สื่อทั่วโลกรายงาน “พัทยา” คึกคักเปิดท่ารอต้อนรับ USS Abraham Lincoln ขึ้นฝั่งย้อนสัมพันธ์ไกลตั้งแต่สมัยสงครามเวียดนาม อินฟลูนาวิกโยธินอเมริกันชื่อดังในเขมรฟันธง “พัทยาเอาอยู่”
เอเจนซีส์/MGRออนไลน์ – สื่อทั่วโลกทั้ง นิวยอร์กโพสต์ นิวสวีค ดิอินดีเพนเดนท์ของอังกฤษ เดอะการ์เดียนของอังกฤษ RTของรัสเซีย เอพี รอยเตอร์ เดอะฮิลล์ของสหรัฐฯ เอบีซีนิวส์ โชซุนเดลีของเกาหลีใต้ สเตรทไทม์สของสิงคโปร์ วอชิงตันไทม์ส และสตาร์ของมาเลเซีย ต่างรายงานข่าวการเรือบรรทุกเครื่องบินสหรัฐฯ USS Abraham Lincoln ที่มาพร้อมทหารอเมริกัน 5,000 คน จะอยู่ในไทยตั้งแต่วันที่ 2 ส.ค - วันที่ 6 ส.ค ฝ่ายไทยตั้งความหวังจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นให้กลับมาคึกคัก
เอบีซีนิวส์ของสหรัฐฯรายงานวันนี้(1 ส.ค)ว่า ข่าวการเข้ามาเทียบท่าของกองเรือบรรทุกเครื่องบินสหรัฐฯ USS Abraham Lincoln ในไทยนั้นกลายเป็นข่าวดังไปทั่วโลกจากการที่เรือบรรทุกเครื่องบินลำดังกล่าวถูกส่งออกทะเลนานสูงสุดเป็นประวัติศาสตร์ร่วม 270 วันและต้องอยู่ในสมรภูมิปฎิบัติการรบสงครามอิหร่านที่ร้อนแรงท่ามกลางปัญหารุมเร้าภายในเรือตั้งแต่ด้านอาหารขาดแคลนไปจนถึงเรื่องห้องน้ำและลูกเรือต้องการกระโดดเรือ
ทำให้การเดินทางเข้ามาแวะพักที่ไทยหลังกลับจากสงครามอิหร่านนี้ไม่ธรรมดา พร้อมฝ่ายไทยแสดงกฎเหล็กชัดเจนรวม ทหารสหรัฐฯขึ้นฝั่งต้องเคารพกฎหมายไทย
เจ้าหน้าที่ไทยเปิดเผยว่า เรือบรรทุกเครื่องบินสหรัฐฯ USS Abraham Lincoln จะเดินทางออกจากไทยตรงกลับไปสหรัฐฯหลังจากเข้าเทียบท่าระหว่างวันที่ 2 ส.ค - วันที่ 6 ส.ค นี้
เอบีซีนิวส์รายงานว่า เหล่าทหารอเมริกันหลายพันนายจะเข้ามาพักผ่อนที่พัทยาซึ่งถือเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงด้านการท่องเที่ยวและผับบาร์ที่มีสีสัน
ขณะที่ RT ของรัสเซียที่รายงานข่าวในเรื่องนี้เช่นกันเรียกเมืองพัทยาว่า เป็นเมืองแห่งการปาร์ตี หรือเมืองแห่งการสังสรรค์
ล่าสุดกลายเป็นภาพไปทั่วโลกโซเชียลมีเดียเมื่อ USS Abraham Lincoln แล่นผ่านช่องแคบมะละกาและผ่านสิงคโปร์เมื่อสุดสัปดาห์มุ่งหน้าเข้ามาเตรียมเทียบท่าฝั่งตะวันออกของไทย
นายกเทศมนตรีเมืองพัทยา ปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ (Poramet Ngampichet) เปิดเผยว่า ทหารอเมริกันกว่า 5,000 นายมาพร้อมกองเรือบรรทุกเครื่องบินสหรัฐฯและเขาคาดหวังว่า จะมีบางส่วนจะเข้ามาท่องเที่ยวที่พัทยา
พร้อมเปิดใจต่อว่า ตั้งความหวังว่าจะช่วยสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นที่ก่อนหน้าซบเซาให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง
อ้างอิงจากดิอินดีเพนเดนท์ของอังกฤษ ลิซ่า แฮมิลตัน (Lisa Hamilton) ประธานสมาคมธุกิจกลางคืนพัทยา แสดงความเห็นว่า “เมื่อพวกเราได้ยินข่าวเรือรบสหรัฐฯจะมาเทียบท่าในพัทยา มันกลายเป็นความหวังสำหรับพวกเรา”
และเสริมว่า “ดิฉันอาศัยในพัทยามานานกว่า 20 ปี ดิฉันไม่เคยเห็นปีใดที่(เศรษฐกิจ)จะซบเซาเท่ากับปีนี้”
เอบีซีนิวส์รายงานว่า นายกเทศมนตรีเมืองพัทยาพร้อมเปิดเผยว่าเรือรบพิฆาต USS Frank E. Petersen Jr. จะไม่จอดเทียบท่าเดียวกับเรือ บรรทุกเครื่องบินสหรัฐฯ USS Abraham Lincoln
“เมืองพัทยาถูกมองเป็นเหมือนสถานที่พักผ่อนสำคัญที่พวกเรามีความคาดหวัง”
และเสริมว่า “พวกเราขอต้อนรับการมาเยือนของเหล่าทหารอเมริกันในอนาคตไม่ว่าจะเพื่อการซ้อมรบหรือการพักผ่อนก่อนคนเหล่านั้นจะเดินทางกลับไปสหรัฐฯ”
หลังจากหารือกับเจ้าหน้าที่สหรัฐฯวานนี้(31 ส.ค) นายกเทศมนตรีเมืองพัทยาออกมาเปิดเผยข้อกำหนดต่างๆเคร่งครัดสำหรับกองกำลังทหารอเมริกันระหว่างอยู่ในไทยว่า ห้ามเล่นกีฬาทางน้ำ เช่นพาราเซล หรือการเสพกัญชา
เอบีซีนิวส์รายงานว่า กัญชาเพื่อการแพทย์นั้นถูกกฎหมายในไทยมาตั้งแต่ปี 2022 และร้านจำหน่ายกัญชาเป็นที่แพร่หลายในหลายเมืองเป็นต้นว่า พัทยา
พ่อเมืองพัทยาเปิดเผยว่า การท่องเที่ยวของกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติในพัทยาลดลงเนื่องมาจากปัญหาราคาน้ำมันพุ่งสูงและผลจากสงครามในตะวันออกกลาง
เจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยออกมาเตือนบรรดาธุรกิจท้องถิ่นไม่ให้ตั้งราคาสูงเกินราคาจริงสำหรับเหล่าลูกเรือสหรัฐฯและจะส่งกำลังตำรวจออกไปประจำในพื้นที่สำคัญตลอดหาดพัทยาและถนนวอล์กกิ้งสตรีทพัทยา
หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายต่างๆในไทยออกคำสั่งเพิ่มมาตรการความมั่นคงเพื่อป้องกันเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึง อ้างอิงจากหัวหน้าตำรวจเมืองพัทยา พ.ต.อ. เอนก สระทองอยู่ (Anek Srathongyoo)
ที่ชี้ว่า และหากทหารสหรัฐฯคนใดกระทำความผิดจะต้องโดนดำเนินคดีตามกฎหมายไทย
เจ้าของธุรกิจท้องถิ่นต่างพากันขานรับการเดินทางด้วยการขึ้นป้ายหราต้อนรับมีใจความว่า “ต้อนรับกำลังพลทหารอเมริกันทุกนาย ขอบคุณสำหรับการรับใช้ชาติของพวกคุณ” ( “Welcome all US military personnel Thank you for your service.”)
อย่างไรก็ตามมีบางส่วนยังคงเคลือบแคลงว่า การเดินทางเข้ามาของนักท่องเที่ยวต่างชาติ 5,000 คนกลุ่มใหญ่พร้อมเรือรบฐานทัพลอยน้ำชื่อดังนี้จะช่วยกระตุ้นยอดขายของร้านได้หรือไม่
หนึ่งในนั้นยอมรับว่า พัทยาเงียบมาได้สักพักแล้ว พร้อมกล่าวว่า รู้ข่าวการเดินทางมาของ USS Abraham Lincoln แต่ไม่รู้ว่าคนเหล่านั้นจะใช้จ่ายมากน้อยเท่าใด
ทั้งนี้พัทยาถือเป็นเมืองที่มีสายสัมพันธ์กับกองทัพอเมริกันมาตั้งแต่อดีต
กลุ่มเอ็นจีโอสหรัฐฯ Freedom For All Americans ชี้ว่า พัทยามีความผูกพันในด้านการเดินทางของทหารอเมริกันย้อนไปไกลตั้งแต่สมัยสงครามเวียดนาม
และการที่ทหารอเมริกันตั้งแต่ในอดีตเข้ามาที่เมืองแห่งนี้ส่งผลทำให้เมืองพัทยากลายเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญสำหรับการพักผ่อนและปาร์ตี้ส่งผลทำให้เศรษฐกิจการท่องเที่ยวเติบโตมาตั้งแต่นั้นอย่างยั่งยืนในขณะที่ธุรกิจสีสันชีวิตกลางคืนและการค้าทางเพศยังคงมีบทบาทที่เห็นได้ชัดในบางส่วนของเมือง
ด้าน อินฟลูอดีตนาวิกโยธินสหรัฐฯในกัมพูชา Jacob in Cambodia ได้โพสต์บนแพลตฟอร์ม X เมื่อวันที่ 30 ส.ค ถึงการเดินทางมาเทียบท่าของกองเรือบรรทุกเครื่องบินสหรัฐฯ (Aug 30) USS Abraham Lincoln ที่ไทย โดยชี้ว่า
"เหล่าทหารลูกเรืออเมริกันต่างเดินหน้าเพื่อขึ้นฝั่ง พัทยาแน่นอนที่ว่ามีชื่อเสียงด้าน บาร์ ชีวิตกลางคืน และอุตสาหกรรมการค้าทางเพศ และเติบโตในฐานะเมืองรีสอร์ที่มีความผูกพันใกล้ชิดกับเหล่ากำลังพลสหรัฐฯมาที่ไทยเพื่อการพักผ่อนและสันทนาการระหว่างสงครามเวียดนาม”
และอีกตอนได้แสดงความเห็นว่า “ดังนั้นแล้วหลังจากหนึ่งในการออกเรือที่ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์กองทัพเรือสหรัฐฯสมัยใหม่ ทหารอเมริกันนับพันที่อ่อนล้าถูกปล่อยลงพัทยาเป็นเวลาไม่กี่วัน”
อินฟลูอดีตนาวิกโยธินสหรัฐฯในกัมพูชาชื่อดังกล่าวทิ้งท้าย “ผมมองว่าพัทยาเอาอยู่”
ขณะที่ J.D. Simkins บรรณาธิการบริหารสื่อการทหารสหรัฐฯชื่อดัง militarytimes&@defense_news แถลงผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า ออกมาแสดงความเห็นว่า
“ USS Abraham Lincoln จะเยือนเมืองพัทยา ไทย ในสัปดาหนี้”
พร้อมเสริมว่า “เจ้าหน้าที่ไทยต่างหวังว่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจได้ แต่วิตกกังวลต่อกำลังพลอเมริกันหลายพันนายจะเข้าสู่ในสถานที่ FBI ครั้งหนึ่งเคยขนานนามว่า “เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวทางเพศชั้นนำของโลก”
website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO