัฐหวังควบคุมระบบอาวุธทางอากาศ และไม่อยากเห็นสมาชิกนาโตแตกแถว ซื้อใช้อาวุธของศัตรู

ล่าสุดทรัมป์ชี้ว่าเรื่องการซื้อ F-35 ยังมีความเป็นไปได้ ยังต้องหารือต่อไป

พยายามควบคุมพลังงานทั้งระบบของยุโรป:

เมษายน 2025 มีข้อมูลว่าทรัมป์ต้องการให้ยุโรปซื้อ LNG สหรัฐถึงปีละ 350,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แลกกับการระงับการขึ้นภาษีสินค้ายุโรป ปี 2024 ยุโรปนำเข้าพลังงานทุกประเภทรวม 400,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

วิเคราะห์: เป้าหมายของทรัมป์ 2.0 ไม่ใช่แค่ลดการขาดดุลการค้าเท่านั้น การซื้อใช้พลังงานสหรัฐถึง 350,000 ล้านดอลลาร์ เท่ากับว่าระบบพลังงานของยุโรปผูกติดกับสหรัฐ เรื่องนี้ผิดหลักความมั่นคงทางพลังงาน ควรกระจายซื้อจากหลายแหล่ง หลายประเทศ แต่ทรัมป์ยืนกรานแนวทางของตน

เป็นที่รับรู้กันทั่วไปว่า แต่ไหนแต่ไรรัฐบาลสหรัฐมีเป้าหมายต้องการควบคุมระบบพลังงานโลก เพราะพลังงานเปรียบเสมือนเส้นเลือดทางเศรษฐกิจสังคม หากขาดเลือดทั้งร่างกายจะปั่นป่วน ถึงขั้นเสียชีวิต เพียงแค่ควบคุมราคาในระดับหนึ่งก็สามารถควบคุมการเติบโตทางเศรษฐกิจ ส่งผลบั่นทอนความมั่นคง

รัฐบาลสหรัฐจึงนำกำแพงภาษีกดดันให้ยุโรปซื้อใช้พลังงานของตน แม้ LNG จากสหรัฐแพงกว่าของรัสเซียราว 2 เท่า กระทบเศรษฐกิจยุโรปถ้วนหน้าเพราะพลังงานเป็นต้นทุนสินค้าบริการทุกชนิด กระทบต่อประชาชนโดยตรงที่คนเมืองหนาวต้องใช้พลังงานทำความร้อนในฤดูหนาว

ประเด็นสำคัญคือ ข้อตกลงซื้อพลังงานสหรัฐถึง 350,000 ล้านดอลลาร์จะผูกมัดยุโรปอีกยาวนาน และคราวนี้ไม่เกี่ยวข้องกับสงครามยูเครนอีกต่อไป กลายเป็นประเด็นระหว่างสหรัฐกับยุโรปโดยตรง

เรื่องนี้น่าติดตามมาก ตอกย้ำสมมติฐานที่ว่าแท้จริงแล้วชาติประชาธิปไตยยุโรปอยู่ใต้อำนาจสหรัฐหรือไม่

ถ้าย้อนหลังตั้งแต่สงครามยูเครน 2022 สงครามนี้เป็นจุดเริ่มให้ยุโรปเลิกซื้อใช้พลังงานรัสเซีย ต้องนำเข้าจากหลายประเทศ รวมทั้ง LNG จำนวนมหาศาลจากสหรัฐ เห็นชัดว่ารัฐบาลสหรัฐพยายามควบคุมพลังงานทั้งระบบของยุโรป

พวกยุโรปเข้าใจเรื่องเหล่านี้อย่างดี สุดท้ายอยู่ที่ว่ารัฐบาลพวกเขาจะตัดสินใจอย่างไร

ในที่ประชุมสุดยอดนาโต กรกฎาคม 2026 (NATO Summit 2026) ในขณะทรัมป์แสดงท่าทีแข็งกร้าว พวกยุโรปพยายามคลายท่าทีตอบโต้กลับด้วยความรุนแรง หวังสหรัฐจะไม่กดดันพวกตนด้วยสารพัดวิธี รวมทั้งจากการเรื่องค้า แต่อาจมีประเด็นแอบแฝงที่ลึกกว่านั้นด้วย เรื่องนี้ติดตามได้อีกนาน.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...